
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 22 ปล่อยบอทแปดเดือน 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' บรรลุขั้นสมบูรณ์ (ตอนที่สาม)
วันนี้ หลิวหยางกลับมาที่เรือนพักของตัวเองแต่หัววัน ทำตัวโลว์โปรไฟล์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ได้เดินสายมุงดูเรื่องสนุกไปทั่วอารามสายบนเหมือนอย่างเคย
ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันทำให้ทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งสั่นสะเทือนไปหมดน่ะสิ
เริ่มจากจ้าวเต๋อและหลี่เซิ่ง สองศิษย์ร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน ที่ใช้ลมปราณภายในอันลึกล้ำระดับเจ็ดพันสาย ทำให้บรรดาศิษย์อารามสายบนได้สัมผัสถึงความน่าเกรงขามของร้อยอันดับแรกอย่างลึกซึ้ง จนรู้สึกสิ้นหวังไปตามๆ กัน
ขนาดแค่ตำแหน่งยามเฝ้าประตูร้อยอันดับแรกยังแข็งแกร่งขนาดนี้
แล้วพวกที่อันดับสูงกว่านั้น จะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนล่ะ?!
เรื่องนี้ทำเอาคนที่มีความมุ่งมั่นอยากจะท้าชิงตำแหน่งร้อยอันดับแรกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ถึงกับหัวใจวิถียุทธ์แตกสลาย สติแตก รู้สึกไร้พลังขึ้นมาดื้อๆ
จากนั้นก็ตามมาด้วยเรื่องของเขา หลิวหยาง ที่เพิ่งเลื่อนขั้นเข้าสู่อารามสายบนมาไม่ถึงครึ่งปี ก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาได้แล้ว แถมยังมีลมปราณภายในติดตัวมาถึงสามสี่พันสาย
พรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวที่เขาแสดงออกมานี้ มันมากพอที่จะให้เขาไปท้าชิงตำแหน่งร้อยอันดับแรกได้ในอีกสี่ห้าเดือนข้างหน้าเลย!
เมื่อก่อนมันอาจจะเป็นแค่ศักยภาพ...
แต่ตอนนี้ หลังจากก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว มันคือความแข็งแกร่งของจริง!
นี่คือความจริงที่ถูกตอกฝาโลงฟันธงได้เลย ว่าเขาจะต้องกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่พุ่งเข้าไปสร้างแรงกระแทกให้กับร้อยอันดับแรก และทะลวงเข้าสู่ทำเนียบร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบนได้อย่างแน่นอน
ข่าวฮอตปรอทแตกสองเรื่องซ้อนที่แพร่สะพัดไปทั่วอารามสายบนนี้ มันมากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งถึงกับเดือดพล่าน
ไม่รู้ว่าจะมีศิษย์อารามสายบนอีกกี่คนที่ต้องหัวใจวิถียุทธ์แตกสลาย และสติแตกไปตามๆ กัน
เรื่องพวกนี้บีบบังคับให้หลิวหยางต้องยอมทำตัวโลว์โปรไฟล์ไปสักสองสามวัน เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น เขาคงโดนตามตื๊อจนรำคาญตายแน่ๆ
ถึงแม้ว่าการโดนคนอื่นอวยยศ มันจะรู้สึกฟินและสะใจมากก็เถอะ
แต่ถ้าไปที่ไหนก็โดนคนรุมล้อมอวยกันอย่างบ้าคลั่งแบบนั้น นานๆ ไปมันก็เลี่ยนได้เหมือนกันนะ
ฉากแบบนี้หลิวหยางคุ้นเคยดี มันก็แค่อีเวนต์เล็กๆ ทำตัวโลว์โปรไฟล์หลบกระแสสักสองสามวัน เดี๋ยวพายุหมุนลูกนี้มันก็พัดผ่านไปเองแหละ
เพราะยังไงซะ ผลกระทบจากเรื่องนี้ ก็คือการทำให้ทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊ง แข่งขันกันปั่นฟาร์มดุเดือดเลือดพล่านหนักกว่าเดิมอีกน่ะสิ!
ไม่ปั่นฟาร์มก็ไม่ได้แล้ว!
พอทุกคนต้องมาแข่งขันกันปั่นฟาร์มตาเหลือกแบบนี้ ใครมันจะมีเวลาและแรงกายไปเมาท์มอยซุบซิบนินทาหรือมุงดูเรื่องสนุกอีกล่ะ?!
และแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ!
ทุกคนในอารามสายบน ประเมินความแข็งแกร่งและศักยภาพของเขาต่ำเกินไปมาก
ต่อให้พวกนั้นจะเดากันแบบเว่อร์สุดๆ ก็คิดแค่ว่าหลิวหยางมีลมปราณภายในแค่สามสี่พันสายเท่านั้น
และคิดว่าตอนถึงงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน ลมปราณภายในของเขาก็น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดแปดพันสาย พร้อมกับวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ที่บรรลุขั้นสมบูรณ์
แต่ในความเป็นจริงน่ะเหรอ?
หลิวหยางน่ากลัวกว่าที่พวกนั้นคิดไว้เยอะ!
แค่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาวันแรก เขาก็มีลมปราณภายในตั้งห้าพันสายแล้ว!
อีกสี่ห้าเดือนข้างหน้า ด้วยความเร็วในการก้าวหน้าของระดับพลังของเขา....
ลมปราณภายในของเขาจะต้องทะลุเก้าพันสายแน่นอน!
พร้อมกับวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ ที่จะบรรลุถึงขั้นขีดสุดทั้งคู่!
ลมปราณภายในลึกล้ำล้นเหลือ วิชายุทธ์บรรลุถึงขีดสุด!
มันคือพลังความแข็งแกร่งระดับที่สามารถกวาดล้างทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งให้ราบคาบได้อย่างสบายๆ!
แค่คิด หลิวหยางก็แอบขำก๊ากอยู่ในใจแล้ว
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา ย่อมไม่สามารถเปิดเผยออกไปได้อยู่แล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะเก็บไว้รอ "โชว์เทพขิงชาวบ้าน" ในงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนหรอกนะ
แต่เป็นเพราะเขาหวังดีต่อบรรดาศิษย์อารามสายบนพวกนี้จากใจจริงต่างหาก
หลิวหยางคนนี้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เขาทำใจไม่ได้หรอกที่จะต้องเห็นบรรดาศิษย์อารามสายบนจำนวนมาก หัวใจวิถียุทธ์แตกสลาย และถูกทำร้ายจิตใจจนลุกไม่ขึ้นแบบนั้น
ส่วนเรื่องหลังจากงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนจบลงไปแล้ว เรื่องนั้นมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
เพราะเขาเตรียมตัวที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาแล้วน่ะสิ!
เมื่อใดที่เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาได้สำเร็จ เมื่อนั้นเขากับบรรดาศิษย์อารามสายบนพวกนี้ ก็จะกลายเป็นคนละชั้น ราวกับอยู่กันคนละโลก
ต่อให้เขาจะโชว์เทพทรูแสดงความอัจฉริยะออกมามากแค่ไหน มันก็จะมีแต่ทำให้คนแหงนหน้ามองด้วยความเลื่อมใส มากกว่าที่จะรู้สึกถูกทำร้ายจิตใจ
"ฉันนี่มันช่างเป็นคนดีมีเมตตาซะจริงๆ!"
หลิวหยางส่ายหน้าถอนหายใจ รู้สึกซาบซึ้งในความดีงามของตัวเอง เขาช่างคิดเผื่อบรรดาศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊งพวกนี้ซะทุกเรื่อง คอยดูแลปกป้องหัวใจวิถียุทธ์อันเปราะบางของพวกนั้นอย่างทะนุถนอม
นี่สิที่เรียกว่าคนวิสัยทัศน์กว้างไกล ใจกว้างดั่งแม่น้ำ!
เขาไม่อยากให้ศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊งต้องมาใจสลายเพราะโดนตีบวกดาเมจใส่หนักเกินไป จนส่งผลให้หัวใจวิถียุทธ์ต้องพังทลาย
ไม่อย่างนั้นล่ะก็....
เขาคงอดได้ซีนโชว์เทพต่อหน้าผู้คนไปตั้งไม่รู้กี่รอบแล้ว?!
เขาช่างยอมเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อบรรดาศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊งพวกนี้ซะจริงๆ
เป็นแค่ศิษย์อารามสายบนแท้ๆ แต่ดันแบกรับภาระความห่วงใยราวกับเป็นเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งซะเอง!
แค่คิด ก็ซาบซึ้งน้ำตาจะไหลแล้ว!
หลังจากปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับความซาบซึ้งในความดีของตัวเอง หลิวหยางก็เริ่มดำเนินแผนการทำตัวโลว์โปรไฟล์
ถึงแม้ทุกวันจะยังคงรักษากิจวัตรเดินเล่นย่อยอาหารเอาไว้ แต่เขาก็ไม่ได้ไปเดินสายมุงดูเรื่องสนุกอีกแล้ว นานๆ ทีถึงจะโผล่หน้าไปป้วนเปี้ยนให้คนเห็นสักครั้ง
ส่วนเรื่องจะให้เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนพัก ทำตัวโลว์โปรไฟล์แบบตัดขาดโลกภายนอกไปเลยน่ะเหรอ?
เป็นไปไม่ได้หรอก!
เขายังต้องพยายามหาเวลามาฝึกฝน 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' ให้บรรลุถึงขีดสุดอยู่นะ!
ถ้าเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง แล้วมันจะฝึกวิชาตัวเบาจนบรรลุขีดสุดได้ยังไงล่ะ?
อย่างมากที่สุด ก็แค่ลดการไปป้วนเปี้ยนตามแหล่งชุมชนลงก็เท่านั้นเอง!
เวลา ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความ "โลว์โปรไฟล์" แบบนี้
เข้าสู่เดือนที่หกของการเลื่อนขั้นสู่อารามสายบน เนื่องจากหลิวหยางทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว อัตราการเพิ่มพูนลมปราณภายในจึงเร็วขึ้นอย่างมาก ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือน ลมปราณภายในของเขาก็พุ่งพรวดเป็นหกพันสาย
เข้าสู่เดือนที่เจ็ด ลมปราณภายในพุ่งพรวดเป็นเจ็ดพันสาย
เข้าสู่เดือนที่แปด อัตราการเพิ่มพูนลมปราณภายในเริ่มชะลอตัวลง เพิ่มขึ้นมาหยุดอยู่ที่เจ็ดพันแปดร้อยสาย
แต่แล้วข่าวดีก็มาเยือน ในที่สุด 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ที่ปล่อยบอทฟาร์มอย่างหนักหน่วงมาตลอดแปดเดือนเต็ม ก็บรรลุถึงขั้นขีดสุดแล้ว!
"ในที่สุดเพลงกระบี่ก็บรรลุขีดสุดสักที!"
หลิวหยางกำกระบี่ยาวในมือ สัมผัสได้ถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเพลงกระบี่จำนวนมหาศาลที่หลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณของเขาจนเป็นเนื้อเดียวกัน รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ในขั้นขีดสุดนั้น ได้กลายเป็นสัญชาตญาณส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปโดยสมบูรณ์ จะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็หยิบฉวยมาใช้ได้ทันที!
ชี้เป้าไหน ฟันเข้าเป้านั้น แม่นยำไร้ที่ติ
เพียงแค่พลิกความคิด ก็สามารถปลดปล่อยกระบวนท่ากระบี่ด้วยพลังสูงสุดได้ทันที!
นี่คือการโจมตีสุดกำลัง ที่ผสานทั้งพลังกายและลมปราณภายในเข้าด้วยกัน
อานุภาพของมัน ร้ายแรงจนทะลุขีดจำกัดของขอบเขตลมปราณภายในไปแล้ว!
มันสามารถคุกคามถึงชีวิตพวกยอดมนุษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาในโลกภายนอกได้แล้ว!
นั่นก็หมายความว่า ทุกดาบที่เขาฟันออกไป ล้วนสามารถเป็นภัยคุกคามต่อพวกขอบเขตก่อนพฤกษาในโลกภายนอกได้
เรียกได้ว่าแข็งแกร่งสุดๆ ไปเลย!
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า ขอบเขตก่อนพฤกษากับขอบเขตหลังพฤกษานั้น ระดับความแข็งแกร่งมันห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
ปราณแท้ก่อนพฤกษากับลมปราณภายในขอบเขตหลังพฤกษา มันคือการยกระดับคุณภาพพลังอย่างสิ้นเชิง!
ปราณแท้ก่อนพฤกษาแค่สายเดียว อานุภาพของมันก็เทียบเท่ากับลมปราณภายในหลายเท่าตัว หรืออาจจะถึงสิบเท่าเลยด้วยซ้ำ
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อปลดปล่อยปราณแท้ก่อนพฤกษาออกมานอกร่าง มันยังสามารถเหนี่ยวนำพลังธรรมชาติรอบตัวมาเสริมอานุภาพให้รุนแรงขึ้นไปอีกได้
ความห่างชั้นของระดับความแข็งแกร่งนี้ มันกว้างจนน่าสะพรึงกลัว!
แต่ตอนนี้ เพียงแค่อาศัย 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ที่บรรลุขั้นขีดสุด เขาก็สามารถเป็นภัยคุกคามให้กับยอดมนุษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาได้แล้ว นี่ถือว่าแข็งแกร่งมากๆ
ถ้าเอาเรื่องนี้ไปคุยโวอยู่ข้างนอกเขาบู๊ตึ๊งล่ะก็ คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ
สิ่งเดียวที่ทำให้หลิวหยางรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ ก็คือ โดยเนื้อแท้แล้ว 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' มันก็เป็นแค่วิชากระบี่พื้นฐานนั่นแหละ มันก็แค่มีความแยบยลกว่าวิชากระบี่พื้นฐานทั่วๆ ไปอยู่บ้าง เพื่อใช้เป็นรากฐานในการฝึกฝนวิชากระบี่ระดับสูงของบู๊ตึ๊งต่อไป
กระบวนท่าก็มีแต่พื้นฐานแบบเบสิคๆ อย่างเช่น แทง กวาด ผ่า ฟัน ปาด ปัดป้อง และอื่นๆ
รวมถึงกระบวนท่ารุกและรับแบบพื้นฐานเท่านั้น!
บวกกับกระบวนท่าที่ใช้ร่วมกับวิชาตัวเบาอีกนิดหน่อย
เมื่อบรรลุถึงขั้นขีดสุดแล้ว ไม่ว่าจะกระบวนท่ากระบี่แบบไหน ก็สามารถหยิบฉวยมาใช้ได้อย่างอิสระ ตามใจนึก กลายเป็นสัญชาตญาณ ชี้เป้าไหน ฟันเข้าเป้านั้น ทุกกระบวนท่าสามารถปลดปล่อยอานุภาพสูงสุดออกมาได้
แต่มันก็ทำได้แค่นี้แหละ!
เพราะมันขาดแคลนซึ่งสัจธรรมแห่งวิถียุทธ์ ดังนั้นพอฝึกจนถึงขั้นขีดสุดแล้ว มันก็ถือว่ามาถึงทางตัน ไม่สามารถทะลวงขีดจำกัดไปได้อีก
และเมื่อไม่สามารถทะลวงระดับได้ นั่นก็หมายความว่า ต่อให้ดันทุรังฝึกฝนต่อไป มันก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถตระหนักรู้ "สภาวะกระบี่" (เจี้ยนซื่อ) จาก 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ได้เลย
เมื่อมาถึงจุดนี้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปฝึกวิชากระบี่ระดับสูง!
วิชากระบี่ระดับสูงทุกวิชา ล้วนแฝงไปด้วยสัจธรรมแห่งวิถียุทธ์
เมื่อสามารถฝึกวิชากระบี่ระดับสูงจนบรรลุถึงขั้นขีดสุดได้แล้ว ก็จะสามารถเริ่มตระหนักรู้สัจธรรมแห่งวิถียุทธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นได้
และเมื่อใดที่สามารถทะลวงขีดจำกัดของขั้นขีดสุดไปได้ ก็จะสามารถตระหนักรู้ถึง "สภาวะกระบี่" ได้ในที่สุด!
และ "สภาวะกระบี่" นี้แหละ คือสภาวะแห่งยอดปรมาจารย์ ซึ่งจะนำพาผู้ใช้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบยอดปรมาจารย์แห่งกระบี่
แต่วิชากระบี่ระดับสูงนั้น จำเป็นต้องทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา และกลายเป็นศิษย์สืบทอดความลับของบู๊ตึ๊งเสียก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการถ่ายทอด
ดังนั้น สำหรับหลิวหยางแล้ว 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ถือว่ามาถึงจุดสิ้นสุดของมันแล้ว
หลิวหยางกดถอด 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ออกจากระบบอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วจัดการยัด 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' เข้าไปปล่อยบอทแทน
หลิวหยางประคองกระบี่ด้วยสองมือ นั่งขัดสมาธิกับพื้น ส่งจิตสัมผัสไปที่ตัวกระบี่ ดำดิ่งเข้าสู่สภาวะเพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์จนถอนตัวไม่ขึ้น