
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 24 เข้าอารามสิบเอ็ดเดือน ขอบเขตหลังพฤกษาไร้เทียมทาน! (ตอนที่หนึ่ง)
ทันทีที่วิชาตัวเบาบรรลุขั้นสมบูรณ์ หลิวหยางก็รู้สึกสะท้านไปทั้งร่างและจิตใจ วินาทีนี้เขาสัมผัสได้ถึงความเบาหวิวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะโบยบินเป็นเซียน ขี่สายลมทะยานไปบนฟ้ายังไงอย่างงั้น
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เมื่อ 'วิชาตัวเบาบู๊ตึ๊ง' ขั้นสมบูรณ์ ผสานเข้ากับ 'เพลงกระบี่บู๊ตึ๊ง' ขั้นสมบูรณ์ อานุภาพของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
ทำให้เพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์ ได้รับความเร็วจากวิชาตัวเบามาเสริมแรง จนอานุภาพพุ่งทะลุปรอท!
ความแข็งแกร่งทะยานไปถึงขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว!
เรียกได้ว่า ทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว คงยากที่จะหาคนขอบเขตหลังพฤกษาที่แข็งแกร่งไปกว่าเขาในตอนนี้ได้อีกแล้ว
วิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ต่างก็บรรลุขั้นสมบูรณ์ทั้งคู่ พวกขอบเขตหลังพฤกษาทั่วไปน่ะ รับมือกระบี่เดียวของเขาไม่ไหวหรอก!
ต่อให้เป็นศิษย์ร้อยอันดับแรกอย่างจ้าวเต๋อและหลี่เซิ่ง ก็ไม่มีข้อยกเว้น!
และที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ เข้าอารามสายบนมาได้เก้าเดือน ลมปราณภายในของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นอีกครั้ง จากเจ็ดพันแปดร้อยสาย กลายเป็นแปดพันห้าร้อยสาย!
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่พุ่งพรวดเดือนละพันสาย ถึงแม้อัตราการเพิ่มมันจะค่อยๆ ลดลงแล้วก็ตาม
ทำให้หลิวหยางเริ่มสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดลมปราณภายในของขอบเขตหลังพฤกษาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาไปได้อีกเยอะ
แถมต่อให้เป็นตอนนี้ ด้วยลมปราณภายในแปดพันห้าร้อยสาย บวกกับความแข็งแกร่งระดับวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์
เขาก็มั่นใจเต็มเปี่ยมแล้ว ว่าสามารถกวาดล้างทั่วทั้งอารามสายบนบู๊ตึ๊งให้ราบคาบได้อย่างสบายๆ!
แต่เขาก็ไม่คิดที่จะรีบไปท้าประลองกับศิษย์ร้อยอันดับแรก เพื่อแย่งชิงตำแหน่งร้อยอันดับแรกของอารามสายบนในตอนนี้หรอกนะ
เป้าหมายของเขาคือขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษา ที่ลมปราณภายในหนึ่งหมื่นสาย ดังนั้นเขายังต้องฝึกอยู่ในอารามสายบนต่อไปอีกอย่างน้อยค่อนปี
และการประลองใหญ่แห่งอารามสายบน ก็เหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆ เท่านั้น
ถ้าขืนไปท้าประลองร้อยอันดับแรกตอนนี้ พอถึงงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน เขาก็ต้องมานั่งท้าประลองอีกอยู่ดี
มันไม่เห็นจะมีความจำเป็นต้องหาทำซ้ำซ้อนเลย!
สู้เก็บของดีเอาไว้ปล่อยทีเดียวตอนงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนเลยดีกว่า
แถมอีกเดือนกว่าๆ ลมปราณภายในของเขาก็ยังสามารถพุ่งพรวดขึ้นไปได้อีกเยอะ
ไม่มีความจำเป็นต้องไปท้าตบ "ร้อยอันดับแรก" ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อปั่นสถิติให้ตัวเองหรอก
"ฉันนี่มันช่างเป็นคนดีมีเมตตาซะจริงๆ!"
หลิวหยางส่ายหน้าถอนหายใจ แทบจะร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งในความดีงามของตัวเอง
เพื่อปกป้องหัวใจวิถียุทธ์ของบรรดาศิษย์บู๊ตึ๊งพวกนี้ เขาต้องยอมสละโอกาสที่จะได้โชว์เทพขิงชาวบ้านไปตั้งเท่าไหร่!
เส้นทางแห่งวิถียุทธ์ นอกจากการไขว่คว้าความแข็งแกร่งและแสวงหาขอบเขตวิถียุทธ์ที่สูงขึ้นแล้ว จุดสูงสุดที่ทุกคนใฝ่ฝัน มันก็คือการได้โชว์เทพขิงชาวบ้านไม่ใช่รึไง?!
แค่คิดก็ปวดใจแล้ว รู้สึกขาดทุนย่อยยับ!
แต่ยังไงซะ เขาก็เป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลนี่นา!
ตอนนี้เป็นแค่ศิษย์บู๊ตึ๊ง แต่อนาคตบู๊ตึ๊งก็ต้องตกเป็นของเขานั่นแหละ!
บรรดาศิษย์บู๊ตึ๊ง ต่อไปก็ต้องกลายเป็นศิษย์ของเขาไม่ใช่รึไง?!
ต่อให้เป็นแค่ศิษย์บู๊ตึ๊งธรรมดาๆ แต่พวกเขาก็สามารถสร้าง "ผลประโยชน์" ได้ไม่น้อยเลยนะ
ถ้าต้องสูญเสียพวกเขาไป นั่นสิถึงจะเรียกว่าขาดทุนย่อยยับของจริง!
พอคิดแบบนี้แล้ว ในใจก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ ถือซะว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่ใหญ่หลวงไปกว่านี้ก็แล้วกัน!
หลิวหยางข่มใจที่กำลังคันไม้คันมือเอาไว้ และทำตัว "โลว์โปรไฟล์" ปล่อยบอทต่อไป
เมื่อวันประลองใหญ่แห่งอารามสายบนขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
บรรยากาศในอารามสายบนบู๊ตึ๊ง ก็ยิ่งตึงเครียดและกดดันมากขึ้นทุกที
พอเดินออกไปข้างนอก ก็จะเห็นแต่ภาพศิษย์อารามสายบนมากมาย เดินจ้ำอ้าวไปมาอย่างเร่งรีบ
เรียกได้ว่า ถ้าไม่มี "โอสถอาหารสัตว์วิเศษ" คอยดึงดูดให้ศิษย์อารามสายบนพวกนี้ต้องออกจากห้องล่ะก็
เกรงว่าศิษย์อารามสายบนบู๊ตึ๊งทุกคน คงจะปิดด่านเก็บตัวก้มหน้าก้มตาฝึกกันจนถึงวันประลองใหญ่แห่งอารามสายบนแน่ๆ!
แต่ละคนกลายเป็น "นักบวชบำเพ็ญทุกรกิริยา" ของแท้ แข่งขันกันปั่นฟาร์มอย่างบ้าคลั่งจนน่าขนลุก
แต่วินาทีนี้ หลิวหยางดูเหมือนจะเปลี่ยนทัศนคติไปแล้ว
เขาไม่ได้มองศิษย์อารามสายบนว่าเป็น "คู่แข่ง" ของเขาอีกต่อไป
แต่กลับมองว่าพวกเขาคือ "ศิษย์บู๊ตึ๊ง" ของเขาต่างหาก
เขาเริ่มใช้สายตาของนายทุน กวาดตามองดูทุกซอกทุกมุมของอารามสายบน พร้อมกับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจสุดๆ
ดีมาก ดีมาก ปั่นฟาร์มกันได้ดี!
ถ้าพวกเขาไม่แข่งขันกันปั่นฟาร์ม แล้วบู๊ตึ๊งจะยิ่งใหญ่ขึ้นได้ยังไง?!
ถ้าแกไม่ฟาร์ม ฉันไม่ฟาร์ม แล้วในอนาคตบู๊ตึ๊งจะให้กำเนิดยอดปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ กับมหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์จำนวนมหาศาลได้ยังไง?
ทั่วทั้งเขาบู๊ตึ๊งจงแข่งขันกันปั่นฟาร์มซะ จะได้ผลักดันให้ "ดินแดนฟู่ตี้ (ดินแดนแห่งความสุข) บู๊ตึ๊ง" เลื่อนขั้นเป็น "ดินแดนต้งเทียน (ดินแดนสวรรค์) บู๊ตึ๊ง" ได้เร็วขึ้นอีกวัน!
หาก "ดินแดนฟู่ตี้" ต้องการจะเร่งการเลื่อนขั้นเป็น "ดินแดนต้งเทียน" ล่ะก็
นอกจากจะต้องยึดครองชีพจรมังกรให้ได้มากขึ้นแล้ว...
นั่นก็คือการเพิ่มจำนวนของบรรพชนระดับเทวมนุษย์ให้มากขึ้นยังไงล่ะ!
ต่อให้จางซานเฟิงจะถูกยกย่องว่าเป็น "เทพเซียน" แต่เขาก็มีแค่คนเดียวนี่นา
มันสู้ไม่ได้หรอกกับการมีบรรพชนเทวมนุษย์หลายๆ คนมาช่วยกันก่ออิฐสร้างกำแพงให้กับ "ดินแดนต้งเทียนฟู่ตี้"
หลายคนย่อมแข็งขัน ในเรื่องการสร้าง "ต้งเทียนฟู่ตี้" มันก็ใช้หลักการนี้เหมือนกัน
ไอ้เรื่องแบบนี้ ในสายตาของหลิวหยาง คนยิ่งเยอะ ก็ยิ่งแบกอิฐได้เร็วขึ้น!
จุดแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ คนที่จะมีสิทธิ์มา "แบกอิฐ" ได้นั้น ต้องเป็นระดับบรรพชนเทวมนุษย์เท่านั้น
ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องหาวิธีทำให้เขาบู๊ตึ๊ง ให้กำเนิดบรรพชนระดับเทวมนุษย์ออกมาให้ได้เยอะๆ
และจุดเริ่มต้นของทั้งหมดนี้ มันก็ต้องเริ่มจากอารามสายบนบู๊ตึ๊งนี่แหละ!
จงแข่งขันกันปั่นฟาร์มอย่างบ้าคลั่งซะ!
ยิ่งแข่งขันฟาร์มกันดุเดือดเท่าไหร่ ในอนาคตก็จะยิ่งมีบรรพชนเทวมนุษย์โผล่มาช่วย "แบกอิฐ" ให้กับดินแดนฟู่ตี้บู๊ตึ๊งได้เยอะขึ้นเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวหยางก็เผลอเผยรอยยิ้มแบบฉบับของนายทุนหน้าเลือดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ถึงแม้จะดูเหมือนรีบยิ้มเร็วไปหน่อยก็เถอะ....
แต่สำหรับอนาคตของตัวเองแล้ว เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
วันนี้ข้าคือศิษย์บู๊ตึ๊ง พรุ่งนี้บู๊ตึ๊งต้องเป็นของข้า!
นี่คือเป้าหมายแรกสุดที่เขาตั้งปณิธานไว้ในใจ ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่นี่!
ในโลกจอมยุทธ์รวมมิตรที่วุ่นวายจนน่าขนลุก ถึงขั้นทำเอาตัวสั่นงันงกแบบนี้ ลึกๆ ในใจของหลิวหยางเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย
ในใจเขานั้นคิดว่า มีเพียงการทำให้เขาบู๊ตึ๊งตกเป็นของเขาเท่านั้น ถึงจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้อย่างเต็มเปี่ยม
ถึงขั้นแอบคิดในใจด้วยซ้ำว่า ตำแหน่งเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งเนี่ย ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้อีก?!
ไม่มีใครเข้าใจเขาบู๊ตึ๊งไปมากกว่าเขาอีกแล้ว!
ซ่งหยวนเฉียวงั้นเรอะ?!
หมอนั่นไม่เหมาะจะเป็นเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งหรอก!
ควรจะรีบๆ เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตเทวมนุษย์ แล้วไป "แบกอิฐ" ให้กับดินแดนฟู่ตี้บู๊ตึ๊ง เพื่อเร่งให้ "ดินแดนฟู่ตี้" ยิ่งใหญ่ขึ้นเร็วๆ ดีกว่า
ซ่งชิงซูงั้นรึ?!
ยิ่งรุ่นยิ่งแย่ลง ในหัวมีแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ชอบสำนักง้อไบ๊นัก งั้นก็วิ่งไปเป็น "พีอาร์" ให้ง้อไบ๊ซะเลยสิ
สำนักง้อไบ๊ในโลกนี้ ไม่ใช่สำนักในนิยายกำลังภายในที่มีคนเก่งเหลือแค่หยิบมือ หรือมีแค่มิกจ้อซือไท่คนเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ จนเหลือแต่ชื่อเสียงความเป็นสำนักใหญ่ แต่ไร้ซึ่งบารมีหรอกนะ
ในโลกจอมยุทธ์รวมมิตรแห่งแผ่นดินเสินโจวนี้...
ง้อไบ๊ คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ "ต้งเทียน" ที่สืบทอดมายาวนานนับหมื่นปี มีรากฐานอันลึกล้ำสุดหยั่งคาด และเป็นแหล่งผลิต "จอมกระบี่" ชั้นยอด
นอกจากจะมีบรรพชนเทวมนุษย์ผู้ลึกล้ำสุดหยั่งคาดคอยนั่งเฝ้าสำนักแล้ว พวกเขายังมีขุมกำลังศัสตราวุธเทวะอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
มหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์คนไหนก็ตาม หากได้ศัสตราวุธเทวะมาไว้ในมือ พลังต่อสู้ก็จะเทียบเท่ากับครึ่งก้าว "บรรพชนเทวมนุษย์" เลยทีเดียว
สามารถอาศัยศัสตราวุธเทวะ ในการดึงพลังแห่งฟ้าดินมาใช้ได้!
ในบรรดามหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ มหาปรมาจารย์ผู้ถือครองศัสตราวุธเทวะ ถือว่ามีพลังรบอยู่ในระดับท็อปสุด!
แต่เขาบู๊ตึ๊ง กลับขาดแคลนรากฐานระดับศัสตราวุธประจำสำนักแบบนี้
ดังนั้น การสานสัมพันธ์อันดีกับสำนักง้อไบ๊ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
อีกอย่าง จอมยุทธ์หญิงแห่งง้อไบ๊แต่ละคน ก็ดูองอาจสง่างาม แถมยังชุ่มชื้นน่าเจี๊ยะสุดๆ!
คิดไปคิดมา หลิวหยางก็รู้สึกขึ้นมาดื้อๆ ว่าให้กำไรไอ้หมอซ่งชิงซูเกินไปหน่อยแล้ว!
เขาส่ายหน้า รีบดึงสติกลับมา แล้วเริ่มทบทวนเพลงกระบี่และวิชาตัวเบาขั้นสมบูรณ์อย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความเสถียรและทบทวนของเก่าให้ชำนาญ รักษาฟอร์มให้เข้าฝักที่สุด นอนรอวันประลองใหญ่แห่งอารามสายบนมาถึง
ในขณะเดียวกัน 'เคล็ดวิชาใจบู๊ตึ๊ง' ก็ยังคงถูกปล่อยบอทให้ฝึกฝนต่อไปตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างไม่หยุดพัก
เมื่อเวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป ลมปราณภายในร่างของหลิวหยาง ก็ยิ่งลึกล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
แปดพันหกร้อยสาย....
แปดพันแปดร้อยสาย....
เก้าพันสาย....
และแล้ว เมื่อเวลาเดินทางมาถึงช่วงงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน!
หลิวหยางก็สะท้านไปทั้งร่าง ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เขามองดูลมปราณภายในที่อัดแน่นจนเต็มจุดตันเถียน ด้วยสีหน้าพึงพอใจสุดๆ
เข้าอารามมาสิบเอ็ดเดือน ลมปราณภายในเก้าพันสองร้อยสาย!
เขากำหมัดแน่น ต่อให้ไม่ต้องตั้งใจโคจรลมปราณ ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลไร้เทียมทาน!
ไม่ว่าจะเป็นระดับพลัง หรือพลังกายเนื้อของเขา ล้วนมาถึงขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษาอย่างแท้จริง!
เรียกได้ว่า ขอบเขตหลังพฤกษาไร้เทียมทาน!
โคตรจะแข็งแกร่งเลยโว้ย!