
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 15 พรสวรรค์ระดับไร้เทียมทาน หวังเฉียงตกตะลึง!
"ศิษย์น้องหลิวหยาง เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!"
หลิวหยางเพิ่งจะแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน ยังไม่ทันจะได้ทำความเข้าใจต้นสายปลายเหตุของ "เรื่องสนุก" ก็มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นข้างหู
พอหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นหวังเฉียง คนรู้จักที่เขาเพิ่งรู้จักในอารามสายบนบู๊ตึ๊งนั่นเอง
เขาจึงรีบเอ่ยทักทายทันที "บังเอิญจังเลยนะขอรับ ศิษย์พี่หวังเฉียง!"
หวังเฉียงกรอกตาบน ก่อนจะด่าปนขำด้วยสีหน้าเอือมระอา "ไอ้หนู เจ้านี่มาดูเรื่องสนุกอีกแล้วรึ?!"
สิ้นเสียง หลิวหยางยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ
ก็มีเสียงหัวเราะ "พรืด" ดังขึ้นจากด้านข้าง
ศิษย์อารามสายบนคนหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มแปลกๆ "คำว่า 'อีกแล้ว' คืออะไรกัน? ศิษย์พี่หวังเฉียง ท่านประเมินศิษย์น้องคนนี้ต่ำไปแล้ว ศิษย์น้องคนนี้น่ะมาดูเรื่องสนุกทุกวันเลยต่างหาก..."
หวังเฉียงได้ยินดังนั้น ก็หันขวับไปมองหลิวหยางด้วยสีหน้าตกตะลึงปนอึ้งจนพูดไม่ออก
"การมาดูบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกของอารามสายบนประลองฝีมือกันล่วงหน้า ถึงมันจะดูเร็วไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร..."
"แต่เล่นมาดูทุกวันแบบนี้ มันจะรีบร้อนเกินไปแล้วมั้ง?!"
"ศิษย์น้องหลิวหยาง ข้ารู้ว่าพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของเจ้านั้นยอดเยี่ยมมาก อนาคตเจ้าต้องได้เข้าร่วมศึกชิงร้อยอันดับแรก เพื่อใช้สถานะร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดความลับอย่างแน่นอน!"
"แต่พึงรู้ไว้ว่า เจ้าเพิ่งจะอยู่แค่ขอบเขตลมปราณภายใน สิ่งที่ควรทำที่สุดในตอนนี้ คือการไปสะสมลมปราณภายใน ทะนุถนอมเส้นชีพจร และก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษา!"
"ไม่ใช่เอาเวลามาทิ้งขว้างกับการประลองฝีมือของศิษย์พี่ร่วมสำนัก ที่ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าในตอนนี้เลย..."
พูดไปพูดมา หวังเฉียงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า เขารู้สึกราวกับได้เห็นศิษย์น้องที่มีพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์สูงส่ง แต่กลับทำตัวเสเพล ไม่เอาถ่าน จนรู้สึกเสียดายเหล็กที่ตีไม่เป็นเหล็กกล้า
แทบอยากจะจับต้นไม้ที่โตมาเบี้ยวๆ ต้นนี้ มาดัดให้ตรง เพื่อให้เติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่มีประโยชน์
"เอ่อ....."
หลิวหยางทนฟังศิษย์พี่หวังเฉียงบ่นกระปอดกระแปดจนรู้สึกปวดหัวตึ้บ
เขาไม่กลัวคนอื่นมาเยาะเย้ยหรือหัวเราะเยาะหรอก แต่กลัวคนที่มาให้คำแนะนำด้วยความหวังดีจากใจจริงแบบนี้แหละ
ก็เจตนาของเขามันดีนี่นา!
อยากจะเถียงกลับ ก็ไม่รู้จะหาคำไหนมาเถียง
เพราะถ้าขืนเถียงกลับไป ตัวเขานั่นแหละที่จะดูแย่!
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คำแนะนำน่ะมันดี แต่มันใช้กับเขาไม่ได้โว้ย!
ก็ปล่อยบอทนอนชิลไปแล้ว จะให้มานั่งฟาร์มแข่งกับคนอื่นทำไมอีกล่ะ?!
และที่สำคัญที่สุด ต่อให้เขาไปนั่งฟาร์มเองตาเหลือก มันก็ยังสู้ประสิทธิภาพและความก้าวหน้าจากการปล่อยบอทไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีของศิษย์พี่ขอรับ!"
"ลาก่อนนะขอรับศิษย์พี่!"
ขนาดคนที่กำลังประลองกันอยู่ชื่อแซ่อะไร เขายังขี้เกียจจะรู้เลย
เขาหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีทันที!
ใช้ออกด้วยวิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง ลมปราณภายในไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรที่ขาทั้งสองข้าง พริบตาต่อมา เขาก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง พุ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
"วิ...วิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์?!"
หวังเฉียงมองตามแผ่นหลังของหลิวหยางที่จากไปไกล ด้วยอาการอ้าปากค้าง ตาโตแทบจะถลนออกมานอกเบ้า!
เขาช็อกแบบสุดๆ!
ตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รู้สึกสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก
ฝันยังไม่กล้าฝันเลยว่า เวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งเดือน ศิษย์น้องหลิวหยางที่เพิ่งเลื่อนขั้นเข้าสู่อารามสายบนผู้นี้ จะฝึกวิชาตัวเบาจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ได้แล้ว!
พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเขา มันน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้เลยรึ!?
เพิ่งจะได้สัมผัสเคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊งได้แค่ครึ่งเดือน ก็ฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว!
นี่สินะที่เรียกว่าอัจฉริยะด้านวิถียุทธ์?!
ปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังหรือวรยุทธ์ เขามักจะก้าวเร็วกว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักไปก้าวหนึ่งเสมอ จึงมักจะยกยอตัวเองว่าเป็นอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์
ใครจะไปคิดล่ะว่า..
วันนี้หลังจากได้เห็นหลิวหยาง เขาก็ได้ตระหนักว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า!
ความก้าวหน้าเร็วกว่าก้าวหนึ่งของเขา พอเอามาเทียบกันแล้ว มันแทบจะไม่น่าเอ่ยถึงเลยสักนิด
"ไม่ใช่แค่วิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์หรอกนะ!"
"ท่านไม่สังเกตเหรอว่าความเร็วของเขาน่ะมันน่ากลัวขนาดไหน?!"
"ความเร็วนั่น ไม่ได้ด้อยไปกว่าบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกที่มีวิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์เลยสักนิด..."
ศิษย์อารามสายบนคนที่พูดแทรกขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็เป็นพวกชอบดู "เรื่องสนุก" เช่นกัน จากการมุงดูเรื่องสนุกและการประลองมาหลายปี ทำให้เขามีสายตาที่เฉียบคมมาก
เขามองปราดเดียวก็รู้เลยว่า ความเร็วของหลิวหยางนั้นน่ากลัวจริงๆ
สิ้นประโยคนี้ หวังเฉียงก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงว่า "เขาทะลวงเส้นชีพจรที่ขาทั้งสองข้างแล้ว!"
มีเพียงการทะลวงเส้นชีพจรที่ขาทั้งสองข้างให้โล่งตลอดสายเท่านั้น ถึงจะสามารถมีความเร็วจากวิชาตัวเบา เทียบเท่ากับบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกที่มีวิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ได้!
ความแตกต่างระหว่างขอบเขตลมปราณภายในกับขอบเขตหลังพฤกษา ก็คือปริมาณของลมปราณภายในที่มีมากน้อยต่างกัน
ขอบเขตลมปราณภายใน มีลมปราณน้อย ฟื้นฟูช้า เส้นชีพจรเปราะบาง การใช้วิชายุทธ์ต่างๆ จึงมีแค่พลังทำลายล้างชั่วขณะ ไม่สามารถยืนหยัดได้นาน
ส่วนขอบเขตหลังพฤกษานั้น เส้นชีพจรทั้งหมดถูกทะลวงเปิดทางแล้ว สามารถสร้างวัฏจักรเล็กในร่างกาย ทำให้ลมปราณภายในเกิดการหมุนเวียนไม่ขาดสาย และฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
เวลาต่อสู้ จึงสามารถใช้วิชายุทธ์ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
ส่วนในเรื่องของคุณภาพของลมปราณภายในนั้น ขอบเขตลมปราณภายในกับขอบเขตหลังพฤกษาถือว่าอยู่ในระดับเดียวกัน
วินาทีนี้ หวังเฉียงถึงกับเงียบกริบไปเลย
วิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์ แถมยังทะลวงเส้นชีพจรทั้งสี่เส้นที่ขาทั้งสองข้างได้แล้วอีก
นั่นหมายความว่า ต่อให้เขาเป็นคนลงมือเอง ก็คงยากที่จะเอาชนะหลิวหยางได้ในเวลาอันสั้น!
แต่หลิวหยาง เพิ่งจะเลื่อนขั้นเข้าสู่อารามสายบนได้แค่ครึ่งเดือนเองนะ!
"เขาทำได้ยังไงกัน?!"
"วันๆ เอาแต่เดินเตร็ดเตร่มามุงดูเรื่องสนุก ดูคนประลองฝีมือกัน!"
"แต่กลับสามารถทะลวงเส้นชีพจรที่ขาทั้งหมดได้ในเวลาสั้นๆ แค่นี้เนี่ยนะ!"
"แบบนี้อย่างน้อยก็ต้องสะสมลมปราณภายในได้ถึงสี่ร้อยสายแล้วสิ?!"
ใบหน้าของหวังเฉียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
คิดไม่ออก คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ
ต่อให้คิดตามมาตรฐานขั้นต่ำ ที่ต้องใช้ลมปราณภายในหนึ่งร้อยสายในการขยายและทะนุถนอมเส้นชีพจรหลักหนึ่งเส้น
การทะลวงเส้นชีพจรทั้งสี่เส้นที่ขาทั้งสองข้าง อย่างน้อยก็ต้องใช้ลมปราณภายในถึงสี่ร้อยสาย!
ลมปราณภายในตั้งสี่ร้อยสายเชียวนะ!
ลองคิดถึงตอนที่เขาอยู่ในระดับเดียวกันสิ เขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็มๆ กว่าจะกลั่นลมปราณภายในได้สี่ร้อยสาย
แต่หลิวหยาง ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น!
ช่องว่างความห่างชั้นนี้....
มันจะมากเกินไปแล้วมั้ง?!
"ใครจะไปรู้ล่ะ!"
"บางที บู๊ตึ๊งของเราอาจจะกำลังมียอดอัจฉริยะระดับไร้เทียมทานปรากฏตัวขึ้นมาแล้วก็ได้!"
ศิษย์อารามสายบนที่อยู่ข้างๆ กรอกตาบน ก่อนจะแบมือทั้งสองข้างออก
ศิษย์อารามสายบนของบู๊ตึ๊ง ต่างก็มีสภาพแวดล้อม เคล็ดวิชา และทรัพยากรในการฝึกฝนเหมือนๆ กันหมด
บวกกับไม่มีใครโง่พอที่จะไปกินโอสถเพื่อเร่งเพิ่มลมปราณภายในหรอก
ดังนั้น คิดไปคิดมา ก็มีเพียงพรสวรรค์ระดับไร้เทียมทานเท่านั้น ที่จะสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้!
พรสวรรค์อันน่าทึ่ง ระดับที่ไม่มีใครเทียบได้!
ถึงได้ทำให้สามารถฝึกฝนได้รวดเร็วปานนี้!
สำหรับเรื่องนี้ หวังเฉียงก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขาเอ่ยด้วยสีหน้าละอายใจว่า "ดูท่า ข้าจะพูดมากเกินไปซะแล้ว..."
"ประเมินผิดไปจริงๆ ความแตกต่างระหว่างยอดอัจฉริยะระดับไร้เทียมทานกับพวกเราเนี่ย..."
แต่ศิษย์อารามสายบนที่อยู่ข้างๆ กลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมาย เขามองโลกในแง่ดีว่า "ไม่แน่ว่าศิษย์น้องหลิวหยางอาจจะมีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง ร่างกายแข็งแกร่ง และมีพลังต้นกำเนิดชีวิตที่อุดมสมบูรณ์มาก จนการกลั่นลมปราณภายในมันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากก็ได้!"
"ดังนั้น เขาถึงไม่จำเป็นต้องมานั่งลำบากกลั่นพลังกายเป็นลมปราณ และสะสมลมปราณภายในเหมือนพวกเราไง!"
"พวกเราก็ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนพวกนั้นหรอก..."
"ไม่มีอะไรน่าเอาไปเทียบเลยสักนิด..."
"ตรงกันข้าม ด้วยความเร็วในการก้าวหน้าของระดับพลัง และพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวของศิษย์น้องหลิวหยาง บางทีการประลองใหญ่แห่งอารามสายบนในปีนี้ อาจจะมีเรื่องสนุกๆ ครั้งใหญ่ให้เราได้ดูกันก็ได้นะ!"
พูดจบ นัยน์ตาก็เป็นประกาย!
คนที่ชอบดูเรื่องสนุก ย่อมอยากเห็นคนที่สามารถมาพลิกโฉมหน้าสถานการณ์แบบเดิมๆ ปรากฏตัวขึ้นมาอยู่แล้ว!
แบบนี้สิ ถึงจะมีเรื่องสนุกให้ดู!
หวังเฉียงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในใจกลับรู้สึกถูกโจมตีอย่างหนัก!
ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปกว่าการที่รุ่นน้องที่เคยตามหลังอยู่ไกลๆ และเคยเป็นคนที่ตนต้องคอยดูแล
เพียงแค่เผลอไปแวบเดียว ก็ก้าวข้ามตนไปได้ แถมยังทิ้งห่างไปไกลจนแทบมองไม่เห็นฝุ่น อีกแล้วล่ะ
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียว ว่าอีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องที่ต้องคอยดูแลก็เถอะ
แต่หวังเฉียงก็ยังรู้สึกหดหู่และถูกโจมตีอย่างหนักอยู่ดี
เขาแอบทบทวนตัวเองเงียบๆ ว่า ไม่ควรจะเหลิงไปกับการที่ตัวเองก้าวล้ำหน้าคนอื่นไปแค่ก้าวเดียวเลย
พึงรู้ไว้ว่า ยอดอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในกลุ่มศิษย์ร่วมรุ่นเดียวกันหรอก แต่มักจะไปแฝงตัวอยู่ในกลุ่มศิษย์น้องที่ดูไม่สะดุดตา ซึ่งตามมาทีหลังต่างหาก