หน้าแรก > มีไพร่พลนับล้าน แต่เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ?
ตอนที่ 32 เจ้าหน้าที่เก็บภาษี

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

ตอนที่ 32 เจ้าหน้าที่เก็บภาษี

 

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของหลี่มูก็ดิ่งวูบลงทันที

เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างลางๆ

เจ้าหน้าที่เก็บภาษีต่างจากมือปราบหรือเจ้าพนักงานศาลาว่าการ พวกเขาไม่มีอำนาจจับกุมคนได้ตามอำเภอใจ หากพวกมันคิดจะมาหาเรื่อง ไพ่ตายในมือย่อมต้องมีน้ำหนักและทรงพลังพอตัว มิฉะนั้นคงไม่กล้ากำเริบเสิบสานอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้!

 

"ไฉ่เวย"

ในเสี้ยววินาทีนั้น ความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนแล่นผ่านเข้ามาในหัวของหลี่มู เขาหันไปตะโกนเรียก "เอาเอกสารรับมอบเสบียงของเมื่อวานออกมาให้ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสองดูหน่อยสิ!"

"มาแล้วจ้ะ!"

 

หลี่ไฉ่เวยที่ยืนฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่ในลานบ้านมาตลอด เมื่อได้ยินเสียงเรียก นางก็รีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนจนสะอาด แล้วค่อยๆ ล้วงเอาเอกสารออกจากอกเสื้อส่งให้อย่างระมัดระวัง

พรึ่บ!

 

เจ้าหน้าที่เก็บภาษีทั้งสองรับไปกวาดตามองสองสามครั้ง ก่อนจะใช้สายตาพิลึกพิลั่นจ้องมองพลางเอ่ยถาม "เอกสารฉบับนี้ แน่ใจนะว่าเป็นของบ้านเจ้า?"

"ไม่ผิดแน่ นี่คือเอกสารชำระส่วยหลวงเมื่อวาน ที่พวกท่านทั้งสองเป็นคนออกให้ด้วยมือตัวเอง" หลี่มูตอบเสียงขรึม

 

เจ้าหน้าที่ทั้งสองสบตากัน ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ทางซ้ายก็ควักโซ่ตรวนออกมาจากเอว ตวาดเสียงกร้าว "บังอาจนักไอ้ไพร่สถุล! กล้าดีหูหนวกตาบอดปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ตามกฎหมายต้าฉี โทษฐานนี้ต้องถูกโบยหกสิบไม้ และเนรเทศไปใช้แรงงานที่แดนเถื่อนเป่ยหวง (ดินแดนรกร้างทางเหนือ)!"

"เอาตัวมันไป!"

 

เจ้าหน้าที่เก็บภาษีตวาดลั่น พร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะจับตัวหลี่มู ทำท่าจะคล้องโซ่ตรวนใส่ร่างของเขา

"ปลอมแปลงเอกสารอะไรกัน?"

หลี่มูเกร็งไหล่ออกแรง ยื่นมือผลักสวนออกไป สีหน้าทะมึนตึงเอ่ยว่า "ถ้าพวกท่านอยากจะได้ผลประโยชน์อะไร ก็พูดออกมาตรงๆ ได้เลย! แต่มาใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยข้อหาแบบนี้ ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด!"

 

เดิมทีเขาก็มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำอยู่แล้ว ผนวกกับช่วงหลายวันมานี้มักจะฝึกหมัดมวยร่างกายอยู่เสมอ พละกำลังจึงมีมากกว่าพวกเจ้าหน้าที่ที่วันๆ เอาแต่นั่งเสวยสุขอยู่มากนัก

เพียงแค่ออกแรงผลักส่งๆ ก็ทำเอาทั้งสองคนเดินโซเซถอยหลังไปหลายก้าว

"ไอ้เด็กเวร เจ้ากล้าขัดขืนการจับกุมงั้นรึ?"

 

เจ้าหน้าที่ทั้งสองสีหน้าเหี้ยมเกรียม แค่นหัวเราะเย็นชา "ดี! งั้นข้าจะให้เจ้าตายตาหลับ เจ้าลองเข้ามาดูสิว่า ชื่อคนลงนามท้ายเอกสารฉบับนี้มันถูกต้องหรือเปล่า?"

พวกมันพูดไปพลาง ก็กางเอกสารฉบับนั้นออกไปพลาง

สายตาของหลี่มูเพ่งมองไปที่เอกสารฉบับนั้น

 

ลายมือและเนื้อหาบนเอกสารฉบับนี้ เหมือนกับที่เขาเห็นเมื่อวานทุกประการ จะมีก็แต่ชื่อลงนามและตราประทับตรงมุมซ้ายล่างเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

เมื่อวาน ชื่อที่ลงนามคือ 'เฉินจินเฟิง' กับ 'หลิวชง' ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าหน้าที่เก็บภาษีทั้งสองนาย

ทว่าวันนี้ มันกลับกลายเป็น 'เฉินเฉวียนเฟิง' กับ 'หลิวชง'

ตราประทับสี่เหลี่ยม ตอนนี้ก็แหว่งหายไปมุมหนึ่งเช่นกัน

 

ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้ความหมายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!

ในหัวของหลี่มูดังอื้ออึง เขาจำได้อย่างแม่นยำว่า เมื่อวานตอนที่ออกเอกสาร เขาตรวจสอบดูตั้งหลายรอบ มั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติแน่นอน แต่รอยประทับในวันนี้กลับเปลี่ยนไป ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือ... เอกสารฉบับนี้ถูกสับเปลี่ยน!

 

เอกสารฉบับนี้ถูกเก็บไว้กับตัวหลี่ไฉ่เวยมาตลอด นางไม่มีทางทำร้ายตัวเองแน่นอน หรือว่า...

"ไฉ่เวย เอกสารฉบับนี้ เมื่อวานมีคนอื่นมาแตะต้องบ้างหรือเปล่า?" หลี่มูหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยถามด้วยความรวดเร็ว

"มะ... ไม่มีนะ!" หลี่ไฉ่เวยเองก็ดูออกว่าสถานการณ์กำลังวิกฤต สีหน้าของนางซีดขาวด้วยความหวาดกลัว เอ่ยตะกุกตะกักว่า "หลังจากที่ท่านให้ข้าเมื่อวาน ข้าก็เก็บติดตัวไว้ตลอด ไม่เคยเอาออกมาเลยนะ..."

 

"เดี๋ยวก่อน! เมื่อวานตอนบ่ายที่ข้าไปซักผ้าที่ริมลำธาร ป้าหม่าเอาสมุดรายชื่อหาคู่มายัดใส่อกเสื้อข้านี่นา!"

ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นแล่นเข้ามาในหัวของหลี่ไฉ่เวย เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นมาเต็มแผ่นหลังทันที

ในวินาทีนี้ นางประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันได้แล้ว

 

ต้องเป็นป้าหม่าแน่ๆ ที่ฉวยโอกาสตอนยัดสมุดเล่มนั้น สับเปลี่ยนเอาเอกสารตัวจริงของนางไป แล้วเอาเอกสารตัวปลอมมาใส่ไว้แทน!

"ปลอมแปลงเอกสารราชการ แต่กลับเขียนชื่อพวกข้าผิดเนี่ยนะ ไม่รู้จะบอกว่าพวกเจ้าใจกล้าบ้าบิ่น หรือโง่เง่าเต่าตุ่นกันแน่" เจ้าหน้าที่ทั้งสองแสยะยิ้ม เดินย่างสามขุมเข้ามาหาประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ

 

"อำเภอผิงหยวนไม่ได้มีไพร่สถุลที่ใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นปลอมแปลงเอกสารราชการมานานมากแล้ว ข้าว่าท่านนายอำเภอจะต้องสนใจคดีนี้มากแน่ๆ"

"แล้วพวกพี่น้องในห้องทรมาน ก็จะปรนนิบัติพวกเจ้าเป็นอย่างดีด้วย!"

 

สมองของหลี่มูประมวลผลอย่างรวดเร็ว

แววตาของเขาปรากฏร่องรอยความเหี้ยมเกรียมและโหดเหี้ยมขึ้นมา

นี่มันคือการจัดฉากใส่ร้ายป้ายสีที่มีการวางแผนมาอย่างแยบยลชัดๆ ตอนนี้จะไปโทษหลี่ไฉ่เวยมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ทางเลือกที่อยู่ตรงหน้าเขามีเพียงสองทางเท่านั้น

 

หนึ่ง ยอมจำนนถูกจับกุม และถูกเนรเทศไปแดนเป่ยหวง!

สอง ลุกขึ้นสู้ ฆ่าเจ้าหน้าที่เก็บภาษีสองคนนี้ทิ้งซะ แล้วพาหลี่ไฉ่เวยหนีไปตั้งตัวเป็นโจรที่เขาหูโถว

แทบจะไม่มีความลังเลใดๆ เลย หลี่มูดวงตาฉายแววอำมหิต ตวัดสายตาไปมองมีดพร้าที่วางอยู่บนโม่หินด้านหลังทันที

 

แต่ในวินาทีนั้นเอง ฝ่ามืออันอ่อนนุ่มข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของเขาไว้แน่น

หลี่ไฉ่เวยก้าวออกมาจากด้านหลังของเขา ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทา นางกัดฟันพูดว่า "เอกสารฉบับนี้ข้าเป็นคนปลอมแปลงขึ้นมาเอง พี่ชายข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น!"

สิ้นคำพูดนี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งสองและหลี่มูต่างก็ชะงักอึ้งไปตามๆ กัน

 

"คิดจะรับเคราะห์แทนพี่ชายเจ้างั้นรึ?" เจ้าหน้าที่เก็บภาษีแค่นหัวเราะ ท่าทางดุร้ายราวกับหมาป่าบนภูเขา "เจ้าคิดว่าพวกข้าเป็นไอ้โง่หรือไง? คดีใหญ่โตระดับปลอมแปลงเอกสารราชการ เจ้าคิดจะรับเหมาไว้คนเดียวเนี่ยนะ ประเมินตัวเองสูงไปหน่อยมั้ง"

"คดีนี้ พวกเจ้าสองพี่น้องต้องก้มหน้ายอมรับผิดทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่จบแน่"

 

หลี่ไฉ่เวยหอบหายใจถี่ขึ้น จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ขอบตาแดงก่ำ "ท่านใต้เท้าทั้งสอง อย่าทำอะไรให้มันเกินไปนักเลย! บ้านข้าสองคนพี่น้องก็เป็นแค่ราษฎรตาดำๆ ที่ทำมาหากินอย่างสงบเสงี่ยม แต่... กระต่ายที่จนมุมมันก็ยังกล้ากัดคนนะ"

"ถ้าบีบจนพวกข้าสองพี่น้องไม่มีทางรอดล่ะก็ กฎหมายอาญาแผ่นดินอะไรนั่น ข้าก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอีกต่อไป ถึงข้าจะไม่เคยเรียนหนังสือ แต่ข้าก็รู้จักคำพังเพยที่ว่า 'คนต่ำต้อยเมื่อบันดาลโทสะ เลือดจะสาดกระเซ็นไปห้าก้าว' เหมือนกัน!"

 

เป่ยหวง หรือดินแดนรกร้างทางเหนือ เป็นดินแดนของพวกอนารยชน ไม่เพียงแต่สภาพแวดล้อมจะเลวร้ายและขาดแคลนเสบียงเท่านั้น แต่ยังมีพายุทรายพัดกระหน่ำตลอดทั้งวัน ซ้ำยังมีพวกคนเถื่อนออกอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง

การถูกเนรเทศไปที่นั่น ก็แทบไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดสินประหารชีวิตเลย

 

เมื่อเจ้าหน้าที่เก็บภาษีทั้งสองได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ของหลี่ไฉ่เวย สีหน้าของพวกมันก็ทะมึนตึงลงทันที แค่ราษฎรต่ำต้อยตัวเล็กๆ กล้าดีถึงขั้นมาข่มขู่เจ้าหน้าที่ทางการเชียวรึ?

แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะบันดาลโทสะ พอเงยหน้าขึ้นไปสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของหลี่มูเข้า ในพริบตานั้นเอง ความหวาดกลัวและหนาวเหน็บอย่างไม่มีสาเหตุก็พุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

 

ต่อให้เป็นมหาโจรปล้นชิงที่ออกอาละวาดไปหลายหัวเมือง และมีชนักติดหลังฆ่าคนมาแล้วหลายสิบศพ ก็ยังไม่มีสายตาที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้เลย!

ในเสี้ยววินาที พวกเขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ถ้าหากบีบบังคับอีกฝ่ายจนถึงทางตัน บางทีไอ้หลี่มูคนนี้อาจจะลงมือฆ่าคนจริงๆ ก็ได้!

 

เจ้าหน้าที่เก็บภาษีทั้งสองสบตากัน ในใจเกิดความคิดคล้ายๆ กันขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย

ในตอนนี้ พวกตนมีกันแค่สองคนแถมไม่ได้พกอาวุธยาวมาด้วย ถ้าต้องปะทะกันจริงๆ คงเสียเปรียบแน่ สู้จับตัวหลี่ไฉ่เวยกลับไปก่อน แล้วค่อยระดมกำลังพลจากศาลาว่าการ ยกพวกมาจับหลี่มูทีหลังก็ยังไม่สาย!

 

"หึ! ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ชายเจ้า งั้นข้าก็จะไม่เอาความเขา" เจ้าหน้าที่เก็บภาษีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนำโซ่ตรวนไปคล้องที่ข้อมือของหลี่ไฉ่เวย แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า "งั้นเจ้าก็ตามพวกข้ามาสักรอบก็แล้วกัน!"

แกร๊ก!

 

เสียงล็อกโซ่ตรวนดังขึ้น

หัวคิ้วของหลี่มูกระตุกถี่ยิบอีกครั้ง นัยน์ตาสาดประกายดุร้าย มือขวาเลื่อนไปจับด้ามมีดโดยสัญชาตญาณ

"พี่!"

 

ในวินาทีนั้น หลี่ไฉ่เวยก็ตะโกนขึ้นมา นางส่ายหน้าเบาๆ แววตาเวทนาเจือความโศกเศร้า น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยว่า "อย่า... อย่าทำเรื่องโง่ๆ นะ!"

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.