หน้าแรก > อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
ตอนที่ 12 ศิษย์พี่หวังเฉียง ศึกจัดอันดับอารามสายบน

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

ตอนที่ 12 ศิษย์พี่หวังเฉียง ศึกจัดอันดับอารามสายบน

 

"ขอบเขตลมปราณภายในแล้วมันทำไมล่ะ?"

"ดูศิษย์พี่ประลองกันไม่ได้หรือไง?!"

หลิวหยางกรอกตาบน พอถูกอีกฝ่ายพูดแทงใจดำจนทำให้สายตาหลายคู่รอบด้านหันมามอง และพบว่าเขาก็คือฮัสกี้ที่หลงเข้ามาในฝูงหมาป่านั่นเอง

เขาจึงเอ่ยปากเถียงกลับไปทันที

ศิษย์อารามสายบนที่ถูกเถียงกลับก็ไม่ได้โกรธเคือง กลับมองเขาอย่างจริงจังแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าเอ่ยว่า "ศิษย์อารามชั้นล่างรุ่นที่จะได้เลื่อนขั้นขึ้นมายังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งปี การที่เจ้าสามารถบรรลุการสร้างรากฐานวรยุทธ์ได้ก่อนกำหนด ดูท่าคงจะเป็นศิษย์น้องอัจฉริยะสินะ!"

"แต่ทว่า...."

น้ำเสียงหยุดชะงักไปเล็กน้อย เขาสะบัดมือเอ่ยว่า "ศิษย์น้อง เจ้าเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลมปราณภายใน ทางที่ดีควรจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนในขอบเขตลมปราณภายในให้สำเร็จเสียก่อน!"

"พึงรู้ไว้ว่า เวลาไม่คอยท่า หากฝึกขอบเขตลมปราณภายในสำเร็จ ทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปด และเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตหลังพฤกษาได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะสามารถเข้าร่วมศึกจัดอันดับอารามสายบนได้เร็วขึ้นเท่านั้น!"

"ถ้าเจ้าอยากจะยกระดับเพลงกระบี่กับวิชาตัวเบา รอให้เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตหลังพฤกษาก่อนก็ยังไม่สาย!"

ศึกจัดอันดับอารามสายบน!

หลิวหยางมีสีหน้าตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อย ประสานมือคารวะแล้วเอ่ยว่า "ข้าน้อยศิษย์น้องหลิวหยาง ไม่ทราบว่าศิษย์พี่มีนามว่ากระไร?"

ศิษย์อารามสายบนคนนั้นยิ้มรับ "ข้าแซ่หวัง นามพยางค์เดียวว่า เฉียง"

หลิวหยางโค้งคำนับทันที "คารวะศิษย์พี่หวังเฉียง!"

จากนั้นก็เอ่ยถามต่อด้วยสีหน้าสนใจใคร่รู้ "ศิษย์พี่หวัง ศึกจัดอันดับอารามสายบนที่ท่านพูดถึง มันคืออะไรหรือขอรับ?"

หวังเฉียงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มตอบ "อารามสายบนบู๊ตึ๊งของเรา ทุกๆ หนึ่งปี จะจัดการประลองใหญ่แห่งอารามสายบนขึ้นหนึ่งครั้ง เพื่อจัดอันดับ!"

"มีเพียงศิษย์ที่เลื่อนขั้นเข้าสู่อารามสายบนไม่เกินสิบปี หรือก็คือศิษย์ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบแปดปีเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าร่วมได้!"

"ศิษย์อารามชั้นล่างของบู๊ตึ๊งเรา จะเริ่มเข้าเรียนในอารามชั้นล่างตั้งแต่อายุสิบสาม เคี่ยวกรำฝึกฝนท่ามวยผสมผสานลมปราณบู๊ตึ๊งเพื่อสร้างรากฐานวรยุทธ์ ผู้ที่สามารถสร้างรากฐานวรยุทธ์ชั้นเลิศได้ภายในห้าปี ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์อารามสายบน"

"ตอนนั้นอายุราวๆ สิบแปดปี มาฝึกฝนอย่างหนักในอารามสายบนอีกสิบปี หากสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาได้ก่อนอายุยี่สิบแปดปี ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดความลับ!"

"แต่ศิษย์สืบทอดความลับกับศิษย์สืบทอดความลับด้วยกันเอง มันก็มีความแตกต่างกันอยู่นะ...."

หลิวหยางหัวไวฟังปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ จึงเอ่ยอย่างกระจ่างแจ้งว่า "อันดับของอารามสายบนนี้ จะส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ของศิษย์สืบทอดความลับในอนาคตงั้นหรือขอรับ?"

หวังเฉียงพยักหน้า ด้วยสีหน้าที่เหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กฉลาด พร้อมกับเอ่ยชมว่า "ศิษย์น้องสมกับที่เป็นอัจฉริยะที่บรรลุการสร้างรากฐานวรยุทธ์ได้ก่อนกำหนดจริงๆ ฟังปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ!"

"พึงรู้ไว้ว่า หอต่างๆ ของบู๊ตึ๊งเรา ล้วนต้องการเพาะสร้างบุคลากร...."

"ทั้งอัจฉริยะด้านวรยุทธ์ บุคลากรด้านการหลอมโอสถ บุคลากรด้านการเพาะเลี้ยง บุคลากรด้านการบังคับใช้กฎ...."

"แต่ละหอ ก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป วิธีการเพาะสร้างก็ย่อมแตกต่างกันด้วย"

"เมื่อถึงตอนนั้น อันดับและผลงานในศึกจัดอันดับอารามสายบน จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก!"

พอพูดมาถึงตรงนี้ หวังเฉียงก็เอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า "อัจฉริยะระดับท็อปของบู๊ตึ๊งเรา ย่อมต้องถูกเพาะสร้างให้มุ่งสู่การเป็นมหาปรมาจารย์วรยุทธ์ หรือแม้กระทั่งปรมาจารย์เทวมนุษย์อย่างแน่นอน!"

"และอัจฉริยะที่แท้จริง จะต้องกดข่มคนในระดับเดียวกันได้ ถึงจะคู่ควรกับคำว่าอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์!"

พูดจบ หวังเฉียงก็ตบไหล่หลิวหยางเบาๆ แล้วเอ่ยให้กำลังใจว่า "ศิษย์น้อง ข้าดูแล้วเจ้าก็เป็นอัจฉริยะของบู๊ตึ๊งเราเหมือนกัน อีกสักสิบปีแปดปี เจ้าก็สามารถเข้าร่วมการประลองใหญ่แห่งอารามสายบน เพื่อร่วมศึกชิงความเป็นอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง และกดข่มศิษย์พี่ศิษย์น้องในระดับเดียวกันได้!"

หลิวหยางได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าหงึกๆ เชิดหน้ายิ้มรับ "มันแน่อยู่แล้ว!"

หวังเฉียงฟังแล้วถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ พูดไม่ออกไปพักใหญ่ กว่าจะดึงสติกลับมาได้ก็หลุดหัวเราะออกมา "ฮ่าๆ ศิษย์น้อง เจ้านี่ไม่ถ่อมตัวเอาเสียเลยนะ!"

แต่หลิวหยางไม่ได้ใส่ใจกับคำหยอกล้อนั้นเลย

ในเมื่อศึกจัดอันดับอารามสายบนนี้ มีผลต่อสิทธิประโยชน์ ทิศทางการเพาะสร้าง และการเป็นศิษย์สืบทอดความลับของบู๊ตึ๊งในอนาคต

เขาย่อมต้องจริงจังกับมันแล้ว

ขืนมัวแต่อมพะนำซ่อนคมไว้ แล้วโดนเตะโด่งไปอยู่หอเพาะเลี้ยงให้ไปเลี้ยงหมูจะทำยังไงล่ะ

เป้าหมายของเขาคือตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊งนะโว้ย

ไม่ได้อยากไปเลี้ยงหมู

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเร็วในการฝึกฝนของเขา เขาย่อมก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาได้เร็วกว่าศิษย์อารามสายบนทั่วไปมาก

ตอนนี้ศึกจัดอันดับอารามสายบนอาจจะดูเหมือนยังห่างไกล แต่ถ้าลองคำนวณดูดีๆ มันไม่ไกลเลยสักนิด เผลอๆ จะใกล้เข้ามาแล้วด้วยซ้ำ

มีระบบปล่อยบอทอยู่ทั้งคน ไม่มีทางที่เขาจะมานั่งทนจมปลักอยู่ต่ำกว่าขอบเขตก่อนพฤกษาเป็นสิบปีหรอก

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวหยางก็รีบเอ่ยถามต่อทันที "ศิษย์พี่หวัง ศึกจัดอันดับอารามสายบนนี่ นอกจากการประลองใหญ่ที่จัดขึ้นปีละครั้งแล้ว ยังมีวิธีอื่นในการจัดอันดับอีกไหมขอรับ?!"

หวังเฉียงมองลึกลงไปในดวงตาของหลิวหยาง แล้วก็พบว่าศิษย์น้องที่เพิ่งเลื่อนขั้นขึ้นมาคนนี้ กำลังเอาจริง!

เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตลมปราณภายในแท้ๆ แต่ดันไปคิดถึงศึกจัดอันดับอารามสายบนที่ต้องเป็นขอบเขตหลังพฤกษาถึงจะเข้าร่วมได้ซะแล้ว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ หรือเป็นอัจฉริยะเหนือคนของจริง ที่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างเปี่ยมล้นกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็ทำให้เขาจดจำศิษย์น้องร่วมสำนักที่ชื่อหลิวหยางคนนี้ได้ขึ้นใจ

เขาหัวเราะพลางชี้ไปที่สองคนที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แล้วเอ่ยว่า "นี่ไง ยังมีอีกวิธีที่ทั้งง่ายและดิบเถื่อนที่สุด นั่นคือการท้าประลองกับบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกของอารามสายบนโดยตรง เอาชนะพวกเขา แล้วแย่งตำแหน่งมาแทนที่ซะ!"

"ตราบใดที่มีคนยื่นคำท้าประลองจัดอันดับ บรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกเหล่านี้ก็ต้องรับคำท้า ไม่สามารถปฏิเสธได้!"

"แต่ว่า...."

พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของหวังเฉียงก็เคร่งขรึมขึ้น "กระบี่ไร้ตา ดาบไร้แวว ศิษย์พี่ศิษย์น้องประลองกันเล่นๆ น่ะไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็ยั้งมือกันอยู่แล้ว"

"แต่การท้าประลองจัดอันดับ มันเกี่ยวพันถึงเส้นทางสู่วิถียุทธ์เชียวนะ...."

"บรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกของอารามสายบนพวกนี้ ไม่มีทางออมมือให้หรอก..."
"ต่อให้ไม่ถึงกับเอาชีวิต แต่พวกเขาก็จะลงมืออย่างหนักหน่วง เพื่อสั่งสอนเป็นเยี่ยงอย่าง!"

"หากไปท้าทายอย่างโอหังล่ะก็ ได้กินของขมกันบ้างล่ะ...."

"ต้องนอนหยอดน้ำข้าวไปหลายเดือน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนและอนาคตได้เลยนะ!"

"เจ้าอย่าได้ไปท้าทายมั่วซั่วเชียว!"

หลิวหยางพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของตัวเอง การลงมืออย่างหนักหน่วงเพื่อสั่งสอนเป็นเยี่ยงอย่างและข่มขวัญผู้อื่น มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

เพราะยังไงก็ไม่สามารถปฏิเสธคำท้าได้!

นั่นก็หมายความว่า หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็อาจตกหลุมพรางถูกคนอื่นรุมกินโต๊ะแบบผลัดกันขึ้นมาท้าทายได้

เพื่อปกป้องตัวเอง บรรดาร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนพวกนี้ จะไม่สู้ถวายหัวได้ยังไงล่ะ?!

หรือถึงขั้นสู้กันจนตาแดงก่ำ กลายเป็นการผูกความแค้นต่อกัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย!

ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมีมรสุมยุทธจักร!

ต่อให้กฎของบู๊ตึ๊งจะเข้มงวดแค่ไหน ก็ไม่อาจครอบคลุมได้ทุกซอกทุกมุมหรอก

ไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้แย่งชิงระหว่างศิษย์ด้วยกันเองได้อย่างเด็ดขาด!

ยิ่งไปกว่านั้น...

การต่อสู้แย่งชิงเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ หากนำไปเทียบกับโลกภายนอก มันก็ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงเลยสักนิด!

เพราะยังไงซะ สถานการณ์ในแผ่นดินเสินโจวตอนนี้ ก็คือการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของหกมหาอาณาจักร ที่สู้รบฆ่าฟันกันจนเลือดนองเป็นสายน้ำไปตั้งนานแล้ว

"ศิษย์พี่หวังวางใจเถอะ ไม่ต้องพูดถึงว่าข้ายังไม่ถึงขอบเขตหลังพฤกษา ไม่มีทางไปท้าทายบรรดาศิษย์พี่ร้อยอันดับแรกที่อยู่ขอบเขตหลังพฤกษาหรอก!"

"ต่อให้ถึงขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว หากไม่มั่นใจเต็มร้อย ข้าก็ไม่ลงมือเด็ดขาด!"

หลิวหยางรีบโบกมือปฏิเสธ แล้วหัวเราะออกมาทันที

"เจ้ารู้ตัวก็ดีแล้ว!"

หวังเฉียงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "ในเมื่อเจ้ารู้ผิดชอบชั่วดี แล้วทำไมยังไม่รีบไปฝึกฝนอีก?!"

"สำหรับอัจฉริยะบู๊ตึ๊งอย่างพวกเราที่ต้องการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดความลับ เวลาทุกวินาทีล้วนมีค่าอย่างยิ่ง จะปล่อยให้สูญเปล่าแม้แต่น้อยไม่ได้เด็ดขาด!"

"ใครเขาทำตัวเหมือนเจ้ากัน เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตลมปราณภายในแท้ๆ แต่ดันมาเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปทั่วอารามสายบนเนี่ย?!"

หลิวหยางฟังแล้วถึงกับเหงื่อตก อยากจะเถียงกลับแต่ก็ไม่รู้จะหาคำไหนมาเถียง โชคดีที่ศิษย์พี่อารามสายบนจ้าวเต๋อกับหลี่เซิ่งที่กำลังประลองกันอยู่ หลังจากต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็รู้ผลแพ้ชนะเสียที

เมื่อดูเรื่องสนุกๆ ตรงนี้จบแล้ว หลิวหยางก็รีบเอ่ยลาหวังเฉียงทันที "ลาก่อนนะขอรับศิษย์พี่!"

จากนั้น ร่างกายก็เบาดุจนางแอ่น พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังจุดที่มีเรื่องสนุกๆ จุดต่อไปทันที...

"วิชาตัวเบาขั้นต้น?!"

หวังเฉียงมองตามแผ่นหลังที่จากไปของหลิวหยาง ม่านตาหดเกร็งลงด้วยความตกตะลึงเหนือความคาดหมาย!

แม้วิชาท่ามวยจะสามารถปูรากฐานให้กับวิชาตัวเบาได้ แต่วิชาตัวเบานี่มันจะก้าวหน้าเร็วเกินไปหน่อยไหม?!

เพิ่งจะเริ่มเรียนวิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง ก็ฝึกจนบรรลุขั้นต้นได้แล้วงั้นรึ?!

ถ้าไม่ใช่เพราะมีพรสวรรค์ในการตระหนักรู้วิชาตัวเบาสูงส่ง ก็ต้องเป็นเพราะฝึกวิชาท่ามวยมาอย่างดีเยี่ยมแน่ๆ!

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน หมอนี่ก็คืออัจฉริยะ!

เป็นอัจฉริยะที่สามารถโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางศิษย์บู๊ตึ๊งจำนวนมากได้!

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.