
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 17 เรื่องจิ๊บๆ ชิลๆ กลมกลืนกลายเป็น "ผู้รอบรู้" แห่งอารามสายบน
โคตรน่ากลัวเลย ไปกินแตงมุงดูเรื่องสนุก ดันแจ็กพอตแตกที่ตัวเองซะงั้น!
หลิวหยางวิ่งหนีกลับมาที่เรือนพักของตัวเอง ตบหน้าอกดังป้าบๆ ด้วยความรู้สึกใจหายใจคว่ำ
โดยเฉพาะบรรดาศิษย์พี่หญิงแห่งอารามสายบนพวกนั้น แต่ละคนทำหน้าเหมือนอยากจะจับเขากินกลืนลงท้องไปทั้งตัวงั้นแหละ!
แค่คิดก็สยองแล้ว!
เขาส่ายหน้า พรสวรรค์ดันมาถูกเปิดเผยโดยไม่คาดฝัน จนสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วอารามสายบนบู๊ตึ๊ง กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนแบบนี้ มันน่ารำคาญใจจริงๆ
แต่พอลองคิดดูดีๆ แล้ว การฝึกฝนในอารามสายบนบู๊ตึ๊ง เรียนไปเรียนมา มันก็มีแค่วิชายุทธ์สามวิชา นั่นก็คือ เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง และ วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง
ยังไงมันก็ปิดบังไว้ไม่อยู่หรอก!
และที่สำคัญ
มันก็ไม่เห็นจะมีความจำเป็นต้องปิดบังเลยสักนิด!
จะให้มาทำตัวโลว์โปรไฟล์ แล้วปล่อยให้แผนการฟาร์มวิชาของตัวเองต้องพังไม่เป็นท่าเนี่ยนะ?!
เป็นไปไม่ได้หรอก!
คนที่มีระบบปล่อยบอทคอยฟาร์มให้อยู่ตลอดเวลาแบบเขา ระดับพลังย่อมก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด รวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัวอยู่แล้ว
เปลี่ยนไปแทบทุกวันแบบนี้ จะเอาอะไรไปซ่อนล่ะ?
หรือจะให้สะสมผลลัพธ์จากการปล่อยบอทไว้ แล้วค่อยมากดรับทีเดียวตอนผ่านไปหลายๆ เดือนงั้นรึ?
ถ้าเป็น เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง ล่ะก็ พอทำได้อยู่
แต่ถ้าเป็น เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง ล่ะก็ ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เพราะการฝึกฝนในขอบเขตลมปราณภายใน มันไม่ได้ง่ายแค่อัพปริมาณลมปราณอย่างเดียวซะเมื่อไหร่
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการขยายและทะนุถนอมเส้นชีพจรต่างหาก
กดรับผลลัพธ์จากการปล่อยบอทวันละครั้งน่ะ ยังพอไหว
แต่ถ้าทิ้งไว้นานๆ สะสมไว้ยอดเดียว มันอาจจะเกิดปัญหาตามมาสารพัด อย่างเช่น เส้นชีพจรได้รับการทะนุถนอมไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถรองรับลมปราณภายในที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างกะทันหันได้
ต่อให้ระบบปล่อยบอทมีแนวโน้มสูงมากที่จะช่วยปรับสมดุลความแตกต่างมหาศาลนี้ให้โดยอัตโนมัติก็เถอะ
แต่หลิวหยางก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงนี่นา!
ความแตกก็ความแตกสิวะ!
ยังไงซะ หลิวหยางคนนี้ก็คือยอดอัจฉริยะอยู่แล้ว!
ระดับพลังก้าวหน้าไว มันก็เป็นเรื่องเมกเซนส์สุดๆ อยู่แล้วป่ะ!
ระดับยอดอัจฉริยะ ก็ต้องเก่งกาจเหนือคนธรรมดาเป็นธรรมดา
ส่วนเรื่องที่มันไปสร้างความสั่นสะเทือนในอารามสายบน จนทำให้บรรดาคู่แข่ง โดยเฉพาะพวกร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนต้องมาจับตามองล่วงหน้าน่ะเหรอ?
สำหรับเรื่องนี้ หลิวหยางไม่ได้รู้สึกใส่ใจเลยสักนิด
ด้วยความเร็วในการฟาร์มของเขาตอนนี้ ขอแค่ปล่อยบอทไปสักปีนึง เขามั่นใจว่าสามารถสะสมลมปราณภายในจนถึงขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษาได้แน่ๆ
ลมปราณภายในหนึ่งร้อยสาย สามารถทะนุถนอมเส้นชีพจรได้หนึ่งเส้น
ลมปราณภายในสองพันสาย ก็สามารถทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาได้แล้ว
นี่คือมาตรฐานขั้นต่ำสุดของขอบเขตหลังพฤกษา หรือก็คือระดับที่เพิ่งจะทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปดได้สำเร็จนั่นเอง
เมื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษา ภายในร่างกายจะสร้างวัฏจักรขึ้นมา ลมปราณภายในจะไหลเวียนไม่ขาดสาย ส่งผลให้อัตราการสะสมลมปราณเพิ่มเร็วขึ้นไปอีก
เมื่อสะสมลมปราณภายในได้ถึงห้าพันสาย ก็จะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะไปท้าทายทะลวงสะพานฟ้าดิน เปิดประตูสวรรค์ เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา
และนี่คือมาตรฐานทั่วไปของยุทธจักรในแผ่นดินเสินโจว
แต่ในฐานะศิษย์บู๊ตึ๊ง ย่อมต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่านั้น และต้องสะสมลมปราณภายในให้ได้มากกว่านั้น
ยิ่งสะสมลมปราณภายในไว้มากเท่าไหร่ หลังจากทะลวงสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา ปราณแท้ก่อนพฤกษาก็จะยิ่งลึกล้ำ และสามารถสูดซับพลังธรรมชาติได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น
ศิษย์ของขุมกำลังใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ที่อยากจะก้าวไปให้ไกลบนเส้นทางวิถียุทธ์ ล้วนทุ่มเทมุ่งหน้าสู่ขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษากันทั้งนั้น
ทุกคนต่างก็ฟาร์มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อสะสมลมปราณภายในให้ถึงขีดจำกัดสูงสุดก่อนอายุยี่สิบแปดปี
และขีดจำกัดสูงสุดของลมปราณภายในในขอบเขตหลังพฤกษา ก็จะอยู่ที่ไม่เกินหนึ่งหมื่นสาย
หนึ่งหมื่นสายนั่นแหละ คือหุบเหวที่ไม่อาจก้าวข้ามไปได้
ทำได้แค่พยายามสะสมให้เข้าใกล้หนึ่งหมื่นสายให้มากที่สุดเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว ศิษย์บู๊ตึ๊งส่วนใหญ่ที่ฝึกขอบเขตหลังพฤกษาจนถึงขีดจำกัด ก็สะสมลมปราณภายในได้แค่ราวๆ แปดถึงเก้าพันสายเท่านั้น
ยิ่งไปถึงช่วงท้ายๆ ลมปราณภายในก็จะยิ่งเพิ่มยากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะมันถึงขีดจำกัดที่พลังกายและปราณบริสุทธิ์ของมนุษย์จะสามารถรองรับได้แล้วนั่นเอง!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ไม่ว่าจะก้มหน้าก้มตาฝึกเคล็ดวิชาลมปราณอย่างบ้าคลั่งแค่ไหน หรือจะกินโอสถวิเศษเข้าไปสักเท่าไหร่ มันก็แทบจะไม่เพิ่มขึ้นมาเลยแม้แต่สายเดียว
ส่วนสิ่งที่หลิวหยางต้องทำ ก็แค่สะสมลมปราณภายในให้ถึงเก้าพันสายภายในเวลาหนึ่งปี
ถึงตอนนั้น ลมปราณภายในเก้าพันสาย บวกกับเพลงกระบี่บู๊ตึ๊งและวิชาตัวเบาบู๊ตึ๊งที่ฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์
พูดได้เลยว่า มันมากพอที่จะกวาดล้างทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งให้ราบคาบได้อย่างสบายๆ!
ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อให้พวกร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนจะมาจับตามอง ก็หยุดยั้งความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเขาไม่ได้หรอก!
และไม่มีทางส่งผลกระทบต่อความเร็วในการฟาร์มของเขาได้เลยด้วย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวหยางก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก!
พรสวรรค์ระดับยอดอัจฉริยะที่โดนเปิดโปงโดยบังเอิญนั้น แทบไม่ส่งผลอะไรกับเขาเลย!
มันไม่สามารถสร้างอุปสรรคใดๆ ต่อจังหวะการฟาร์มของเขาได้เลยสักนิด
แถมเขายังมีเวลาและแรงกายเหลือเฟือ ไปรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ต่างๆ ได้สบายๆ
เรื่องแค่นี้มันจิ๊บๆ!
"ฉันคิดมากไปเองแหละ...."
"ยอดอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ระดับเทวมนุษย์แบบฉันเนี่ย ยังไงมันก็ซ่อนความเทพเอาไว้ไม่อยู่หรอก!"
"ฉันต้องหัดชินกับมันได้แล้ว!"
"นี่มันแค่เรื่องจิ๊บๆ ชิลๆ ต่อไปในอนาคตมันต้องมีเรื่องให้สั่นสะเทือนยิ่งกว่านี้อีกเยอะ!"
หลิวหยางพึมพำกับตัวเองในใจ พยายามสะกดจิตล้างสมองตัวเองอย่างหนัก ว่าเขาคือยอดอัจฉริยะแห่งวิถียุทธ์ผู้มีพรสวรรค์ระดับเทวมนุษย์!
ในอนาคต เขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกเยอะ!
ถึงตอนนั้น คนที่อยากจะจับเขากลืนลงท้อง คงไม่ได้มีแค่บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องผู้หญิงในบู๊ตึ๊งแล้วล่ะ
แต่รวมถึงพวกนางมาร ธิดาศักดิ์สิทธิ์ จอมยุทธ์หญิง คุณหนูตระกูลใหญ่ และบรรดาสาวงามผู้สูงส่งอีกเพียบ!
เขาต้องหัดชินกับมันให้ได้!
ถึงแม้ในใจเขาจะรู้ดีว่า พรสวรรค์ที่แท้จริงของตัวเองนั้นเป็นแค่ระดับคนธรรมดาก็เถอะ
แต่เมื่อมีระบบปล่อยบอท คอยปั่นฟาร์มให้เขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เขาก็คือยอดอัจฉริยะ!
เป็นยอดอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ระดับเทวมนุษย์ของแท้แน่นอน!
สำหรับเรื่องนี้ หลิวหยางไม่มีความลังเลสงสัยเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ต้องปล่อยบอทฟาร์มไปเป็นร้อยๆ ปี เขาก็สามารถฟาร์มจนบรรลุขอบเขตเทวมนุษย์ออกมาได้อยู่ดี!
เรียกได้ว่า ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวมนุษย์ได้อย่างมั่นคงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้านี่ไม่ใช่พรสวรรค์ระดับเทวมนุษย์ แล้วมันจะเรียกว่าอะไรล่ะ?!
บนโลกใบนี้ยังมีอัจฉริยะคนไหนกล้าคุยโวว่าตัวเองสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทวมนุษย์ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์บ้างล่ะ?!
ไม่มีหรอก!
ไม่มีเลยสักคน!
มีแค่เขา หลิวหยางคนนี้เท่านั้น ที่ทำได้!
เพราะยังไงซะ ในการฝึกฝนวิถียุทธ์ ระดับพลังก้าวหน้าไว มันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหนา
การตระหนักรู้ในวิชายุทธ์ต่างๆ ต่างหาก ที่เป็นด่านมหาโหดของจริง
มันต้องอาศัยพรสวรรค์และสติปัญญาอันสูงส่งสุดกู่ ถึงจะสามารถตระหนักรู้ "สภาวะยอดปรมาจารย์" "เจตจำนงมหาปรมาจารย์" และ "เทวมนุษย์ประสานฟ้าดิน" ได้!
สิ่งเหล่านี้แหละ คือหุบเหวที่สกัดกั้นจอมยุทธ์กว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์บนโลกไม่ให้ก้าวหน้าไปไหนได้
แต่หลิวหยางที่มีระบบปล่อยบอทคอยฟาร์มให้ สามารถเหยียบย่ำและเมินเฉยต่อหุบเหวพวกนี้ได้สบายๆ!
พอคิดแบบนี้แล้ว สิ่งที่หลิวหยางเทพที่สุดก็คือ....
พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์นั่นเอง!
พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเขา ไร้เทียมทานหาผู้ใดเปรียบ!
ไอ้ที่เรียกว่าระดับพลังก้าวหน้าไวน่ะ มันก็เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งของพรสวรรค์ระดับยอดอัจฉริยะของเขาที่เผยออกมาให้เห็นเท่านั้นแหละ
"ฉันมันอัจฉริยะจริงๆ ด้วย!"
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวหยางก็ปรบมือหัวเราะร่วน จิตใจกลับมาสงบนิ่งชิลๆ ในพริบตา
ก็แค่เรื่องจิ๊บๆ เขาต้องทำตัวชิลๆ และหัดชินกับมันไว้!
พอจัดระเบียบความคิดได้ หัวสมองก็ปลอดโปร่ง โล่งสบายสุดๆ
ความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในอารามสายบน สำหรับหลิวหยางแล้ว มันก็เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้เขาเลย
วันต่อมา เขายังคงรักษาจังหวะชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม ไปกินข้าวที่โรงครัว แล้วออกมาเดินเล่นย่อยอาหาร
เดินเตร็ดเตร่ไปตามจุดต่างๆ ทั่วอารามสายบน เพื่อมุงดู "เรื่องสนุก" อย่างไม่หยุดหย่อน
เดินเล่นเตร็ดเตร่ไปทั่วอารามสายบน พร้อมกับถือโอกาสฝึกฝนวิชาตัวเบาบู๊ตึ๊งไปด้วยในตัว
ในระหว่างนั้น แม้จะตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมาย แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน เขายังอาศัยโอกาสนี้ แฝงตัวเข้าไปในกลุ่ม "ชาวด้อมมุงดูเรื่องสนุก" ตีสนิทกลมกลืนเป็นพวกเดียวกัน คุยกันอย่างออกรสออกชาติ!
เนียนไปเนียนมา เมื่อเวลาผ่านพ้นไป
หลิวหยางก็แทบจะกลายเป็น "ผู้รอบรู้" แห่งอารามสายบนบู๊ตึ๊งไปซะแล้ว
ไม่มีเรื่องลี้ลับในอารามสายบน หรือเรื่องซุบซิบนินทาของบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องคนไหน ที่เขาไม่รู้เลย
เรื่องนี้ไม่ได้มีเทคนิคอะไรมากมายหรอก อาศัยเวลาในการขลุกตัวล้วนๆ!
ชาวด้อมมุงดูเรื่องสนุกในอารามสายบนน่ะมีตั้งเยอะแยะ แต่ไม่มีใครที่ทำตัวเหมือนเขาสักคน ที่วันๆ เอาแต่มุงดูเรื่องสนุก ดูตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่ยอมพลาดเรื่องสนุกเลยสักงานเดียว
จนถึงขั้นที่ว่า ในท้ายที่สุด หลิวหยางก็กลายเป็นนักพากย์ประจำสนามไปแล้ว!
นี่มันโคตรจะหลุดโลกไปเลย!