
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 14 ลมปราณภายในเพิ่มพูน ทะลวงสี่เส้นชีพจร
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา การได้กินอาหารโอสถสัตว์วิเศษอย่างไม่ขาดสาย บวกกับการหล่อหลอมรากฐานวรยุทธ์ชั้นเลิศ และการปล่อยบอทเดิน เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ทำให้ลมปราณภายในของเขาพุ่งพรวด ระดับพลังก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
เพียงเวลาสั้นๆ แค่ครึ่งเดือน เขาก็สะสมลมปราณภายในได้ถึงห้าร้อยสายแล้ว!
ปริมาณลมปราณระดับนี้ เทียบเท่ากับศิษย์บู๊ตึ๊งที่เข้ามาอยู่ในอารามสายบนได้สองถึงสามปีเลยทีเดียว
ลมปราณภายในเพิ่มพูนเร็วขนาดนี้ มันชักจะเร็วเกินเบอร์ไปหน่อยแล้วมั้ง
ทำเอาหลิวหยางอดสงสัยไม่ได้ว่า ข่าวลือที่ได้ยินมาว่าการสะสมลมปราณภายในของคนข้างนอกนั้นเชื่องช้าสุดๆ มันเป็นเรื่องโกหกหรือเปล่าเนี่ย?
แต่ไม่นานเขาก็ส่ายหน้า
คนอื่นจะเอาอะไรมาเทียบกับเขาได้ล่ะ?!
ไม่ว่าจะเป็น บู๊ตึ๊งฟูตี้ หรือ อาหารโอสถสัตว์วิเศษ ที่กินแทนข้าว ไปจนถึงรากฐานวรยุทธ์จากขีดจำกัดสูงสุดของขั้นเสริมรากฐานที่มีพละกำลังถึงสามพันชั่ง
มีอันไหนบ้างที่คนทั่วไปจะหามาได้ง่ายๆ?!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขายังปล่อยบอทฝึก เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่มีพักอีก
ใช้เวลาครึ่งเดือน แซงหน้าศิษย์อารามสายบนที่ฝึกมาสองสามปี มันก็โคตรจะเมกเซนส์เลย!
ตั้งแต่ตอนที่สร้างรากฐานวรยุทธ์ขีดจำกัดสูงสุดได้ เขาก็กลายเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะไปแล้ว!
แถมเขายังเป็นยอดนักฟาร์มอีกต่างหาก!
มีระบบปล่อยบอทอยู่ทั้งคน เขาคือเทพเจ้าสายฟาร์มตัวจริง!
ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ มันเป็นเรื่องปกติสุดๆ!
ถ้าไม่ก้าวหน้าขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติ!
เพราะยังไงซะ ถ้าไม่มีระบบปล่อยบอทคอยช่วย แล้วเขาต้องมานั่งฝึกเอง ก็คงต้องปั่นฟาร์มตาเหลือกไปตั้งครึ่งค่อนปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
ลองคำนวณดูแล้ว อัจฉริยะเหนือคนอย่างเขาใช้เวลาฝึกครึ่งค่อนปี เทียบเท่ากับคนทั่วไปฝึกสองสามปี มันก็สมเหตุสมผลดีนี่นา!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวหยางก็สูดลมหายใจเข้าลึก
จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า....
สำหรับศิษย์อารามสายบนของบู๊ตึ๊งที่มีพรสวรรค์ไม่เลว การฝึกฝนในขอบเขตลมปราณภายในและขอบเขตหลังพฤกษา ต้องใช้เวลาถึงสิบปี ถึงจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาได้
แต่เขาน่ะหรอ....
ขอแค่ปีเดียวเท่านั้น!
แค่ปีเดียว เขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาได้แล้ว!
แถมเรื่องวรยุทธ์ เขาก็ไม่มีทางตามหลังใครด้วย!
นี่ฉันมันจะเทพทรูเกินไปแล้วมั้ง?!
ไม่ลองเทียบก็ไม่รู้ พอเอามาเทียบดูเล่นเอาตกใจเลย
นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าการฝึก ท่ามวยผสมผสานลมปราณบู๊ตึ๊ง จนถึงขั้นสุดยอด มันจะมีประโยชน์มหาศาลขนาดนี้!
ไม่เสียแรงเลยที่เขายอมเสียเวลาปล่อยบอทนานกว่าห้าเดือน ฝึกฝน ท่ามวยผสมผสานลมปราณบู๊ตึ๊ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันรอบ เพื่อปูรากฐาน
เริ่มต้นจากวิชาท่ามวย ทุกอย่างมันก็เหมือนกับการกลิ้งก้อนหิมะ ยิ่งกลิ้งก็ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!
เมื่อคิดแบบนี้ หลิวหยางก็รู้สึกดีใจขึ้นมา
เขานั่งขัดสมาธิลงทันที เริ่มโคจร เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ผนึกจิตจดจ่อลงสู่จุดตันเถียน ชักนำลมปราณภายใน เพื่อเริ่มทะลวงเส้นชีพจร
การฝึกฝนในขอบเขตลมปราณภายใน นอกจากการเพิ่มพูนลมปราณแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปด
แม้การทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปดจะไม่ได้ทำให้ลมปราณภายในพุ่งพรวด
แต่ชีพจรวิเศษทั้งแปดคือช่องทางลำเลียงพลังงานตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ การผ่านชีพจรวิเศษทั้งแปดจะช่วยให้ลมปราณไหลเวียนไปยังแขนขาและกระดูกทั่วร่างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งลมปราณไหลเวียนได้เร็วเท่าไหร่ พลังที่ระเบิดออกมาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
หากนำไปใช้กับวิชาตัวเบา ก็จะทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น
หากนำไปใช้กับกระบวนท่าวรยุทธ์ ก็จะทำให้มีอานุภาพรุนแรงขึ้น
ชีพจรวิเศษทั้งแปด ก็คือรากฐานแห่งวิถียุทธ์!
การฝึกฝนในขอบเขตก่อนพฤกษาและขอบเขตยอดปรมาจารย์ในภายภาคหน้า ล้วนต้องพึ่งพาเส้นชีพจรทั้งสิ้น
ยิ่งปูรากฐานเส้นชีพจรไว้ดีเท่าไหร่ อนาคตก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!
ความสำคัญของมันนั้น ไม่ต้องอธิบายก็เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน!
หลิวหยางไม่รอช้า รีบเดินลมปราณภายในให้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร เพื่อเริ่มทะลวงเปิดทางทันที
ชีพจรวิเศษทั้งแปดที่ต้องทะลวงนั้น รวมทั้งหมดมียี่สิบเส้นชีพจรหลัก
แบ่งเป็นชีพจรปกติสิบสองเส้น และชีพจรหลักแปดเส้น
เส้นชีพจรหลักทั้งยี่สิบเส้นนี้ กระจายอยู่ทั่วทั้งแขนขากระดูกและอวัยวะภายในของร่างกาย
ขอเพียงทะลวงพวกมันได้ทั้งหมด ก็จะสามารถสร้างวัฏจักรเล็กในร่างกาย ลมปราณจะไหลเวียนไม่ขาดสาย และอัตราการฟื้นฟูก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ด้วยเหตุนี้ ความแข็งแกร่งก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้นใหญ่!
และนี่ก็คือเหตุผลที่ขอบเขตหลังพฤกษาถูกแยกออกมาเป็นอีกระดับหนึ่ง!
ในความเป็นจริงแล้ว ขอบเขตลมปราณภายในกับขอบเขตหลังพฤกษา ก็คือขอบเขตเดียวกัน นั่นคือการสะสมลมปราณและทะนุถนอมเส้นชีพจร
แต่เนื่องจากความแตกต่างด้านความแข็งแกร่งมันมีมากเกินไป จึงต้องแยกขอบเขตหลังพฤกษาออกมาต่างหาก เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน
เมื่อหมื่นปีก่อน ระดับที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตก่อนพฤกษา ล้วนถูกเรียกรวมกันว่าขอบเขตหลังพฤกษา
ต่อมาเมื่อวิถียุทธ์ได้รับการพัฒนาและเผยแพร่ลงสู่เบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ยุคสมัยที่ทุกคนสามารถฝึกวรยุทธ์ได้
ขอบเขตหลังพฤกษาจึงค่อยๆ ถูกแบ่งย่อยออกมาเป็น ขอบเขตเสริมรากฐาน, ขอบเขตลมปราณภายใน และขอบเขตหลังพฤกษา ทั้งสามระดับนี้ถูกแบ่งแยกอย่างละเอียด
การแบ่งระดับพลังนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของวิถียุทธ์ กล่าวได้ว่า ยิ่งวิถียุทธ์เจริญรุ่งเรืองมากเท่าไหร่ การแบ่งระดับพลังก็จะยิ่งละเอียดมากขึ้นเท่านั้น
หลิวหยางไม่สงสัยเลยว่า หากยังคงพัฒนาต่อไป เกรงว่าขอบเขตเสริมรากฐาน ขอบเขตลมปราณภายใน หรือแม้แต่ขอบเขตหลังพฤกษา คงจะต้องถูกแบ่งย่อยเป็นขั้นๆ ไปอีก หรืออาจจะซับซ้อนกว่านั้นด้วยซ้ำ
แยกแยะความแตกต่างทุกรายละเอียดออกมาให้ชัดเจน
ขั้นตอนการทะลวงเส้นชีพจร จะเริ่มต้นจากชีพจรปกติสิบสองเส้นก่อน
ซึ่งในบรรดาชีพจรปกติสิบสองเส้นนี้ ไม่ได้มีลำดับก่อนหลังแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล
หลิวหยางเน้นไปที่วิชาตัวเบาเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นหลัก ย่อมต้องเลือกทะลวงชีพจรปกติสี่เส้นที่เชื่อมต่อกับขาทั้งสองข้างก่อนเป็นอันดับแรก
หยางสองเส้น หยินสองเส้น รวมเป็นสี่เส้นพอดี
โคจรลมปราณภายใน ถ่ายเทลงสู่เส้นชีพจรที่ขาทั้งสองข้าง
ลมปราณภายในทั้งห้าร้อยสาย ไหลทะลักกวาดต้อนลงไปอย่างมหาศาล
แทบจะไม่พบกับอุปสรรคใดๆ กวาดล้างลงไปอย่างราบคาบ
ราวกับรถไถดิน ที่กวาดล้างสิ่งกีดขวางและสิ่งอุดตันในเส้นชีพจรจนสะอาดเอี่ยมอ่อง
ปุ!
เสียงทึบๆ ดังกังวานขึ้น!
"ทะลวงสำเร็จแล้ว!"
หลิวหยางดีใจจนเนื้อเต้น!
อาศัยลมปราณอันแข็งแกร่ง ทะลวงเชื่อมต่อเส้นชีพจรทั้งสี่เส้นได้สำเร็จ!
แต่การทะลวงชีพจร เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะเส้นชีพจรทั่วร่างเดิมทีก็เปิดอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่ได้อุดตันทั้งหมด
เหมือนกับการขุดลอกคลอง การเคลียร์โคลนและเศษขยะ เป็นแค่ขั้นตอนแรก
สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการขยายคลองให้กว้างขึ้น!
และสำหรับเส้นชีพจร มันก็คือการขยายเส้นชีพจร และหล่อเลี้ยงเส้นชีพจร
เพื่อให้เส้นชีพจรคุ้นชินกับลมปราณที่ไหลผ่านอย่างรวดเร็ว โดยไม่เกิดการติดขัด
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น จะปล่อยให้เส้นชีพจรได้รับความเสียหายจากการที่ลมปราณไหลเวียนอย่างรุนแรงไม่ได้เด็ดขาด
นี่คือขั้นตอนที่ต้องอาศัยระยะเวลายาวนาน!
ต้องโคจรลมปราณทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้เส้นชีพจรค่อยๆ ปรับตัวให้อยู่ในขอบเขตที่สามารถรองรับได้
ไม่ใช่ว่าปิดประตูทะลวงสำเร็จแล้วก็จะจบเรื่องเลยเสียหน่อย
สำหรับจอมยุทธ์ขอบเขตลมปราณภายในทั่วไป หลังจากทะลวงชีพจรสำเร็จแล้ว ในขณะที่พวกเขาฝึกเคล็ดวิชาลมปราณ เพื่อกลั่นสกัดพลังกายเป็นลมปราณ ก็ต้องเพิ่มขั้นตอนการทะนุถนอมเส้นชีพจรที่เพิ่งทะลวงเข้าไปด้วย
ทำให้ต้องเสียเวลามากขึ้นไปอีก!
แต่สำหรับหลิวหยาง เรื่องพวกนี้จิ๊บจ๊อยมาก!
แค่โยนให้คนตัวจิ๋วในระบบปล่อยบอท ไปฟาร์มต่อก็จบแล้ว!
เพราะยังไงซะ ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จากการปล่อยบอท เขาก็สามารถรับมาได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่มีการสูญเสียเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็สั่งให้ปล่อยบอท เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ทันที โดยเพิ่มขั้นตอนการทะนุถนอมชีพจรปกติที่ขาทั้งสี่เส้นที่เพิ่งทะลวงใหม่นี้เข้าไปด้วย
เขามองดูคนตัวจิ๋วตรงกลางหน้าต่างระบบ ที่นั่งขัดสมาธิอย่างตั้งอกตั้งใจ โคจร เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หลิวหยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เผยรอยยิ้มเยี่ยงนายทุนหน้าเลือดออกมา
มีบอทคอยฟาร์มวิชาให้ การฝึกวรยุทธ์มันก็ชิลแบบนี้นี่เอง!
การเก็บตัวปิดด่านครั้งนี้ เขาสามารถทะลวงเส้นชีพจรได้รวดเดียวถึงสี่เส้น ความก้าวหน้าในขอบเขตลมปราณภายใน สำเร็จไปหนึ่งในห้าแล้ว
และมันเพิ่งจะกินเวลาของหลิวหยางไปแค่ครึ่งค่อนวันเท่านั้นเอง
ปิดด่านไปแค่ครึ่งวัน หลิวหยางก็ออกจากด่านอีกครั้ง
เขามีสีหน้าเรียบเฉยสบายๆ แล้วมุ่งหน้าออกไปตามจุดต่างๆ ในอารามสายบน เพื่อดูเรื่องสนุกๆ ต่อไป
ชีวิตการฝึกฝนบนเขาบู๊ตึ๊ง ช่างอิ่มเอมและเติมเต็มหัวใจจริงๆ!