
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 6 พละกำลังสามพันชั่ง ขีดจำกัดของขั้นเสริมรากฐาน!
วันนี้ หลิวหยางทะลวงเข้าสู่ขั้นเสริมรากฐานขั้นปลาย และกลายเป็นจุดสนใจของศิษย์อารามชั้นล่างนับร้อยคน!
แม้ว่าเขาจะยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เดินทอดน่องไปกินอาหารเลิศรสในโรงครัวอย่างเชื่องช้า เดินเล่นเตร็ดเตร่บนภูเขาเพื่อย่อยอาหาร
แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาและไม่ยุติธรรมที่จ้องมองมา
ทุกครั้งที่เดินผ่านเรือนพัก เขาสามารถสัมผัสได้เลยว่าเหล่าศิษย์อารามชั้นล่างที่กำลังฝึกท่ามวยอย่างหนัก ต่างมีลมหายใจที่ปั่นป่วนเล็กน้อย และเอาแต่จ้องมองแผ่นหลังของเขา
สิ่งที่ศิษย์อารามชั้นล่างเหล่านี้คิด หลิวหยางย่อมรู้กระจ่างแก่ใจดี
มันก็แค่ตรรกะที่ว่า ไม่กลัวเพื่อนลำบาก แต่รับไม่ได้ถ้าเพื่อนได้ดีกว่านั่นแหละ!
เห็นคนอื่นทะลวงระดับพลังได้ มันทรมานเสียยิ่งกว่าตัวเองธาตุไฟเข้าแทรกซะอีก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่าทางทำตัวว่างงานเดินเล่นไปทั่วทั้งภูเขาของเขา มันช่างดูแปลกแยกกับบรรยากาศการแข่งขันอันดุเดือดของอารามชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง
แต่ดันกลายเป็นว่า คนที่ทะลวงระดับได้ กลับเป็นไอ้คนชอบนอนเทปล่อยจอยอย่างเขาเสียนี่!
ใครมาเห็นเข้า ก็ต้องรู้สึกไม่ยุติธรรมทั้งนั้นแหละ!
โชคดีที่หลิวหยางเป็นคนดี มีจิตใจเมตตา ไม่ได้ทำตัวเหมือนพวกเรียกร้องความสนใจที่ไปทักทายคนอื่นทั่วเพื่ออวดอ้างว่า "แกจำได้ไงเนี่ยว่าฉันเพิ่งทะลวงระดับมา?!"
เอ้อ...
หลักๆ คือเขากลัวโดนกระทืบต่างหาก!
ไม่อย่างนั้น เขาคงได้เดินเคาะประตูเรือนพักทีละหลัง เพื่อไปสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยน "ความรู้สึก" กับเหล่าศิษย์อารามชั้นล่างรุ่นเดียวกันให้หนำใจไปแล้ว
ก็แหม เป็นศิษย์สำนักเดียวกันนี่นา...
ในด้านการฝึกฝน ทุกอย่างถูกยกให้เป็นหน้าที่ของระบบปล่อยบอท
จนทำให้เขา มีเวลาเหลือเฟือ ว่างจัด และใช้ชีวิตได้ชิลสุดๆ!
มีเวลาถมเถที่จะไปสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยน "ความรู้สึก" กับชาวบ้าน
เพียงแต่บรรยากาศการแข่งขันในอารามชั้นล่างมันดุเดือดเกินไป ทุกคนล้วนเป็นราชาแห่งการแข่งขัน เอาแต่ปิดประตูฝึกท่ามวยกันอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่เรื่องสนุกๆ ให้มุงดูก็ยังไม่มี ช่างน่าเบื่อสิ้นดี
สำนักสายบนยังไงก็ดีกว่า!
หลังจากเลื่อนขั้นไปสำนักสายบนแล้ว ศิษย์บู๊ตึ๊งสายบนก็จะเริ่มฝึกฝนวิชาลมปราณและวรยุทธ์แขนงต่างๆ
และการฝึกฝนวรยุทธ์ จะเอาแต่ปิดประตูฝึกอยู่คนเดียวมันย่อมไม่ได้ผล
มันก็ย่อมหนีไม่พ้นการประลองฝีมือรูปแบบต่างๆ
การหึงหวงแย่งชิงความรัก การแก่งแย่งชื่อเสียงและผลประโยชน์ การประลองบนลานประลอง การจัดอันดับ...
เรื่องสนุกๆ ให้ดู ย่อมไม่มีขาดแน่นอน!
และคนอย่างเขา หลิวหยาง ก็ชอบดูเรื่องชาวบ้านซะด้วยสิ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความอยากแกล้งคนของหลิวหยางก็ลดลง รีบเลื่อนขั้นไปสำนักสายบนให้ไวเลยจะดีกว่า
จะได้ไม่ต้องไปรังแกศิษย์อารามชั้นล่างพวกนี้ ปล่อยให้พวกไก่อ่อนในวิถียุทธ์รอดไป ไม่งั้นเดี๋ยวโดนทำลายความมั่นใจจนจิตใจแตกสลายกันพอดี
หลิวหยางเดินย่อยอาหารไปตามทาง ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วน และในที่สุดก็เดินทอดน่องขึ้นไปจนถึงยอดเขา
ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางสายลมที่พัดกรรโชก เท้าทั้งสองของหลิวหยางหยั่งรากลึกลงในปฐพี หนักแน่นดั่งขุนเขา
สภาพจิตใจนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อระดับพลังทะลวงขึ้นไป การได้กลับมายืนบนยอดเขาอีกครั้ง เพื่อชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ตระการตาของเทือกเขาบู๊ตึ๊ง
เขาก็ได้ค้นพบความงดงามที่เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตเห็น
ดูเหมือนว่าฟ้าดิน จะมีชีวิตชีวามากขึ้นเล็กน้อย
นี่คือผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจที่เกิดจากการทะลวงระดับพลัง เรียกได้ว่าก้าวขึ้นไปหนึ่งขั้นก็เห็นโลกกว้างขึ้นอีกใบจริงๆ
นี่ยังเป็นแค่การทะลวงถึงขั้นเสริมรากฐานขั้นปลายเท่านั้นนะ...
ถ้าหากทะลวงสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา ทะลวงสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์ ทะลวงสู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์ล่ะ
เมื่อถึงตอนนั้น การกลับมามองทิวทัศน์ของเทือกเขาบู๊ตึ๊งอีกครั้ง มันจะให้ความรู้สึกเช่นไร?!
สำนักบู๊ตึ๊งตกเป็นของเขาทั้งหมดเลยดีไหม?!
มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย!
แม้ว่าซ่งชิงซูจะเหมาะสมกับการเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สามของบู๊ตึ๊งอย่างไร้ข้อกังขา และแทบจะถูกวางตัวให้เป็นเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งคนต่อไปอย่างแน่นอนแล้วก็ตาม
เป็นศิษย์พี่ใหญ่ในดวงใจของศิษย์บู๊ตึ๊งทุกคน!
แต่ว่า....
การที่สำนักบู๊ตึ๊งมีแต่จะถดถอยลงไปทุกรุ่น มันก็เป็นความจริงเช่นกัน
ซ่งชิงซูในเวลานี้ อยู่ในขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด ห่างจากขอบเขตยอดปรมาจารย์เพียงครึ่งก้าว
ทว่า...
ก็ใช่ว่าหลิวหยางจะไม่มีโอกาสแซงหน้าเขาเสียเมื่อไหร่!
ไม่มีมนุษย์หน้าไหน จะมาอดหลับอดนอนสู้ระบบปล่อยบอทได้หรอกน่า!
ยิ่งถ้าหากสามารถหาหญ้าวิเศษ โอสถ หรือทรัพยากรการฝึกฝนมาได้จำนวนมากๆ แล้วล่ะก็...
ความก้าวหน้าของระดับพลัง ก็จะยิ่งพุ่งทะยานเร็วขึ้นไปอีก
"ดีล่ะ...."
"ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อน ระดับพลังวรยุทธ์ต้องแซงหน้าซ่งชิงซู และก้าวขึ้นเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊งให้ได้!"
หลิวหยางยิ้มในใจ และตั้งเป้าหมายเล็กๆ นี้ไว้
สำหรับคนที่มีระบบปล่อยบอทอยู่ในมือ และรับประกันได้ว่าอนาคตต้องได้เป็นมหาปรมาจารย์วรยุทธ์อย่างเขา การเอาชนะซ่งชิงซูเพื่อเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊ง มันก็เป็นแค่เป้าหมายเล็กๆ จริงๆ นั่นแหละ
ชีวิตคนเราน่ะ มันก็ต้องมีจุดมุ่งหมายกันบ้างสิ
ไม่อย่างนั้น วันๆ เอาแต่กินรอวันตาย มันก็ออกจะน่าเบื่อเกินไปหน่อย!
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาก็สวมวิญญาณจำลองความรู้สึกของการเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊ง แล้วมายืนชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาบู๊ตึ๊ง ซึ่งมันก็ให้รสชาติที่ต่างออกไปอีกแบบ
เขาหัวเราะหึๆ ออกมา ก่อนจะหันหลังเดินลงจากเขา
เดินทางกลับถึงเรือนพักก่อนที่ราตรีจะมาเยือน
ได้แช่น้ำยาสมุนไพรอย่างสบายตัว สัมผัสถึงพลังปราณบริสุทธิ์ในร่างกายที่เพิ่มพูนขึ้นมาอีกนิด ในใจก็รู้สึกฟินสุดๆ
นี่สิถึงจะเรียกว่าการใช้ชีวิต!
หลังจากแช่น้ำยาเสร็จ เขาก็เอนกายลงบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย หยิบหนังสือออกมาทีละเล่ม แล้วเริ่มพลิกอ่าน
หนังสือเหล่านี้ไม่ใช่คัมภีร์วรยุทธ์อะไรหรอก แต่เป็นเกร็ดเรื่องราวสนุกๆ ในยุทธภพ
เพื่อที่จะได้ใช้มันทำความเข้าใจโลกยุทธจักรของทั้งแผ่นดินเสินโจว
ในเรือนพักทุกหลัง ล้วนมีห้องหนังสือส่วนตัว และมีหนังสือจัดวางไว้จำนวนมาก
ทว่าศิษย์อารามชั้นล่างส่วนใหญ่ กลับไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบขึ้นมาดู
แต่หลิวหยางที่วันๆ ไม่มีอะไรทำ กลับใช้หนังสือปกิณกะเหล่านี้ ในการทำความเข้าใจโลกใบนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความผ่อนคลายเช่นนี้
ในแต่ละวัน หลิวหยางใช้เวลาไปกับการเดินไปกินอาหารโอสถที่โรงครัว เดินเล่นย่อยอาหาร ปีนเขาชมวิว แช่น้ำยาสมุนไพร และอ่านหนังสือ
เป็นการขัดเกลาจิตใจ บำรุงร่างกาย และทำความเข้าใจโลกใบนี้
แม้จะใช้ชีวิตชิลขนาดนี้ แต่ระดับพลังของเขากลับรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้ ย่อมเป็นเพราะมีคนตัวจิ๋วในระบบปล่อยบอท คอยแบกรับภาระฝึกฝนแทนเขาอยู่
ท่ามวยผสมผสานลมปราณบู๊ตึ๊งรอบละครึ่งชั่วโมง วันละสี่สิบแปดรอบ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และไม่ยอมหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
เรียกได้ว่าฟาร์มกันสุดชีวิต!
ในทุกๆ วันที่ผ่านไป ระดับพลังของหลิวหยางจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายก็ยิ่งสมบูรณ์และแข็งแกร่งขึ้น
ทำเอาเหล่าศิษย์อารามชั้นล่างทั้งหลายถึงกับตาค้างมองกันตาปริบๆ
ในช่วงแรก ในใจของพวกเขายังคงรู้สึกไม่ยุติธรรมอย่างมาก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นว่ากลิ่นอายของหลิวหยางแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
แต่ละคนก็เริ่มจะชินชาและปลงตกไปเอง!
ไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจอีกต่อไป!
อัจฉริยะ!
นี่สิอัจฉริยะตัวจริง!
ในสายตาของศิษย์อารามชั้นล่าง หลิวหยางก็คืออัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานในตำนาน!
มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้น ที่จะอธิบายได้ว่าทำไมการแค่ฝึกท่ามวยส่งๆ ไปวันๆ ถึงยังสามารถรักษาระดับความก้าวหน้าได้ขนาดนี้!
ช่องว่างระหว่างพวกเขามันห่างชั้นกันมาก จนถึงขั้นที่ต้องแหงนหน้ามอง!
มาถึงจุดนี้ นอกจากความอิจฉาแล้ว ก็ไม่มีความคิดอื่นใดหลงเหลืออยู่อีกเลย
และหลิวหยาง ก็ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานให้ตัวเอง จากความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ วันนี้เอง!
แม้ว่าหลิวหยางเองก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า เขานี่แหละคืออัจฉริยะผู้ไร้เทียมทาน!
ถึงแม้ว่าจะมีระบบปล่อยบอทคอยฝึกวิชาแทนให้ก็เถอะ
แต่ความเร็วในการฝึกนั้น มันก็ผูกมัดอยู่กับพรสวรรค์ของตัวเขาเองอยู่ดี!
ผลลัพธ์มันก็เหมือนกับที่เขาฝึกเองเป๊ะๆ!
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ เขาไม่ได้มีความอึดถึกทน ไม่สามารถฝึกท่ามวยอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยได้ก็เท่านั้น...
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
ปล่อยบอทหนึ่งเดือน พละกำลังสองแขนทะลวงผ่านสองพันชั่ง บรรลุขั้นเสริมรากฐานระดับสมบูรณ์!
แต่ความสมบูรณ์ที่ว่านี้ มันก็เป็นแค่ระดับสมบูรณ์ในความเข้าใจของศิษย์อารามชั้นล่างทั่วไป
ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของขั้นเสริมรากฐานที่แท้จริง!
หลิวหยางที่มีเวลาเหลือเฟือ ย่อมต้องแสวงหาความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก
ปล่อยบอทสองเดือน พละกำลังสองแขนทะลวงผ่านสองพันห้าร้อยชั่ง
ปล่อยบอทสามเดือน พละกำลังสองแขนทะลวงผ่านสองพันแปดร้อยชั่ง
ปล่อยบอทสี่เดือน พละกำลังสองแขนทะลวงผ่านสองพันเก้าร้อยห้าสิบชั่ง
มาถึงจุดนี้ ร่างกายก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ต่อให้คนตัวจิ๋วในระบบปล่อยบอทจะฟาร์มหนักจนหัวหมุน แต่ความก้าวหน้าก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า
ปล่อยบอทห้าเดือน พละกำลังสองแขนทะลวงผ่านสามพันชั่ง!
นี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่แท้จริงของขั้นเสริมรากฐาน ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว!
ปล่อยบอทหนึ่งวัน ฝึกท่ามวยผสมผสานลมปราณบู๊ตึ๊งอย่างหนักสี่สิบแปดรอบ แต่กลับไม่สามารถเพิ่มพละกำลังได้เลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้หลิวหยางจะรู้สึกว่า ถ้าขืนปล่อยบอทต่อไปแบบนี้อีกสักเดือน มันก็น่าจะเพิ่มพละกำลังได้อีกสักสิบกว่าชั่ง
แต่มันไม่มีความจำเป็นแล้ว!
ผลตอบแทนมันน้อยเกินไป เสียเวลาเปล่า!
ถึงเวลาแล้ว ที่จะกลั่นสกัดพลังกายเป็นลมปราณ ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลมปราณภายใน และเลื่อนขั้นขึ้นสู่สำนักสายบน
ชีวิตอันแสนจืดชืดน่าเบื่อในอารามชั้นล่าง เขาอยู่จนเบื่อจะแย่แล้ว
อยากจะไปดูเรื่องสนุกๆ ในสำนักสายบนเต็มแก่แล้ว!