
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 22 หวนคืนสู่หมู่บ้าน
ลานบ้านสกุลหลี่
เจียงหู่หาบดินเปียกสองหาบก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ก่อนอื่นเขาตักน้ำราดรดดินให้ชุ่มโชก แล้วผสมฟางข้าวลงไปนวดคลึงอย่างละเอียด ปั้นเป็นอิฐรูปทรงสี่เหลี่ยมวางเรียงรายตากแดดไว้ใต้ชายคา ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ อิฐดินโคลนที่เปียกชื้นไม่นานนักก็เริ่มแห้งจนขึ้นเป็นเกล็ดแข็ง
"พี่หู่ พักสักหน่อยเถอะ" หลี่ไฉ่เวยประคองชามดินเผาเดินเข้ามา ในชามคือน้ำบ่อที่ใสเย็นชื่นใจ "ดื่มน้ำแก้กระหายหน่อยเถอะ อย่าหักโหมจนเสียสุขภาพเลย"
ตั้งแต่หลี่มูออกจากบ้านไปเมื่อเช้า เจียงหู่ก็ง่วนอยู่กับการผสมโคลนปั้นอิฐอยู่ที่นี่ ยุ่งวุ่นวายมานานกว่าสองชั่วยามแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอก" เจียงหู่รับชามมาดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ยกมือปาดหยาดเหงื่อที่ปนคราบโคลนบนหน้าผาก "ข้าน่ะมันคนหยาบกระด้างไม่มีความสามารถอื่น นอกจากเรี่ยวแรงที่มี งานแค่นี้นับเป็นอะไรได้ ก่อนฟ้ามืด ข้าต้องปั้นอิฐโคลนให้ได้สักสองร้อยก้อนแน่นอน"
ยุคสมัยนี้แม้จะมีเตาเผาสำหรับผลิตอิฐเขียว แต่ราคานั้นแพงระยับดั่งทองคำ ชาวบ้านทั่วไปที่ไหนจะใช้ไหว
ดินเปียกสองตะกร้าหมดเกลี้ยงไปในพริบตา เจียงหู่กำลังจะหาบไม้คานไปเอาดินเพิ่ม จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลับๆ ล่อๆ ตรงหัวมุมถนนในหมู่บ้าน กำลังชะโงกหน้าด้อมๆ มองๆ เข้ามาในบ้านสกุลหลี่
เขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินออกไป แต่กลับแอบอ้อมไปด้านหลังคนผู้นั้นแล้วตบไหล่อย่างแรง "มองอะไรอยู่น่ะ?"
คนผู้นั้นสะดุ้งโหยง ร้อง "โอ๊ย" ออกมาด้วยความตกใจ หันขวับกลับมาจนใบหน้าซีดเผือดไปหมด
"เป็นท่านเองหรือ หลี่ต้าซาน?"
เจียงหู่เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ คิ้วก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน "ท่านมาทำอะไรที่นี่?"
คนผู้นี้คือท่านลุงรองร่วมตระกูลของหลี่มูนั่นเอง! เพราะเคยเห็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างหลี่มูกับป้าสะใภ้รอง เจียงหู่จึงรู้สึกระแวดระวังเป็นพิเศษที่เขามาโผล่ที่นี่ น้ำเสียงที่เอ่ยถามจึงเข้มขึ้นหลายส่วน
"กะ... ก็หูจื่อนี่เอง เจ้าทำเอาข้าตกใจแทบแย่" หลี่ต้าซานหอบหายใจถี่ ฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบากแล้วกล่าวว่า "ก็เมื่อวานหลี่มูกับเมียข้ามีปากเสียงกันนิดหน่อย ข้าคนเป็นลุงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก"
"ยังไงพวกเราก็เป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ควรไปอารมณ์เสียใส่ลูกหลาน เจ้าดูสิ... ข้าตั้งใจเอาผักมาให้หลี่มู เพราะกลัวว่าเขาจะยังโกรธอยู่เลยไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ดูสถานการณ์อยู่ข้างนอกนี่แหละ"
หลี่ต้าซานยกตะกร้าไม้ไผ่ในมือขึ้นมาแกว่งไปมา ภายในนั้นมีผักกาดเขียวสองกำและผลไม้อีกเล็กน้อยจริงๆ
เจียงหู่เห็นดังนั้น สีหน้าก็ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงบ้าง
"พี่หลี่ไม่อยู่บ้านหรอก เขาขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้ว เอาของมานี่เถอะ เดี๋ยวข้าเอาไปให้เขาเอง" เขาพูดพลางยื่นมือหมายจะรับตะกร้าผักมา
แต่หลี่ต้าซานกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ซ่อนตะกร้าไว้ด้านหลังแล้วฉีกยิ้ม "มะ... ไม่รบกวนเจ้าดีกว่า" "ยังไงนี่ก็เป็นเรื่องในครอบครัว คุยกันต่อหน้าจะดีกว่า ในเมื่อเขาไม่อยู่ งั้นเดี๋ยวคืนนี้ข้าค่อยมาใหม่!"
เขาพูดไปพลาง ขาก็เดินกะเผลกๆ กลับไปทางบ้านตัวเอง ฝีเท้ารวดเร็วมากจนแทบไม่ต่างจากคนปกติเลยสักนิด เจียงหู่มองตามแผ่นหลังไป แม้จะรู้สึกพิลึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้พบความผิดปกติอะไรที่ชัดเจน
"ตาแก่นี่ปกติขี้เหนียวจะตาย จู่ๆ ทำไมถึงเอาของมาให้หลี่มูได้? อ้อ คงเป็นเพราะเรื่องของเจ้าซุนตาบอดเมื่อวันก่อนแน่ๆ พอรู้ว่าหลานชายมีฝีมือก็เลยรีบแจ้นมาประจบ..." เจียงหู่แค่นหัวเราะอย่างดูแคลนแล้วไม่สงสัยอะไรอีก หันกลับไปขุดดินปั้นอิฐต่อ
......
ม่านราตรีค่อยๆ ทอดตัวลงมา
หลี่มูแบกกวางกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เข้าประตูมา เขาก็เห็นอิฐโคลนวางเรียงรายอยู่เต็มลานบ้านและห้องพังๆ ที่ถูกรื้อถอนไปแล้ว ส่วนเจียงหู่ที่มีฝุ่นโคลนเกรอะกรังเต็มตัวยังคงนั่งยองๆ ง่วนอยูที่มุมกำแพง
"พี่ ท่านกลับมาแล้ว!" หลี่ไฉ่เวยเพิ่งจะให้อาหารลูกกระต่ายเสร็จ เงยหน้าเห็นกวางตัวผู้บนบ่าหลี่มู ดวงตาก็ฉายแววชื่นชมออกมาทันที "สวรรค์! นั่นมันกวางรึ? พี่ ท่านเก่งที่สุดเลย!"
เจียงหู่ได้ยินดังนั้นก็หันมามอง ดวงตาฉายแววอิจฉาปนชื่นชมเช่นกัน
"ไฉ่เวย ไปหาอ่างสะอาดๆ ใบใหญ่มาที" หลี่มูยิ้มอย่างพึงพอใจ "คืนนี้จะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสเนื้อกวางย่าง"
ทันทีที่มีดกรีดเข้าที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอกวาง เลือดที่ยังไม่แข็งตัวก็ไหลตามใบมีดลงสู่อ่างไม้อย่างรวดเร็ว
"ไฉ่เวย มาช่วยกดมีดไว้"
หลี่มูเรียกน้องสาวพลางส่งด้ามมีดให้ จากนั้นเขาก็ถอดเสื้อออก บาดแผลที่สีข้างปรากฏแก่สายตาทุกคนทันที
"ท่านบาดเจ็บรึ?" หลี่ไฉ่เวยอ้าปากค้าง น้ำเสียงร้อนรนด้วยความห่วงใยเป็นที่สุด
"แผลเล็กน้อย ไม่เป็นไรมากหรอก" เขาพอกยาสมานแผลจินฉวงไว้ตั้งแต่ในป่าแล้ว เพียงแต่หากขยับตัวแรงเลือดก็ยังซึมออกมาบ้าง "เจียงหู่ มาช่วยข้าพันผ้าป่านที รัดแผลไว้ให้แน่นก็พอ"
เจียงหู่ตักน้ำบ่อมาล้างมือจนสะอาดแล้วเดินเข้ามา "พี่หลี่ ท่านไปเจอสัตว์ร้ายในป่ามารึ? หมาป่าหรือหมี?" เขาเห็นฝีมือหลี่มูมาแล้ว สัตว์ป่าทั่วไปไม่มีทางทำอะไรหลี่มูได้ สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บได้ต้องเป็นสัตว์ที่ดุร้ายอันดับต้นๆ เท่านั้น
"ไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นคน" หลี่มูเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววอำมหิต "วันนี้ข้าเกือบจะทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นแล้ว!" "ข้าเจอพรานป่าจากหมู่บ้านจ้าวสามคนในเขาต้าหลง แผลนี่ก็โดนพวกมันยิงธนูใส่"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ไฉ่เวยและเจียงหู่ต่างก็ชะงักไปตามๆ กัน
"หมู่บ้านจ้าวข้าคุ้นเคยดี พี่หลี่ ท่านบอกชื่อไอ้สามตัวนั้นมาเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะพาพี่น้องไปจัดการพวกมันเอง" เจียงหู่สีหน้าทะมึนตึง น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะอันรุนแรง "จะหักแข้งหักขาพวกมัน ให้พวกมันยิงธนูหรือล่าสัตว์ไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต!"
"ไม่จำเป็นหรอก" หลี่มูปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "พวกมันยิงธนูไม่ได้อีกแล้วล่ะ"
เมื่อเห็นรอยยิ้มนี้ หลี่ไฉ่เวยอาจไม่รู้สึกอะไร แต่เจียงหู่กลับรู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มนี้เหมือนกับตอนที่หลี่มูฟันคอหญิงสาวที่มาดักปล้นเสบียงไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาก็รู้ชะตากรรมของพรานสามคนนั้นได้ทันที
"ทีแรกข้านึกว่าเป็นแค่พวกเห็นแก่ได้หวังชิงทรัพย์ แต่พอเค้นถามดู ถึงได้รู้ว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง" หลี่มูเอ่ยทีละคำอย่างหนักแน่นหลังจากพันแผลเสร็จ "พวกเจ้าลองทายดูสิว่าเป็นใคร?"
ทั้งสองคนนึกถึงคนที่เป็นศัตรูกันในช่วงนี้ทันที "ซุนตาบอดรึ?" พวกเขาตอบพร้อมกัน
"ผิดแล้ว คือหลี่ต้าซาน!" หลี่มูชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "มันสัญญากับพรานสามคนนั้นว่า ถ้าฆ่าข้าได้ จะแบ่งที่นาของข้าให้พวกมันครึ่งหนึ่ง"
ทันทีที่สิ้นคำพูด หลี่ไฉ่เวยก็เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แม้ความสัมพันธ์กับลุงรองจะไม่สู้ดีนัก แต่ยังไงก็เป็นคนในตระกูลเดียวกัน ใครจะไปนึกว่าอีกฝ่ายจะจ้างคนมาวางแผนฆ่าแกงกันลับหลังแบบนี้?