
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 20 เกณฑ์ขั้นต่ำของร้อยอันดับแรก ลมปราณภายในเจ็ดพันสาย (ตอนที่หนึ่ง)
"ศิษย์น้อง เจ้าอยากให้ศิษย์พี่คนนี้ตายจริงๆ สินะ...."
"ยังดีที่ศิษย์พี่ไหวตัวทัน!"
เมื่อความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่สองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในสนาม หวังเฉียงก็กระซิบลอดไรฟันอยู่ข้างๆ
"เปล่านะ ข้าจะไปทำร้ายศิษย์พี่ได้ยังไงล่ะ?!"
หลิวหยางปฏิเสธทันควันว่าไม่ได้หลอกลวงเขา ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "ข้าเห็นศิษย์พี่มีฝีมือแข็งแกร่ง แถมยังสนใจข่าวคราวของบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกขนาดนี้ คาดว่าศิษย์พี่คงเตรียมตัวมาโชว์ฝีมือในการประลองใหญ่แห่งอารามสายบนปีนี้ล่ะสิ?!"
หวังเฉียงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มขมขื่น "ถ้าเป็นเมื่อก่อน ศิษย์พี่ก็พอจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้...."
พูดจบก็ส่ายหน้าถอนหายใจ "สถานการณ์มันเปลี่ยนไปหมดแล้วล่ะ!"
มียอดอัจฉริยะวิถียุทธ์โผล่พรวดขึ้นมาคนนึง ทำเอาสถานการณ์ร้อยอันดับแรกของอารามสายบนปั่นป่วนไปหมด!
พวกร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน แต่ละคนพากันปั่นฟาร์มยกระดับความแข็งแกร่งกันอย่างบ้าคลั่ง!
ในสถานการณ์แบบนี้ หวังเฉียงไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด ว่าจะไปฟาร์มแข่งกับบรรดาศิษย์พี่ในร้อยอันดับแรกพวกนั้นไหว
ฝีมือก็เก่งกว่า พรสวรรค์ก็ดีกว่า แถมยังขยันฟาร์มหนักกว่าอีก
แบบนี้จะเอาอะไรไปสู้ไหวล่ะ?!
สู้ไม่ไหว สู้ไม่ไหวจริงๆ!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกที่อยู่นอกร้อยอันดับแรก ที่ไม่รู้ว่ายังมีอัจฉริยะวิถียุทธ์ตัวจริงซ่อนอยู่อีกกี่คน แต่ละคนซุ่มเงียบกริบ เตรียมตัวไประเบิดพลังโชว์เทพชุดใหญ่ในการประลองใหญ่แห่งอารามสายบนนู่น!
อารามสายบนบู๊ตึ๊ง ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์ การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน!
ต่อให้หวังเฉียงอย่างเขาจะก้มหน้าก้มตาฝึกอย่างหนักตลอดเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา จนความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก แต่เขาก็ยังไม่มีความมั่นใจอยู่ดี
เห็นหวังเฉียงส่ายหน้ายิ้มขมขื่น ดูขาดความมั่นใจและรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากการแข่งขันอันหนักหน่วง
หลิวหยางก็เลยหุบปาก ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ดูทรงแล้ว ศิษย์พี่หวังเฉียงคงโดน "ยอดอัจฉริยะ" อย่างเขาทำร้ายจิตใจจนพังทลายไปแล้ว
ถึงได้คิดว่าทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊ง ไม่รู้ว่ายังมี "ยอดอัจฉริยะ" แบบหลิวหยางซ่อนตัวอยู่อีกตั้งกี่คน!
แบบนี้จะให้ปลอบยังไงล่ะ?!
จะให้บอกว่านอกจากเขาที่เป็น "ยอดอัจฉริยะ" แล้ว ทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งไม่มีใครเจ๋งแบบเขาอีกแล้วงั้นรึ?
นั่นมันก็ดูไม่สมจริงเกินไปหน่อย!
ตลอดเกือบครึ่งปีที่ผ่านมาของการกินแตงมุงดูเรื่องสนุก หลิวหยางไม่ได้มาดูเล่นๆ หรอกนะ
เขาค้นพบพวก "ตัวตึงสายซุ่ม" ที่แข็งแกร่งและซ่อนตัวได้เนียนกริบอยู่ตั้งหลายคน
คนพวกนี้ไม่ค่อยมีชื่อเสียง มักจะเป็นคนที่เข้ามาอยู่ในอารามสายบนได้ประมาณเจ็ดถึงแปดปี
ระดับพลังล้วนอยู่ในขอบเขตหลังพฤกษา แต่พวกเขาสะสมลมปราณภายในไว้มากแค่ไหน และฝึกวิชายุทธ์ไปถึงขั้นไหนแล้วนั้น ล้วนถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่เคยลงมือประลองฝีมือให้ใครเห็นเลย
หลิวหยางก็แค่อาศัยการสังเกตจากพฤติกรรมและการเคลื่อนไหว ถึงได้รู้ว่าพวก "ตัวตึงสายซุ่ม" เหล่านี้ มีลมปราณภายในที่ลึกล้ำ และวิชายุทธ์ต่างๆ ล้วนแทบจะกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว
อยู่ในระดับที่อยู่ระหว่างขั้นสมบูรณ์ถึงขั้นขีดสุด
หากไม่พูดถึงความแข็งแกร่งของลมปราณภายใน
ในด้านของวิชายุทธ์ พวกเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนแล้ว แถมยังเป็นระดับท็อปๆ ที่น่าจะติดห้าสิบอันดับแรกด้วยซ้ำ
คิดดูเอาเถอะ อารามสายบนบู๊ตึ๊งเนี่ย เต็มไปด้วยบุคลากรชั้นยอด ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์ของจริง
ราวกับว่าโชคชะตาของบู๊ตึ๊งมาถึงแล้ว จู่ๆ ก็มีอัจฉริยะผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
ดุเดือดกว่าเมื่อก่อนเยอะ!
สำหรับเรื่องนี้ หลิวหยางย่อมไม่เอาไปป่าวประกาศอยู่แล้ว และก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดด้วย
พวกนี้คือความลับที่เขาค้นพบ ความลับน่ะ มันก็ต้องเก็บไว้รู้คนเดียว ซ่อนเอาไว้ ถึงจะได้รับความสุขมากขึ้น
ถ้าขืนแฉออกไป มันก็จะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อทันที
เขายังอยากจะรอดูเรื่องสนุกๆ มากกว่านี้อยู่นะ!
"เฮ้ย เอาเรื่องว่ะ ศิษย์น้องเซียวอวิ๋นที่มาท้าประลองกับศิษย์พี่จ้าวเต๋อคนนี้ ดันบรรลุวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์เหมือนกัน นี่มันเตรียมตัวมาดีชัดๆ!"
"ลมปราณภายในก็ไม่ธรรมดา น่าจะเกินหกพันสายแล้วมั้ง?!"
"สมแล้วที่เตรียมตัวมาดี!"
ตอนนั้นเอง บรรดาศิษย์รอบด้านก็พากันฮือฮา วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตื่นเต้น
สองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในสนาม พอเปิดฉากมา ก็โชว์วิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์ออกมาทันที!
ร่างกายพลิ้วไหว ประกายกระบี่วูบวาบ พุ่งทะยานไปมา
ปะทะกันดังเปรี้ยงปร้าง สู้กันได้มันส์หยดติ๋ง!
สไตล์การต่อสู้แทบจะถอดแบบกันมา สู้กันอย่างดุเดือด พอเริ่มปุ๊บก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่ร้อนระอุที่สุด นั่นก็คือการประลองลมปราณภายใน
เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ระดับวิชายุทธ์ก็เท่ากัน
สิ่งที่ใช้วัดผลแพ้ชนะ ก็มีแค่ลมปราณภายในเท่านั้นแหละ
ใครมีลมปราณภายในลึกล้ำกว่า คนนั้นก็ชนะ!
ไม่มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือลูกไม้แพรวพราวอะไรมากมาย เพราะต่างคนต่างก็รู้ไส้รู้พุงกันดี หลอกกันไม่ได้หรอก
โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่พอจะซ่อนกันได้ ก็คือระดับวิชายุทธ์ที่สูงกว่า กับลมปราณภายในที่ลึกล้ำกว่า
แต่ระดับวิชายุทธ์น่ะมันทะลวงยากกว่ากันเยอะ สรุปแล้ว สิ่งที่ซ่อนเอาไว้ก็มีแค่ลมปราณภายในนั่นแหละ
แต่มันชัดเจนมากว่า หลังจากประลองลมปราณภายในกันแล้ว
จ้าวเต๋อ ศิษย์ร้อยอันดับแรกคนนี้ ถึงแม้จะอยู่ในอันดับรั้งท้าย หรือที่เรียกได้ว่าเป็นยามเฝ้าประตูของร้อยอันดับแรก แต่ลมปราณภายในของเขาก็ลึกล้ำกว่าอยู่ดี!
และท้ายที่สุด เขาก็อาศัยลมปราณภายในที่ลึกล้ำกว่า เอาชนะเซียวอวิ๋น ศิษย์ที่มาท้าประลองไปได้
มองดูเซียวอวิ๋นที่หน้าซีดเผือด ถูกซัดกระเด็นร่วงลงไปกลิ้งกับพื้นหลายตลบ สภาพทุลักทุเล หน้าตามอมแมม แววตาหม่นหมอง สภาพเหมือนโดนสูบลมปราณภายในออกไปจนหมดเกลี้ยง
ฝูงชนพากันส่ายหน้าฮือฮา "น่าสงสารชะมัด ลมปราณภายในถูกบีบคั้นจนแห้งเหือดเลย!"
"การประลองลมปราณภายในน่ะอันตรายที่สุดแล้ว ถ้าเผลอแค่นิดเดียว ก็อาจทำให้เส้นชีพจรเสียหายได้ง่ายๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องเสียเวลาพักฟื้นไปเปล่าๆ ตั้งหลายเดือนเลยนะ!"
"ศิษย์พี่จ้าวเต๋อสมแล้วที่เป็นร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน ลมปราณภายในน่าจะสะสมได้อย่างน้อยเจ็ดพันสายขึ้นไปแล้วมั้ง?!"
"เดี๋ยวนี้เกณฑ์ของร้อยอันดับแรกมันน่ากลัวขนาดนี้แล้วรึ?! นอกจากจะต้องบรรลุวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่หรือเพลงดาบขั้นสมบูรณ์แล้ว ลมปราณภายในยังต้องเกินเจ็ดพันสายอีก?!"
"ลมปราณภายในตั้งเจ็ดพันสายเชียวนะ!"
พูดไปพูดมา หน้าแต่ละคนก็ซีดเป็นไก่ต้ม
ต้องรู้ก่อนนะว่า ลมปราณภายในแค่สองพันสาย ก็สามารถทะลวงชีพจรวิเศษทั้งแปด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤษาได้แล้ว
หากไม่นับปัจจัยอื่น แค่ปริมาณของลมปราณภายในอย่างเดียว ยามเฝ้าประตูร้อยอันดับแรก ก็มีลมปราณภายในมากกว่าศิษย์ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาถึงสามเท่าตัว!
ถ้าต้องมาสู้กันจริงๆ ทั้งที่อยู่ขอบเขตหลังพฤกษาเหมือนกัน แต่ศิษย์ร้อยอันดับแรกสามารถบดขยี้และตบศิษย์ที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาได้สบายๆ เลย
ความห่างชั้นมันน่าเหลือเชื่อสุดๆ!
ถึงแม้ว่าหลังจากก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว ภายในร่างกายจะสร้างวัฏจักรขึ้นมา ลมปราณภายในจะหมุนเวียนไม่ขาดสาย ส่งผลให้ลมปราณเติบโตได้เร็วขึ้นก็ตาม
แต่การจะอัพลมปราณภายในจากสองพันสายให้กลายเป็นเจ็ดพันสาย อย่างน้อยก็ต้องก้มหน้าก้มตาฝึกอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี!
หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!
เพราะการเติบโตของลมปราณภายใน ขึ้นอยู่กับศักยภาพทางร่างกายของแต่ละบุคคล
เมื่อศักยภาพเข้าใกล้ขีดจำกัดแล้ว ไม่ว่าจะก้มหน้าก้มตาฝึกหนักแค่ไหน ลมปราณภายในก็ยากที่จะเติบโตขึ้นไปได้อีก
จอมยุทธ์ในยุทธภพภายนอกจำนวนมาก แม้แต่จะไปให้ถึงเกณฑ์ลมปราณภายในห้าพันสาย ที่เป็นด่านสำหรับลองทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา พวกเขาก็ยังทำไม่ได้เลย
การที่ลมปราณเติบโตช้าก็เรื่องนึง แต่การที่ศักยภาพถูกเผาผลาญจนหมด นั่นแหละคือสาเหตุสำคัญ!
ศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊ง เนื่องจากทุกคนล้วนใช้ 'วิชาตอกเสาเข็มปฐมภูมิบู๊ตึ๊ง' ในการสร้างรากฐานวิถียุทธ์ชั้นยอด จึงสามารถทะลวงด่านลมปราณภายในห้าพันสายนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
แต่ถึงกระนั้น หลังจากที่ลมปราณภายในเพิ่มขึ้นจนถึงห้าพันสายแล้ว หากอยากจะอัพเพิ่มให้สูงขึ้นไปอีก มันก็จะยิ่งเชื่องช้าลง
ต้องเสียทั้งเวลาและพลังงานมากกว่าเดิมอีกเยอะ!
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊งส่วนใหญ่ จึงไม่สามารถก้าวข้ามด่านการบรรลุขอบเขตก่อนพฤกษาก่อนอายุยี่สิบแปดปีไปได้ ทำได้เพียงลดสถานะลงไปเป็นศิษย์ธรรมดา แล้วใช้เวลาเป็นตัวช่วย ค่อยๆ ปั้นขอบเขตก่อนพฤกษาขึ้นมา
กว่าจะทะลวงขอบเขตก่อนพฤกษาได้ ก็ปาเข้าไปอายุสามสิบกว่า หรืออาจจะสี่สิบกว่าปี
ถ้าเอาไปเทียบกับโลกภายนอก พวกนี้ก็ย่อมถือว่าเป็นอัจฉริยะอยู่แล้ว แต่สำหรับบู๊ตึ๊ง พวกเขาก็เป็นแค่ศิษย์บู๊ตึ๊งธรรมดาๆ ทั่วไป
มีหน้าที่เป็นแรงงานทำประโยชน์ให้กับบู๊ตึ๊งเท่านั้นแหละ!
และถ้าหากไม่มีวาสนา ชาตินี้ก็ยากที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์ได้
พอคุยกันมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็ต่างพากันเงียบกริบ
ส่วนการประลองของหลี่เซิ่งในคู่ต่อไป ก็ทำเอาผู้ชมถึงกับใจสั่นสะท้าน
ยังคงใช้ลมปราณภายในที่ลึกล้ำ ซึ่งน่าจะมีมากกว่าเจ็ดพันสาย เอาชนะศิษย์ที่มาท้าประลองไปได้อีกเช่นเคย!
ในชั่วพริบตา ทำเอาทั่วทั้งอารามสายบนถึงกับแตกตื่นฮือฮา!
ลมปราณภายในเจ็ดพันสาย นี่มันกลายมาเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของศิษย์ร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนไปแล้ว!
ทำเอาบรรดาศิษย์อารามสายบนที่มีความทะเยอทะยาน และอยากจะท้าชิงตำแหน่งกับศิษย์ร้อยอันดับแรก ถึงกับหน้าถอดสี หมดอาลัยตายอยากไปตามๆ กัน!
"ลมปราณภายในสินะ...."
หวังเฉียงที่อยู่ข้างๆ หลังจากดูการประลองจบทั้งสองคู่ ก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา ก่อนจะบอกลาหลิวหยาง แล้วรีบพุ่งตัวไปเก็บตัวฝึกวิชาทันที
มองปราดเดียวก็รู้เลย ว่าเขาจะกลับไปก้มหน้าก้มตาฝึกวิชาลมปราณต่อ!