
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 23 เข้าอารามเก้าเดือน วิชาตัวเบาบรรลุขั้นสมบูรณ์! (ตอนที่สี่)
เมื่อมีอาวุธมีคมในมือ จิตสังหารก็พลุ่งพล่าน!
หลิวหยางประคองกระบี่ยาวไว้ในมือ ในใจรู้สึกคันไม้คันมือสุดๆ มีความรู้สึกอยากจะชักกระบี่ออกมา เพื่อทดสอบอานุภาพของ 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ขั้นสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า พยายามข่มความรู้สึกวู่วามนี้ให้สงบลง
เขารู้ดีว่า นี่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จึงเกิดความรู้สึกฮึกเหิมอยากจะลองของขึ้นมา
อยากจะชักกระบี่ คันไม้คันมือ อยากจะลองดูซิว่ากระบี่ของเขามันจะคมสักแค่ไหน?!
แต่สติปัญญาก็บอกเขาว่า ถึงแม้วิชายุทธ์ขั้นสมบูรณ์ในอารามสายบนบู๊ตึ๊ง จะถือว่ามีความแข็งแกร่งไม่เลวเลยทีเดียว
บวกกับลมปราณภายในอันลึกล้ำที่สูงถึงเจ็ดพันแปดร้อยสาย ก็ถือว่ามีพลังมากพอที่จะไปแย่งชิงตำแหน่งร้อยอันดับแรกของอารามสายบนได้แล้ว
แต่มันก็แค่นั้นแหละ!
บู๊ตึ๊งไม่ใช่สำนักไก่กาอาราเร่ที่ไหนนะ แต่เป็นถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินเสินโจว!
ความแข็งแกร่งระดับขอบเขตหลังพฤกษาเนี่ย มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย!
ต่อให้เป็นขอบเขตก่อนพฤกษา ถ้าอยู่ในเขาบู๊ตึ๊ง ก็ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรเลย มีเดินกันให้เกลื่อนไปหมด
ศิษย์บู๊ตึ๊งทุกคนล้วนใช้ 'วิชาตอกเสาเข็มฮุ่นหยวนบู๊ตึ๊ง' ในการสร้างรากฐานวิถียุทธ์ การันตีขั้นต่ำก็คือสามารถกลายเป็นยอดมนุษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาได้ทุกคน
และยอดมนุษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาก็มีอายุขัยยืนยาวถึงสองร้อยปี
ภายใต้การสะสมมาอย่างยาวนานขนาดนี้ ส่งผลให้บนเขาบู๊ตึ๊ง คนที่มีจำนวนเยอะที่สุดก็คือพวกขอบเขตก่อนพฤกษานี่แหละ
จำนวนของพวกเขาน่ะ เยอะกว่าศิษย์อารามสายบนกับอารามชั้นล่างรวมกันซะอีก
ศิษย์อารามชั้นล่าง ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ อยู่มาครบสิบปี ก็จะถูกบังคับให้ลงจากเขา
ส่วนศิษย์อารามสายบน ต่อให้เป็นศิษย์ธรรมดาๆ ทั่วไปกากๆ แค่ไหน พอเข้ามาอยู่ในอารามสายบนสักยี่สิบสามสิบปี ก็ยังสามารถทะลวงขอบเขตก่อนพฤกษาได้อยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ ยอดมนุษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาในเขาบู๊ตึ๊งจึงมีจำนวนเยอะที่สุด
ด้วยทรัพยากร "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์" ของบู๊ตึ๊ง บวกกับความกว้างใหญ่ไพศาลของเทือกเขาบู๊ตึ๊ง หลิวหยางประเมินคร่าวๆ ว่า ศิษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาของบู๊ตึ๊ง อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีเป็นแสนคน!
จำนวนมันน่าสะพรึงกลัวโคตรๆ!
ถ้าเอาไปเทียบกับโลกภายนอก คงทำเอาคนช็อกตาย
แต่ถ้าอยู่ในเขาบู๊ตึ๊งหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มันก็ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรเลย
ถ้าอยากจะโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางศิษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาเป็นแสนๆ คน อย่างแรกเลยก็ต้องกลายเป็นศิษย์สืบทอดความลับของบู๊ตึ๊งให้ได้ซะก่อน
มีเพียงศิษย์สืบทอดความลับเท่านั้นแหละ ที่จะพอมีชื่อเสียงหลุดรอดออกไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ
และถ้าอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเขาบู๊ตึ๊ง เป็นที่รู้จักของทุกคนในบู๊ตึ๊ง ก็ต้องกลายเป็น "อัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง" ในหมู่ศิษย์สืบทอดความลับให้ได้!
และการประเมินตำแหน่งอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งนี้ บู๊ตึ๊งก็ไม่ได้เป็นคนตั้งขึ้นมาเองด้วย
ต้องลงจากเขา แล้วขึ้นไปติด "ทำเนียบมังกรซ่อน" แห่งเสินโจวให้ได้ซะก่อน
ถ้าติด "ทำเนียบมังกรซ่อน" ได้ นั่นแหละถึงจะได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งของแท้แบบไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าไม่ติดล่ะก็....
เขาก็จะไม่ยอมรับสถานะ "อัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง" นี้เด็ดขาด
ดังนั้น ศิษย์บู๊ตึ๊งส่วนใหญ่ที่มีความมุ่งมั่นในเส้นทางวิถียุทธ์...
หลังจากที่อาศัยฐานะศิษย์ร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดความลับ และได้รับการถ่ายทอดวิชายุทธ์ระดับสูงของบู๊ตึ๊งแล้ว...
พวกเขาก็จะเริ่มลงจากเขาไปหาประสบการณ์ เริ่มเข้าไปโลดแล่นในยุทธภพ เพื่อพยายามสร้างชื่อเสียงให้ติด "ทำเนียบมังกรซ่อน" และกลายเป็นอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งที่แท้จริง
การลงจากเขาไปหาประสบการณ์ ทดสอบกระบี่ทั่วหล้า มันไม่เพียงแต่เป็นการสร้างชื่อเสียง แต่ยังเป็นการฝึกฝนอีกด้วย
วิชายุทธ์ระดับสูง แค่อยากจะฝึกให้ถึงขั้นสมบูรณ์ก็ว่ายากเย็นแสนเข็ญแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทะลวงขีดจำกัดขั้นสมบูรณ์ เพื่อตระหนักรู้สภาวะยอดปรมาจารย์เลย
มาถึงจุดนี้ แค่ขยันฝึกซ้อมอย่างเดียวมันก็ไม่ได้ผลหรอก!
ถ้าความขยันฝึกซ้อมมันได้ผลล่ะก็ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งในใต้หล้า คงไม่มีศิษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาเยอะเป็นแสนเป็นล้านแบบนี้หรอก
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องพึ่งพาก็คือการต่อสู้เข่นฆ่าและเผชิญหน้ากับความขัดแย้งในยุทธภพ
เพื่ออาศัยการต่อสู้ ท่ามกลางความเป็นความตาย และการประลองแย่งชิงกับอัจฉริยะคนอื่นๆ ในยุทธภพ เพื่อตระหนักรู้ถึงสภาวะยอดปรมาจารย์ และก้าวขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์แห่งยุค
และ "ทำเนียบมังกรซ่อน" นี่แหละ ก็คือเส้นทางสายตรงที่มุ่งหน้าสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์
ผลลัพธ์ก็เดาได้ไม่ยากเลย บรรดาอัจฉริยะวิถียุทธ์ขอบเขตก่อนพฤกษาทั้งหลาย ต่างก็พากันแข่งขันปั่นแรงค์ใน "ทำเนียบมังกรซ่อน" กันอย่างบ้าคลั่ง!
เป็นการประชันหน้าของเหล่าอัจฉริยะของแท้!
การแย่งชิงตำแหน่งใน "ทำเนียบมังกรซ่อน" ต่างหาก ถึงจะเป็นสมรภูมิอันแสนดุเดือดและนองเลือดอย่างแท้จริง และเป็นจุดที่คึกคักที่สุดในวงการวิถียุทธ์แห่งเสินโจว
เมื่อเอามาเทียบกันแล้ว การแย่งชิง "ร้อยอันดับแรกแห่งอารามสายบน" มันก็เป็นแค่การซ้อมใหญ่เท่านั้นแหละ
"ยังไม่ถึงเวลาหรอกน่า...."
"การไปอยู่บนทำเนียบมังกรซ่อนต่างหาก ถึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทดสอบความคมของกระบี่!"
หลิวหยางกดข่มความรู้สึกคันไม้คันมือเอาไว้ โลกใบนี้มันกว้างใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
ผู้ที่ติด "ทำเนียบมังกรซ่อน" จะสามารถเร่งความเร็วในการตระหนักรู้สภาวะยอดปรมาจารย์ได้
ถึงแม้เขาจะสามารถปล่อยบอทฟาร์ม จนบรรลุขอบเขตยอดปรมาจารย์ออกมาดื้อๆ ได้ก็เถอะ
แต่ถ้ามันสามารถเร่งความเร็วในการตระหนักรู้ และช่วยให้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตยอดปรมาจารย์ได้เร็วขึ้น เขาก็ย่อมไม่พลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอน
เขาไม่ได้ลืมหรอกนะ ว่าฟ้าดินแห่งเสินโจวกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และกลียุคกำลังจะมาเยือน
ถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ดีกินดี และอยู่รอดปลอดภัยไปนานๆ ล่ะก็...
อย่างแรกเลยก็ต้องมีพลังป้องกันตัวเองให้ได้ซะก่อน!
ถ้ามีอะไรที่ช่วยเร่งการเติบโตได้ ก็ต้องพยายามคว้ามาให้ได้
แต่สิ่งที่เขาจะคว้ามาก็คือตำแหน่งใน "ทำเนียบมังกรซ่อน" เท่านั้น ส่วนไอ้เรื่องที่ต้องไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เข่นฆ่ากันในยุทธภพอะไรนั่น เขาไม่เอาด้วยหรอก
ไอ้เรื่องเสี่ยงตายพรรค์นี้ เขาไม่ทำเด็ดขาด
อย่างมากที่สุด ก็แค่ไปยืนมุงดูเรื่องสนุกก็พอ!
และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ในโลกแห่งวิถียุทธ์อันกว้างใหญ่ ที่มีหกราชวงศ์ใหญ่ขับเคี่ยวแย่งชิงความเป็นใหญ่ และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้าแข่งขันกันชิงดีชิงเด่นแบบนี้...
ถ้าคิดจะยืนดูอยู่ห่างๆ และรักษาความเป็นกลางเอาไว้ล่ะก็...
มันต้องมีแบ็กกราวด์ มีขุมกำลังคอยหนุนหลัง
และบู๊ตึ๊งนี่แหละ ก็คือแบ็กกราวด์ คือขุมกำลังของเขา
แต่ถ้าอยากจะได้รับความสำคัญจากบู๊ตึ๊ง เขาก็ต้องพยายามปีนป่ายขึ้นไปให้สูงขึ้นด้วย!
ไม่มีวิธีไหน ที่จะช่วยยกระดับสถานะและอำนาจในบู๊ตึ๊งได้ง่ายและรวดเร็วไปกว่าการเป็น "อัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง" อีกแล้ว
เส้นทางชัดเจน เป้าหมายแน่ชัด!
หลิวหยางข่มใจที่กำลังคันไม้คันมือเอาไว้ และยังคงทำตัวโลว์โปรไฟล์ต่อไป
ถึงแม้ว่าการทำตัวโลว์โปรไฟล์ของเขา ในสายตาคนอื่นมันจะไม่ค่อยโลว์โปรไฟล์สักเท่าไหร่ก็เถอะ
แต่สำหรับหลิวหยางแล้ว นิยามคำว่า "โลว์โปรไฟล์" ของเขามันยืดหยุ่นได้
สำหรับเขา ขอแค่ไม่ไปทำให้จังหวะการฟาร์มปั่นระดับพลังอย่างก้าวกระโดดของเขาต้องพังไม่เป็นท่า นั่นก็ถือว่าโลว์โปรไฟล์แล้ว
ด้วยหลักการนี้ ใครหน้าไหนก็มาป่วนแผนการฟาร์มของเขาไม่ได้ และไม่มีใครมาหยุดยั้งความแข็งแกร่งของเขา ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ วันได้หรอก
หลังจากจับ 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' ไปปล่อยบอทฟาร์มแล้ว....
หลิวหยางก็ต้องยอมรับความจริงว่า การปล่อยบอทฟาร์ม มันพัฒนาได้เร็วกว่าการมานั่งฝึกเองเยอะเลย!
การฝึกเอง นอกจากจะพัฒนาได้ไม่คงที่เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจและสภาพร่างกายแล้ว เผลอๆ อาจจะมีถอยหลังลงคลองอีกต่างหาก
แต่ถ้าเป็นการปล่อยบอทฟาร์มล่ะก็ มันคือก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง!
ต่อให้ความคืบหน้ามันจะช้าแค่ไหน ปล่อยบอทไปหนึ่งรอบ จะเพิ่มมาแค่นิดเดียว
แต่ถ้าปล่อยบอทฟาร์มติดต่อกันหนึ่งวัน สิบวัน หรือหนึ่งเดือนล่ะก็...
ผลลัพธ์ที่ได้มันจะเห็นผลชัดเจนสุดๆ!
ไม่ใช่แค่วิชายุทธ์นะ ระดับพลังก็เหมือนกัน
เรื่องนี้ทำเอาหลิวหยางอดที่จะถอนหายใจไม่ได้เลยจริงๆ ว่าการพึ่งพาตัวเองในการฝึกฝนเนี่ย มันยากเย็นแสนเข็ญซะเหลือเกิน
'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' นอกจากตอนแรกที่อาศัยรากฐานอันลึกล้ำจากการฝึกวิชาตอกเสาเข็ม จนทำให้พอเริ่มฝึกปุ๊บก็บรรลุขั้นเริ่มต้นปั๊บ และหลังจากก้มหน้าก้มตาฝึกอย่างหนักไปสิบวันครึ่งเดือนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว
หลังจากนั้น ถึงแม้จะมุ่งหน้าสู่ขั้นขีดสุดมาตลอด....
แต่ทว่า ต่อให้สัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าแต่ละวันมันขยับเข้าใกล้ขั้นขีดสุดไปเรื่อยๆ
แต่ให้ตายเถอะ ก้มหน้าก้มตาฝึกอย่างหนักมาตั้งแปดเดือนกว่าแล้ว ก็ยังไม่ทะลวงถึงขั้นขีดสุดสักที
นี่มันเหมือนสำนวนที่ว่า 'มองเห็นภูเขาอยู่รำไร แต่วิ่งจนม้าตายก็ยังไปไม่ถึง' ชัดๆ ฝึกจนท้อแท้สิ้นหวังไปเลย
มันมักจะขาดไปอีกนิดนึงเสมอ...
ดูเหมือนจะใกล้แค่เอื้อม แต่ก็เหมือนถูกกั้นด้วยโลกอีกใบที่ห่างไกลแสนไกล
เขาไม่รู้หรอกนะ ว่าคนอื่นเวลาฝึกวิชายุทธ์ จะรู้สึกแบบนี้เหมือนกันไหม
แต่หลังจากที่เขาได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเลยว่า ต่อจากนี้ไป อะไรที่สามารถปล่อยบอทฟาร์มจนทะลวงระดับได้ เขาจะใช้บอทฟาร์มลูกเดียว
ให้มานั่งฝึกเองเนี่ย มันยากเกินไปจริงๆ!
"พรสวรรค์ของฉันมันกากจริงๆ ด้วย...."
เมื่อมี 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' เป็นตัวเปรียบเทียบชัดเจนขนาดนี้ หลิวหยางก็ทิ้งตัวนอนปล่อยจอย ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาอย่างสมบูรณ์แบบ
ทำให้เขารู้จักตัวเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก!
และในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า คนที่สามารถฝึกวิชายุทธ์สักวิชาจนบรรลุถึงขั้นขีดสุดได้ ในอารามสายบนบู๊ตึ๊งเนี่ย มันมีแค่หยิบมือเดียวจริงๆ!
และถ้าใครสามารถฝึกทั้งวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่จนบรรลุถึงขั้นขีดสุดได้พร้อมกันล่ะก็ คนๆ นั้นก็คืออัจฉริยะด้านวรยุทธ์ของแท้เลย!
ขณะที่คิดเพลินๆ เวลา ก็ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบๆ
เมื่อเข้าสู่เดือนที่เก้า หลังจากจับ 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' ไปปล่อยบอทฟาร์มได้หนึ่งเดือนเต็ม ในที่สุดวิชาตัวเบาก็บรรลุถึงขั้นขีดสุด!