
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 28 "ตัวตึงสายซุ่ม" ถึงกับร้องเสียงหลง: เป็นไปไม่ได้! ข้าต้านกระบี่ของเจ้าไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวเลยงั้นรึ?! (ตอนที่หนึ่ง)
"ฉันนี่มันช่างเป็นคนดีมีเมตตาซะจริงๆ!"
"ถ้าบรรดาศิษย์อารามสายบนรุ่นนี้รู้ถึงความหวังดีของฉันล่ะก็ คงต้องซาบซึ้งจนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดแน่ๆ!"
หลิวหยางที่ล้มเลิกความคิดที่จะค่อยๆ โชว์พลังทีละนิด แล้วหันมาเปิดอัลติจัดหนักจัดเต็มตั้งแต่เริ่ม ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใน "ความใจดี" ของตัวเองอีกครั้ง
สำหรับเขาแล้ว การไม่เข้าไปเล่นหยอกล้อทรมานบรรดาศิษย์อารามสายบนเหมือนแมวหยอกหนู แค่นี้มันก็ถือว่าใจดีมากพอแล้ว
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นล่ะก็ คงค่อยๆ โชว์ความแข็งแกร่งออกมาทีละระดับ เผยพลังที่เหนือชั้นกว่าเดิมออกมาเรื่อยๆ เพื่อดึงดูดสายตา เรียกร้องความสนใจ และทำให้บรรดาศิษย์อารามสายบนตกตะลึงกันระลอกแล้วระลอกเล่าไปแล้ว!
ดึงดูดทุกสายตาให้มาจับจ้อง สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งลานประลอง ทำลายหัวใจวิถียุทธ์ของศิษย์ทุกคนจนแหลกสลาย?!
แล้วแอคอาร์ตโชว์เทพขิงชาวบ้านให้สุดทางไปเลย?!
หลิวหยางส่ายหน้า หลังจากตัดสินใจได้ว่าจะเปิดอัลติใส่เต็มสูบตั้งแต่เริ่ม เขาก็ทิ้งตัวนอนปล่อยจอยด้วยท่าทีเกียจคร้านทันที
เขายังคง "ปล่อยจอยทำตัวชิลๆ" เพื่อรอให้งานประลองใหญ่เริ่มต้นขึ้นเหมือนเดิม
ในไม่ช้า ศิษย์ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมประลองกว่าพันคน ก็ถูกจับสลากสุ่มแบ่งคู่ประลองกันแบบตัวต่อตัว
งานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน รอบคัดเลือก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
กฎของการประลองรอบคัดเลือกนั้นง่ายมาก นั่นคือหลังจากผ่านการต่อสู้ในรอบคัดเลือกไปหลายๆ รอบ ท้ายที่สุดก็จะคัดเลือกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอารามสายบนร้อยคนออกมา
หลังจากคัดเลือกร้อยอันดับแรกได้แล้ว ก็จะมีการจัดอันดับเบื้องต้น
จากนั้นก็จะเข้าสู่รอบท้าชิงอันดับ!
ศิษย์ที่ตกรอบ หรือศิษย์ที่ไม่พอใจกับอันดับปัจจุบันของตัวเอง สามารถเลือกท้าประลองกับศิษย์ร้อยอันดับแรกที่อยู่บนลานประลองได้
หากท้าประลองชนะ ก็สามารถท้าประลองต่อได้
แต่ถ้าท้าประลองแพ้ ก็จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก
กฎที่ทั้งง่ายและดิบเถื่อนแบบนี้ สำหรับหลิวหยางแล้ว มันยิ่งเข้าทางเขาซะเหลือเกิน
นั่นก็หมายความว่า ขอแค่เขาขึ้นไปสู้สักสี่ห้ารอบ เขาก็จะสามารถคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งของอารามสายบนมาครองได้แล้ว!
อืมมม มันช่างง่ายดายและตรงไปตรงมาอะไรแบบนี้!
บนลานกว้างขนาดใหญ่ มีลานประลองตั้งเรียงรายกันอยู่ถึงร้อยกว่าลาน
สามารถเปิดการประลองพร้อมกันได้ถึงร้อยคู่
การประลองรอบแรก หลิวหยางยังไม่ถึงคิวขึ้นประลอง เขาจึงรับบทเป็นผู้ชมไปก่อน
เขามองดูศิษย์ทั้งสองร้อยคน ก้าวขึ้นไปบนลานประลองแต่ละลาน แล้วเริ่มต่อสู้กันตามสัญญาณของศิษย์ขอบเขตก่อนพฤกษาที่รับหน้าที่เป็นกรรมการ
บรรยากาศการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด!
ต่างก็เป็นอัจฉริยะแห่งอารามสายบน ที่มีวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่บรรลุขั้นสมบูรณ์ทั้งคู่ แถมยังมีลมปราณภายในทะลุเจ็ดพันสายเหมือนกันอีก!
ฝีมือสูสี กินกันไม่ลงขนาดนี้ จะให้สู้กันไม่มันส์ได้ยังไง?!
แค่ช่วงหยั่งเชิงกันไปมา ก็ซัดกันไปเป็นร้อยกระบวนท่าแล้ว ทำเอาหลิวหยางยืนดูจนหาวหวอดๆ
แต่คนอื่นๆ กลับเบิกตากว้าง จ้องมองกันตาไม่กะพริบ ไม่อยากจะพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว
"แข็งแกร่งมาก! พวกเขาทุกคนล้วนแข็งแกร่งมาก!"
"อารามสายบนบู๊ตึ๊งของเรา สมแล้วที่เป็นแหล่งรวมคนเก่ง ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์ไว้มากมาย!"
"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าในอารามสายบน จะยังมีศิษย์น้องที่แข็งแกร่งแต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แอบซ่อนตัวอยู่อีกตั้งมากมายขนาดนี้!"
หวังเฉียงที่อยู่ข้างๆ ซึ่งยังไม่ถึงคิวขึ้นประลองเหมือนกัน พอมองดูการต่อสู้อันดุเดือดบนลานประลอง เขาก็รู้สึกว่าสายตาแทบจะมองตามไม่ทัน ได้แต่ร้องอุทานด้วยความทึ่ง และทอดถอนใจออกมาอย่างบอกไม่ถูก
และในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก!
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจู่ๆ จะมีพวก "ตัวตึงสายซุ่ม" ที่มีพลังระดับร้อยอันดับแรกโผล่พรวดขึ้นมาเยอะแยะขนาดนี้ แต่ละคนล้วนมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับศิษย์พี่จ้าวเต๋อและหลี่เซิ่ง ซึ่งเป็นร้อยอันดับแรกกันทั้งนั้น เรื่องนี้ทำเอาเขาตกใจจนแทบช็อก
แต่หลิวหยางที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับทำแค่พยักหน้ารับส่งๆ ไปเท่านั้น
ตอนที่เพิ่งเข้าอารามสายบนมาใหม่ๆ ระดับความแข็งแกร่งร้อยอันดับแรกที่เขาเคยร้องอุทานว่า "แข็งแกร่งมาก" มาตอนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา มันกลับเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมายเต็มไปหมด ไม่สามารถรับมือกับกระบี่ของเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ!
อยากจะบิ๊วอารมณ์ให้ตื่นเต้นยังทำได้ยากเลย!
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่าความเหงาของยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์?
ผู้คนและระดับความแข็งแกร่ง ที่เคยทำให้เขารู้สึกตกตะลึง ทึ่ง และยำเกรงในวันวาน
เพียงแค่พริบตาเดียว เขาก็สามารถก้าวข้ามไปได้อย่างง่ายดาย
พอหันกลับไปมองอีกครั้ง ก็พบว่ามันช่างจืดชืดไร้รสชาติซะเหลือเกิน!
และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างแบบนี้ เขายังเอาไปเล่าให้ใครฟังไม่ได้อีกต่างหาก
เพราะคนอื่นไม่ได้มารู้สึกอินไปกับเขาด้วยหรอก มีแต่จะคิดว่าเขา "ขี้เก๊ก" ซะเปล่าๆ
เรื่องนี้ทำให้หลิวหยางนึกไปถึงบรรดายอดปรมาจารย์และมหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ขึ้นมาทันที
บางที พวกเขาเองก็คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้อย่างลึกซึ้งเลยล่ะมั้ง?!
โดยเฉพาะพวกที่มีอายุขัยยาวนานถึงห้าร้อยปีนั่น ท้ายที่สุดแล้ว ในสายตาของพวกเขาก็คงจะมองเห็นแค่คนที่มีระดับพลังเท่าเทียมกันเท่านั้นแหละ
การฝึกวิถียุทธ์ พอไปถึงจุดสูงสุดแล้ว ก็คือการชักกระบี่มองไปรอบทิศ แล้วพบแต่ความอ้างว้างว่างเปล่า!
"โชคดีนะ ที่ฉันไม่ต้องมานั่งก้มหน้าก้มตาฝึกอย่างยากลำบาก...."
พอดึงสติกลับมาได้ หลิวหยางก็แอบรู้สึกโล่งใจอยู่ในใจ เขาไม่อยากจะสัมผัสกับความรู้สึกเหงาหงอยอ้างว้าง แบบที่ต้องปิดด่านเก็บตัวฝึกวิชาเป็นสิบเป็นร้อยปี พอออกจากด่านมาก็ดันหาคู่ต่อสู้ไม่ได้หรอกนะ
ถ้าไม่มีคู่ต่อสู้ให้ทดสอบกระบี่ แล้วแบบนี้จะฝึกวิถียุทธ์ไปเพื่ออะไรล่ะ?!
ท่ามกลางสายตาอันเบื่อหน่ายและเกียจคร้านของหลิวหยาง การต่อสู้บนลานประลอง แต่ละคู่ก็ทยอยรู้ผลแพ้ชนะกันไปทีละลาน
บรรดาศิษย์อารามสายบนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันร้องตะโกนด้วยความสะใจ และอุทานออกมาไม่ขาดสาย
แม้แต่ศิษย์ที่เข้าร่วมงานประลอง ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด สูบความเย็นเข้าปอด รู้สึกกดดันอย่างหนัก
แต่หลิวหยางกลับรู้สึกว่าพวกเขา "หนวกหู" ซะเหลือเกิน
ท่ามกลางความรู้สึกน่าเบื่อหน่ายนี้ เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งผ่านไปกว่าครึ่งค่อนวัน
ในที่สุดก็ถึงคิวหลิวหยางขึ้นประลองสักที
ทำเอาเขารอจนเหงือกแห้งหมดแล้ว!
"หลิวหยาง ลานประลองหมายเลขสอง!"
"คู่ประลอง หวังต้าเลี่ยง!"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกเตือนจากศิษย์พี่ขอบเขตก่อนพฤกษาที่เป็นกรรมการ หลิวหยางก็รีบเดินตรงไปยังลานประลองหมายเลขสอง แล้วก้าวขึ้นไปบนลานทันที
ไม่นาน เขาก็ได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ของเขา ซึ่งก็คือ "ตัวตึงสายซุ่ม" ที่แอบซ่อนพลังมาอย่างยาวนาน
ชายคนนี้เป็นคนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงในอารามสายบน แอบซ่อนพลังเอาไว้ลึกสุดใจ เพื่อหวังว่าจะได้มาเฉิดฉาย สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในงานประลองใหญ่ ทะลวงเข้าสู่ร้อยอันดับแรก และสร้างชื่อให้ระบือไกลไปทั่วอารามสายบน
"ศิษย์น้องหลิว เป็นเจ้าเองหรอกรึ?!"
วินาทีแรกที่หวังต้าเลี่ยงเห็นหน้าหลิวหยาง เขาก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
เขากับหลิวหยาง เป็นคนละประเภทกันอย่างสิ้นเชิง
ปกติแล้วเขาจะทำตัวโลว์โปรไฟล์สุดๆ เอาแต่ปิดด่านเก็บตัวฝึกวิชา ตั้งหน้าตั้งตาทำตัวเป็น "ตัวตึงสายซุ่ม" ก้มหน้าก้มตาฝึกเคล็ดวิชาลมปราณอย่างเดียว เพื่อหวังว่าจะได้มาสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน
แต่หลิวหยางกลับตรงกันข้าม ทันทีที่เข้าอารามสายบนมา เขาก็สร้างชื่อระบือไกลไปทั่วอารามสายบนในฐานะ "ยอดอัจฉริยะแห่งอารามสายบน" สร้างความฮือฮาและทำตัว "โดดเด่น" สุดๆ
"ศิษย์พี่หวัง!"
หลิวหยางประสานมือคารวะทักทาย ถึงยังไงก็ถือว่าเป็นคนคุ้นหน้าที่เคย "เจอกันมาบ้างสองสามครั้ง"
"ศิษย์น้องหลิว การที่เจ้ามาเจอข้า ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเจ้ากันแน่?!"
"ถึงแม้เจ้าจะฝึกฝนก้าวหน้าได้เร็วโคตรๆ แถมยังมีพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์เป็นเลิศ เป็นยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์แห่งอารามสายบนของพวกเราอย่างแท้จริง!"
"แต่น่าเสียดาย ที่เจ้าเข้ามาอยู่ในอารามสายบนเร็วเกินไป!"
"งานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนปีนี้ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุดของเจ้าหรอก!"
"ถ้าเป็นงานประลองครั้งหน้าล่ะก็ ด้วยพรสวรรค์ของศิษย์น้องหลิว เจ้าจะต้องกวาดล้างทั่วทั้งอารามสายบนให้ราบคาบได้อย่างแน่นอน!"
หวังต้าเลี่ยงส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมกับมองดูหลิวหยางด้วยสายตาสงสารจับใจ
ในสายตาของเขา การที่ "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" อย่างหลิวหยางต้องมาเจอกับเขา มันคือความซวยล้วนๆ คงทำได้แค่มาร่วมประลองรอบเดียวแล้วกลับบ้านไปเท่านั้นแหละ
ขึ้นมาปุ๊บก็ต้องถูกคัดออกปั๊บ!
พรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวนั่น ไม่มีโอกาสได้เปล่งประกายออกมาเลยสักนิด!
เพื่อวันนี้ หวังต้าเลี่ยงอย่างเขาได้แอบซุ่มเตรียมตัวมานานแสนนาน แอบซุ่มฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาถึงแปดเก้าปีเต็มๆ!
ในตอนที่ทุกคนคิดว่าเขาเป็นแค่ศิษย์อารามสายบนธรรมดาๆ คนหนึ่ง...
เขาก็จะใช้ความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งนี่แหละ ประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า หวังต้าเลี่ยงคนนี้ คือยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งอย่างแท้จริง!
"ข้าจะไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ!"
"ลมปราณภายในของข้าทะลุแปดพันสายแล้ว แถมเพลงกระบี่ก็ยัง...."
"บรรลุขั้นสมบูรณ์!"
หวังต้าเลี่ยงเอ่ยด้วยสีหน้าฮึกเหิมลำพองใจ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" อย่างหลิวหยาง เขาก็ยังต้องไว้หน้ากันบ้าง ไม่อยากจะไปทรมานหรือล่วงเกินจนเกินไป
หลิวหยางถึงกับเงียบกริบ นี่มัน "ตัวตึงสายซุ่ม" ของแท้ ซ่อนพลังไว้ลึกสุดใจจริงๆ!
ขนาดตัวเขาเองยังดูไม่ออกเลย ว่า "ตัวตึงสายซุ่ม" คนนี้ จะแอบซ่อนความแข็งแกร่งที่น่ากลัวขนาดนี้เอาไว้!
เพลงกระบี่ขั้นสมบูรณ์ บวกกับลมปราณภายในแปดพันสาย ระดับนี้มันสามารถไปแข่งชิงท็อปเท็นของอารามสายบนได้สบายๆ เลยนะ!
แต่สิ่งที่ทำให้หลิวหยางรู้สึกพูดไม่ออกยิ่งกว่าก็คือ...
"อัจฉริยะแห่งอารามสายบน" อย่างเขาน่ะ ดันแข็งแกร่งกว่าที่ทุกคนจินตนาการเอาไว้เยอะเลยนี่สิ!
"เชิญศิษย์พี่หวัง!"
หลิวหยางกำกระบี่คารวะ พร้อมกับผายมือเชิญ
"ศิษย์น้องหลิว ระวังตัวด้วย!"
หวังต้าเลี่ยงคารวะตอบ ก่อนจะกระชับกระบี่ยาวในมือ แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ทันที
เคร้ง!
กระบี่ตวัดลงมา ร่างคนก็ปลิวว่อน
"เป็นไปไม่ได้! เพลงกระบี่ของข้าบรรลุขั้นสมบูรณ์ ลมปราณภายในแปดพันสาย แถมวิชาตัวเบาก็ยังบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้วด้วยซ้ำ ข้าต้านกระบี่ของเจ้าไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวเลยงั้นรึ?!"
หวังต้าเลี่ยงที่ลงไปกองอยู่ใต้ลานประลอง ถึงกับช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ร้องตะโกนเสียงหลงออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ