
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 20 คนที่อยู่เบื้องหลังพวกพรานป่า
จ้าวเอ้อกุมลำคอเดินโซเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาตามซอกนิ้วมือของเขาอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่นานก็ชโลมเสื้อผ้าด้านหน้าจนเปียกชุ่มไปหมด “เจ้า...” เขาเบิกตาโพลง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พออ้าปาก เลือดก็ไหลย้อนกลับลงไปในหลอดลมอย่างรุนแรง เขาล้มทรุดกองกับพื้นเสียงดัง ‘ตุ้บ’ ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างหนัก
และจ้าวต้าที่รีบรุดมาตามเสียง ก็มาเห็นฉากนี้เข้าพอดี! เมื่อเห็นน้องชายร่วมสายเลือดบาดเจ็บสาหัสอยู่ตรงหน้า ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบปริขาด เขาคำรามลั่นพร้อมกับเงื้อหอกยาวในมือพุ่งซัดเข้าใส่ทันที จ้าวต้ามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวคล้ำดำเกรียม จังหวะที่ขว้างหอก กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเขาปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัว ดูน่าสะพรึงกลัวราวกับหมีควายคลุ้มคลั่ง
หอกยาวแหวกอากาศพุ่งตรงมาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง หลี่มูไม่มีทางเลือกต้องรีบถอยฉากหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้ความตั้งใจเดิมที่จะก้มลงไปเก็บกระบอกลูกศรของจ้าวเอ้อต้องชะงักไป จ้าวต้าพุ่งประชิดเข้ามาแล้ว หลี่มูรู้ดีว่าการรับมือกับศัตรูประเภทนี้ไม่ควรเข้าพัวพันในระยะประชิด จึงรีบถอยร่นไปหลายก้าวเพื่อทิ้งระยะห่าง เขาชักลูกศรดอกสุดท้ายจากด้านหลังขึ้นพาดสายธนู ปล่อยนิ้ววูบ ลูกศรก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่บาดหู ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น จ้าวต้าถูกธนูปักเข้าที่หัวไหล่จนเดินโซเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่วินาทีต่อมา เขากลับไม่หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย พุ่งพรวดเดียวเข้าไปถึงตัวจ้าวเอ้อ
“น้องรอง! น้องรอง!” เขารีบช้อนตัวน้องชายขึ้นมา ฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออก พยายามอุดบาดแผลเพื่อห้ามเลือดที่พุ่งทะลักออกมาไม่หยุด แต่นั่นมันก็สูญเปล่าแล้ว จ้าวเอ้อเบิกตากว้าง ทว่ารูม่านตาเริ่มขยายเบลอ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความไม่ยินยอมพร้อมใจก่อนตาย “น้องรอง เจ้ามองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงของจ้าวต้าสั่นสะท้าน ราวกับเค้นออกมาจากส่วนลึกของลำคอ นิ้วมือของเขากำคอเสื้อของน้องชายไว้แน่นจนข้อต่อขาวซีด ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นและโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส “พี่ใหญ่ ท่าน... ท่านสู้มันไม่ได้หรอก หนี! หนีไป...” จ้าวเอ้อรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย เค้นคำพูดประโยคนี้ออกมาจากปากอย่างยากลำบาก สิ้นคำพูด เลือดสดๆ ก็ทะลักออกมาอีกระลอก ศีรษะของเขาพับเอียงตกลง สิ้นลมหายใจไปโดยสมบูรณ์
จ้าวต้าสัมผัสได้ว่าร่างของน้องชายในอ้อมกอดค่อยๆ เย็นชืดลง ขอบตาของเขาแดงก่ำ หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าแต่กลับไม่ไหลรินลงมา เขาค่อยๆ ยืนขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาคมกริบดุจใบมีดตวัดมองไปยังหลี่มูที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่จ้าง
หลี่มูยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ธนูยาวในมือยังคงค้างอยู่ในท่าเตรียมยิง ลูกศรดอกนั้นของเขาพุ่งเจาะทะลุหัวไหล่ของจ้าวต้าอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ซ้ำยังทำให้ศัตรูถอยร่นไปได้หลายก้าว ทว่าในยามนี้ บนใบหน้าของเขากลับปราศจากความชะล่าใจ ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและหนักอึ้ง เพราะในตอนนี้ จ้าวต้าถูกจุดไฟแค้นจนคลุ้มคลั่งโดยสมบูรณ์แล้ว และลูกศรของเขา ก็หมดเกลี้ยงแล้วเช่นกัน!
“พวกเราสามพี่น้องกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก สู้ทนกัดก้อนเกลือกินพึ่งพากันมาตั้งยี่สิบกว่าปี แต่มาวันนี้ กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของเจ้า...” น้ำเสียงของจ้าวต้าเหี้ยมเกรียมและแหบพร่า ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เขาค่อยๆ ยืนตัวตรง เอื้อมมือไปหักก้านลูกศรที่ปักอยู่บนไหล่ทิ้ง บาดแผลยังคงมีเลือดหยดติ๋งๆ แต่เขาคล้ายกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว จ้าวต้ากำขวานสั้นในมือไว้แน่น คมมีดสะท้อนแสงสว่างวาบดูเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
“ต่อให้ชีวิตพวกเจ้าจะรันทดแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลยสักนิด” หลี่มูเอ่ยเสียงเย็น สายตาจ้องเขม็งไปที่การเคลื่อนไหวของจ้าวต้า เขาแขวนธนูยาวไว้บนต้นไม้ใหญ่ข้างกาย แล้วชักมีดพร้าที่เอวออกมา “พวกเจ้าบีบบังคับข้าเองนะ!” “บีบบังคับงั้นรึ?” จู่ๆ จ้าวต้าก็หัวเราะลั่น เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและบ้าคลั่ง “เจ้าล่วงล้ำเข้ามาในเขตล่าสัตว์ของเรา ฆ่าสัตว์ที่พวกเราล่า ซ้ำยังฆ่าน้องชายข้า... แล้วตอนนี้ เจ้ายังกล้ามาบอกว่าถูกบีบบังคับอีกงั้นรึ?” “ดี! ดี! ดี! ใครถูกใครผิดมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขั้นนี้...” น้ำเสียงของเขาพลันตวาดกร้าวราวกับเสียงคำราม “ข้าต้องการแค่ให้เจ้า ชดใช้เลือดด้วยเลือด!”
สิ้นคำพูด จ้าวต้าก็พุ่งทะยานเข้ามาประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง ความเร็วของเขาน่าทึ่งมาก ใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าถูกเหยียบจนกระจุยกระจาย ในสายตาของเขาไม่หลงเหลือสิ่งอื่นใดอีกต่อไป มีเพียงหลี่มูเท่านั้น! หลี่มูคว้าก้อนหินปาออกไปส่งๆ เล็งตรงไปที่ใบหน้าของจ้าวต้า แต่จ้าวต้ากลับราวกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เขาเอียงหัวหลบวูบ ก้อนหินจึงเฉียดแก้มของเขาพุ่งผ่านไป การเคลื่อนไหวของจ้าวต้าไม่มีสะดุด ขวานสั้นถูกเงื้อขึ้นสูง ก่อนจะสับลงกลางกระหม่อมของหลี่มูอย่างแรง หลี่มูถอยหลังไปครึ่งก้าว สองมือกำมีดพร้าแน่น ยกขึ้นต้านรับการโจมตีนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ เมื่อครู่ เขาได้สังเกตภูมิประเทศรอบๆ เอาไว้แล้ว ด้านหลังดงเถาวัลย์นั้นก็คือหน้าผาชัน เขาถอยไปไหนไม่ได้อีกแล้ว ทำได้เพียงปะทะกับจ้าวต้าด้วยกำลังเท่านั้น!
เคร้ง! ขวานและมีดพร้าปะทะกันจนประกายไฟสาดกระเซ็น พละกำลังของจ้าวต้านั้นมหาศาลมาก แรงปะทะทำเอาท่อนแขนทั้งสองข้างของหลี่มูชาหนึบจนแทบจะจับด้ามมีดไว้ไม่อยู่ เขากัดฟันกรอด ออกแรงผลักสวนขึ้นไป พร้อมกับยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง จ้าวต้าถูกถีบจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว แต่เขาก็ตั้งหลักได้อย่างรวดเร็วและพุ่งเข้ามาอีกครั้ง “ข้าจะให้เจ้าตายตกตามน้องรองไป!” เขาคำรามลั่น ขวานในมือสับลงมาอีกครั้ง
“หึๆ...” หลี่มูหลบการโจมตีนี้ได้อีกครั้ง จู่ๆ เขาก็หัวเราะเย็นเยียบขึ้นมา พลางเอ่ยปาก “เจ้ารู้ไหมว่าก่อนที่เจ้าจะโผล่หัวมา ข้าทรมานน้องชายเจ้ายังไง?” “ข้าจับมันกดลงกับพื้น แล้วค่อยๆ ใช้มีดเฉือนคอหอยมันทีละนิดๆ มันดิ้นรนไม่หยุด ปากร้องโหยหวนว่า ‘พี่ใหญ่ รีบมาช่วยข้าที ข้าเจ็บ ข้ากลัว!’ แรงมันก็เยอะใช้ได้เลย ดิ้นขัดขืนซะจนเลือดสาดกระเด็นเลอะตัวข้าไปหมด...” “ตอนที่มันเห็นเจ้าโผล่มา แววตาของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ฮ่าฮ่าฮ่า! มันคงคิดว่าพอเจ้ามาถึง มันก็จะรอดตายแล้วสิท่า!”
“ข้าจงใจรอให้เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ก่อน แล้วค่อยปาดคอมันให้ขาดสะบั้น ข้าแค่อยากจะให้มันได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ร่วงหล่นจากสวรรค์ลงสู่นรก เมื่อกี้มันยังเอาแต่ร้องขอชีวิต หวังให้ข้าปล่อยมันไป ถุย! ข้าก็เลยจัดให้มันถูกทรมานจนถึงขีดสุดก่อนตายยังไงล่ะ!”
หลี่มูหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาทั้งปะทะกับจ้าวต้าไปพลาง และใช้คำพูดทิ่มแทงยั่วยุอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน จ้าวต้าเป็นพรานป่ามากประสบการณ์ รูปร่างสูงใหญ่กำยำ รับมือได้ยากยิ่งนัก การรุกรับด้วยขวานของเขามีแบบแผนและจังหวะที่ดีเยี่ยม แม้แต่หลี่มู หากคิดจะเผด็จศึกในเวลาอันสั้นก็ยังนับว่าตึงมือทีเดียว แต่ทว่า เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นหลุดออกมา สีหน้าของจ้าวต้าก็บิดเบี้ยวและดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ
เขาคำรามลั่นด้วยท่าทางราวกับอสูรกาย คล้ายกับถูกความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำจนหน้ามืดตามัว สูญเสียสติสัมปชัญญะไปโดยสิ้นเชิง การโจมตีทวีความดุดันและบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจบาดแผลบนร่างของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ในดวงตามีเพียงความอาฆาตแค้นและการเข่นฆ่า!
“สวะอย่างเจ้า มีหน้ามาเป็นพี่ใหญ่ด้วยรึ? แค่น้องชายร่วมสายเลือดของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ไอ้ขยะดีๆ นี่เอง...” หลี่มูสัมผัสได้ว่าสภาวะจิตใจของจ้าวต้าปั่นป่วนอย่างหนัก ช่องโหว่ในการโจมตีก็เริ่มเผยให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงแสยะยิ้มอำมหิตทันที: “เดี๋ยวอีกสักพัก ข้าจะเอากระดูกน้องชายเจ้ามาป่นให้เป็นผง เลาะกระดูกถลกหนังมันให้หมดเลย!” “อ๊าก!” จ้าวต้าเบิกตาโพลงจนแทบปริขาด ง้างขวานสับลงไปสุดแรง ในวินาทีนั้นเอง การเคลื่อนไหวของเขาก็หยุดชะงักไปดื้อๆ ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างน่ากลัว บาดแผลบนไหล่ปริแตกออกจากการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ!
ตอนนี้แหละ! หลี่มูตวัดมีดฟันเสยขึ้น! มีดพร้าที่มีรอยบิ่นเหวอะหวะกว่าสิบแห่ง แทงทะลุเข้าที่ท้องน้อยของจ้าวต้าอย่างง่ายดาย “เจ้าแพ้แล้ว” หลี่มูมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา จ้าวต้าก้มลงมองบาดแผลของตัวเอง แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม “ถึงต้องตาย ข้าก็จะลากเจ้าไปลงนรกด้วย!” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง เขาง้างขวานขึ้นสูงหมายจะสับลงมาที่หลี่มูอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงไปมาก
หลี่มูพลิกตัววูบเดียวก็ไปโผล่ที่ด้านหลังของจ้าวต้า ปลายเท้าเตะพับเข้าที่ข้อพับเข่าของอีกฝ่าย ในขณะเดียวกัน สองมือก็คว้าจับแขนของจ้าวต้าไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ออกแรงบิดพับไปด้านหลังอย่างต่อเนื่องลื่นไหล! ได้ยินเพียงเสียงกระดูกลั่น ‘กร๊อบ’ จ้าวต้าร้องโหยหวน ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง แขนถูกบิดจนผิดรูปด้วยองศาที่พิสดาร ขวานในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง
“เจ้ากับข้าไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกัน ที่เรื่องมันลงเอยแบบนี้ ก็เป็นเพราะพวกเจ้าทำตัวเองทั้งนั้น” หลี่มูหยิบขวานบนพื้นขึ้นมา พาดไว้ที่หลังคอของจ้าวต้าพลางเอ่ยถาม “ข้าจะถามเจ้าคำถามนึง ถ้าเจ้าตอบมาตามตรง ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าตายสบายๆ” “ใครใช้ให้พวกเจ้ามาฆ่าข้า?” จ้าวต้าคุกเข่าข้างหนึ่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาแค่นหัวเราะอย่างน่าสมเพชครั้งแล้วครั้งเล่า “เจ้าฆ่าข้าซะเถอะ!” “ไม่ยอมพูดงั้นรึ?” หลี่มูกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ไม่เป็นไร ฆ่าเจ้าเสร็จแล้ว ข้าจะไปหาไอ้พรานป่าคนที่เหลือ ใช้สารพัดวิธีที่โหดเหี้ยมที่สุดทรมานมัน ข้าอยากจะรู้นักว่าปากมันจะแข็งเหมือนเจ้าไหม!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กล้ามเนื้อบนแก้มของจ้าวต้าก็กระตุกวูบ พรานป่าที่เฝ้าซากกวางอยู่ ก็คือน้องชายร่วมสายเลือดคนสุดท้ายและเป็นน้องเล็กสุดของเขา คำพูดของหลี่มูจี้แทงเข้าที่จุดอ่อนของเขาอย่างจัง “ข้า... ข้าจะบอก!” คิ้วของจ้าวต้ากระตุกถี่ยิบ สุดท้ายเขาก็ยอมจำนนและเอ่ยปาก “เมื่อวาน มีชายขาเป๋ชื่อหลี่ต้าซานจากหมู่บ้านซวงซีมาหาพวกเรา บอกว่าหลานชายของมันอกตัญญู เลยอยากให้พวกเราช่วยสั่งสอนให้หน่อย” “มันยังบอกอีกว่า... ถ้าจัดการฆ่าทิ้งได้ ที่นาน้ำดีสามหมู่ของบ้านหลานชายมัน มันจะตีราคาเป็นเงินแล้วแบ่งให้พวกเราครึ่งนึง!”
ท่านลุงรองหลี่! สีหน้าของหลี่มูมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ที่แท้ก็เป็นมันรึ? ทีแรก หลี่มูไม่ได้คิดสงสัยอีกฝ่ายเลยสักนิด คนที่เขาสงสัยคือ ซุนตาบอด! หัวหน้านักเลงคนนั้นต้องเสียหน้าและเสียเงินเพราะเขา มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับมาล้างแค้น แต่เขาไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าผู้บงการอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จะเป็นท่านลุงรองหลี่ที่ไม่ได้มีความแค้นเป็นตายร้ายดีต่อกันเลย
ยุคสมัยนี้ ถือบุรุษเป็นใหญ่ หากในบ้านไม่มีผู้ชายคอยเป็นเสาหลัก ทรัพย์สินและที่นา ลำพังแค่เด็กผู้หญิงคนเดียวไม่มีทางปกป้องไว้ได้แน่ ในยุคนี้ เรื่องการรุมทึ้งฮุบสมบัติบ้านที่ไร้ทายาทชาย ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย หากวันนี้หลี่มูต้องมาตายในป่าลึกจริงๆ หลี่ไฉ่เวยก็คงไม่พ้นถูกครอบครัวของลุงรองหลี่สูบเลือดสูบเนื้อจนหมดตัว ไม่เพียงแค่สมบัติที่จะรักษาไว้ไม่ได้ แม้แต่ตัวนางเองก็คงกลายเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง ถูกจับไปขายหรือยกให้ใครตามใจชอบ นี่คือหนึ่งในความเน่าเฟะของระบอบศักดินา เพราะสตรีมีแรงงานที่อ่อนแอกว่า เมื่อใดที่บุรุษในบ้านด่วนจากไป ทางการก็จะริบทรัพย์สินแล้วแบ่งสรรปันส่วนให้กับญาติพี่น้องในตระกูล แม้กระทั่งตัวหลี่ไฉ่เวยเอง ก็ถือเป็น “ทรัพย์สิน” ส่วนหนึ่งด้วย!
“คนไม่มีใจคิดร้ายต่อเสือ แต่เสือกลับมีใจคิดปองร้ายคน” หลี่มูแค่นหัวเราะ สีหน้าเหี้ยมเกรียมและเย็นชา เมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เงื้อขวานสับคอจ้าวต้าจนขาดสะบั้น เก็บกวาดของที่ยึดมาได้ แล้วรีบเร่งฝีเท้าจากไปทันที