
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 32 บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์ ฟ้าดินเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! (ตอนที่หนึ่ง)
งานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนจบลงแล้ว!
งานประลองครั้งนี้ ทำให้คนทั้งบนและล่างเขาบู๊ตึ๊งต่างพูดถึงกันอย่างออกรสออกชาติ และร้องอุทานด้วยความสะใจ
เริ่มจากการมี "ตัวตึงสายซุ่ม" ที่ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์เอาไว้ โผล่พรวดขึ้นมามากมาย สาดเลือดชิงชัยบนลานประลองร้อยอันดับแรก การต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านนั้น ทำเอาคนดูร้องตะโกนด้วยความมันส์สะใจ
ตามมาด้วยการปรากฏตัวของ "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" อย่างหลิวหยาง ที่ใช้ความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์แบบ กวาดล้างทั่วอารามสายบน คว้าอันดับหนึ่งมาครองได้อย่างสวยงาม สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเขาบู๊ตึ๊ง!
เรียกได้ว่า งานประลองใหญ่แห่งอารามสายบนปีนี้ สนุกมันส์หยดกว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งเอาไว้ให้กับทุกคน
ไม่รู้ว่ามีศิษย์บู๊ตึ๊งกี่คน ที่จะจดจำงานประลองครั้งนี้ไปชั่วชีวิต
และสิ่งที่ทำให้คนทั้งบู๊ตึ๊งพูดถึงกันอย่างออกรสมากที่สุด ก็ยังคงเป็นการโผล่พรวดขึ้นมาของ "ยอดอัจฉริยะ" อย่างหลิวหยางอยู่ดี
ไม่ว่าใครที่ได้ยินเรื่องราวของเขา ต่างก็ต้องเดาะลิ้นด้วยความตกตะลึง และขนหัวลุกชันให้กับพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของเขา
พากันร้องตะโกนออกมาว่า: บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์!
โดยไม่รู้ตัว...
ทั่วทั้งบู๊ตึ๊ง ก็เกิดกระแส "บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์" พัดโหมขึ้นมากะทันหัน
บางคนก็บอกว่าบู๊ตึ๊งสั่งสมบารมีมามากพอแล้ว จึงก้าวเข้าสู่ยุคที่อัจฉริยะโผล่มาเป็นดอกเห็ด และโชคชะตาพุ่งทะยาน
บางคนก็บอกว่า ฟ้าดินแห่งเสินโจวกำลังจะเปลี่ยนแปลง บู๊ตึ๊งในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งยุค ที่ตั้งตระหง่านทับเส้นชีพจรมังกร ย่อมได้รับการแบ่งปันโชคชะตาแห่งฟ้าดินมาบ้าง จึงมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาตามโชคชะตานั้นมากมาย
ความแตกต่างระหว่างสองข้อสันนิษฐานนี้ก็คือ อย่างแรกคือรากฐานที่บู๊ตึ๊งสั่งสมมาเอง จึงให้กำเนิดยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ขึ้นมาตามธรรมชาติ
ส่วนอีกอย่างคือ เป็นการป่าวประกาศว่าฟ้าดินกำลังจะพลิกผัน แผ่นดินเสินโจวกำลังแจกจ่ายโชคชะตาแห่งฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง เพื่อกระตุ้นให้ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ถือกำเนิดขึ้นมาตามโชคชะตาให้มากขึ้น
ดูเผินๆ อาจจะไม่ต่างกันมาก เพราะล้วนเป็นลูกรักของโชคชะตาทั้งคู่ แต่มันมีความแตกต่างกันที่แก่นแท้เลยนะ
ไม่ว่าใคร ก็ไม่อยากให้ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรอก!
เพราะเมื่อฟ้าดินพลิกผัน มันย่อมเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ตามมา
พอใต้หล้าวุ่นวาย ต่อให้เป็น "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์" ก็ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่ล่มสลาย
นี่มันคือการล้างไพ่ใหม่ชัดๆ!
ในฐานะศิษย์บู๊ตึ๊ง ไม่มีใครอยากเห็นภาพนั้นหรอก!
ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิด ว่าบู๊ตึ๊งต้องเผชิญกับวิกฤต "ถูกล้างสำนัก"
แค่คำว่า "บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์" ประโยคเดียว กลับทำให้คนทั้งบู๊ตึ๊งวิตกกังวลกันไปหมด
นี่เป็นสิ่งที่หลิวหยางคาดไม่ถึงเลยจริงๆ!
แต่พอลองคิดดูดีๆ หลิวหยางก็เข้าใจความคิดของศิษย์บู๊ตึ๊งธรรมดาทั่วไปแล้ว
นั่นก็เพราะว่า บู๊ตึ๊งในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เดิมทีก็กอบโกยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในเสินโจวไปหมดแล้ว
ไม่ว่าจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน ก็ยากที่จะเกิดการก้าวกระโดดแบบพลิกฝ่ามือได้
เพราะยังไงซะบู๊ตึ๊งก็เป็นแค่สำนัก ไม่ใช่หกราชวงศ์ใหญ่ ที่จะไปแย่งชิงความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินเสินโจวให้เป็นหนึ่งเดียวสักหน่อย
ดังนั้น โครงสร้างการแย่งชิงอำนาจของหกราชวงศ์ใหญ่ในปัจจุบัน จึงสอดคล้องกับผลประโยชน์ของบู๊ตึ๊ง และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งในใต้หล้ามากที่สุด
ไม่มีศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนไหน อยากจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันหรอก
ผลประโยชน์ที่จะได้มันน้อยเกินไป แต่ความเสี่ยงกลับมหาศาล!
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีศิษย์คนไหนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบนี้
พวกเขาแค่อยากจะฝึกวิชาอยู่ในเขาบู๊ตึ๊งอย่างสงบสุขก็พอแล้ว!
แต่น่าเสียดาย....
คำว่า "บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์" นี้ ดันหลุดออกมาจากปากของซ่งหยวนเฉียว เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งน่ะสิ
นั่นหมายความว่า คำพูดนี้ไม่ได้พูดออกมาลอยๆ แน่!
ในฐานะมหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ แถมยังเป็นถึงเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง เขาย่อมมีแหล่งข้อมูลมากมาย ในใต้หล้านี้ มีความลับไม่กี่เรื่องหรอกที่เขาไม่รู้
ลองคิดดูสิ....
ก่อนจะพูดประโยคนี้ออกมา ซ่งหยวนเฉียวต้องเตรียมใจมาดีขนาดไหน
"ด้วยพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ที่ฉันแสดงออกมา มันคือระดับยอดอัจฉริยะ ปีศาจสะท้านโลกของแท้!"
"ร้อยปีพันปีจะโผล่มาสักคน ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย!"
"แต่หลังจากจบงานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน ซ่งหยวนเฉียวรวมถึงบรรดาผู้อาวุโสระดับยอดปรมาจารย์ของบู๊ตึ๊ง กลับไม่ได้เรียกตัวฉันไปพบในทันที...."
"แต่กลับปล่อยให้ฉันฝึกวิชาอยู่ในอารามสายบนอย่างสบายใจต่อไป เพื่อสะสมลมปราณภายใน และขัดเกลาขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษา...."
"นี่ก็หมายความว่า ฉันยังไม่ถึงขั้นที่บู๊ตึ๊งต้องปกป้องด้วยชีวิตสินะ..."
นัยน์ตาของหลิวหยางทอประกายวาบ เขาวิเคราะห์ความนัยที่ซ่อนอยู่ได้อย่างรวดเร็ว!
นั่นก็คือ ถึงแม้เขาจะเป็นยอดอัจฉริยะ เป็นปีศาจสะท้านโลก!
แต่ในแผ่นดินเสินโจว เขาไม่ใช่คนเดียวที่มีพรสวรรค์ระดับนี้!
มันจะต้องมีปีศาจสะท้านโลก ที่ร้อยปีพันปีจะโผล่มาสักคน ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอื่นๆ หรือในหกราชวงศ์ใหญ่ด้วยอย่างแน่นอน
มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้น ถึงแม้จะให้ความสำคัญ แต่เขาก็ไม่ใช่แก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของบู๊ตึ๊ง!
"เมื่อบ้านเมืองใกล้จะล่มสลาย ย่อมมีปีศาจถือกำเนิด!"
"ฟ้าดินก็เหมือนกัน เมื่อฟ้าดินพลิกผัน ย่อมมีปีศาจถือกำเนิดขึ้นมาตามโชคชะตาเป็นจำนวนมาก...."
รูม่านตาของหลิวหยางหดเกร็งวูบ เขาตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ในทันที!
เบื้องหลังของคำว่า "บู๊ตึ๊งรุ่งโรจน์" มันหมายถึง... ลางบอกเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน!
แค่ยังไม่รู้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ มันจะพลิกผันไปในทิศทางไหน
แต่ไม่ว่าในอนาคตฟ้าดินจะพลิกผันไปยังไง.....
ตอนนี้ โครงสร้างของเสินโจวก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย!
ความวุ่นวายครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น!
เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤต สิ่งที่ทุกขั้วอำนาจทำ ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปหรอก
นั่นก็คือการกอบโกยทรัพยากรทุกอย่าง กักตุนของทุกชนิด สร้างกำแพงให้สูง สะสมเสบียงให้มาก ค่อยๆ ตั้งตนเป็นใหญ่ เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน!
"เป็นไปตามที่ฉันลางสังหรณ์ไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด....."
"ต่อให้ตอนนี้บู๊ตึ๊งจะสามารถให้ฉันฝึกวิชาอย่างสงบสุขไปได้อีกเป็นสิบๆ ปี หรืออาจจะถึงร้อยปี!"
"แต่สักวันหนึ่ง บู๊ตึ๊งก็จะปกป้องฉันไว้ไม่ได้อยู่ดี!"
"ต้องเร่งความเร็วในการยกระดับความแข็งแกร่งให้มากขึ้น...."
"ฉันเองก็ต้องขยับตัวบ้างแล้ว จะมัวแต่รอผลลัพธ์จากการปล่อยบอทอย่างเดียวไม่ได้แล้ว!"
หลิวหยางเตือนสติตัวเองในใจ!
การปล่อยบอทเป็นร้อยปี ถึงแม้จะทำให้เขาสามารถก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ หรือแม้กระทั่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทวมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลก็เถอะ
แต่มันใช้เวลานานเกินไป!
ฟ้าดินกำลังจะพลิกผัน ภายใต้สถานการณ์อันวุ่นวายแบบนี้ มันไม่มีเวลาให้เขาฝึกวิชาอย่างสงบสุขเป็นร้อยๆ ปีหรอกนะ
ต้องเร่งความเร็วในการฝึกฝน เพื่อให้มีพลังปกป้องตัวเองมากพอ ในตอนที่ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
โชคดีนะ ที่เขาเป็นศิษย์บู๊ตึ๊ง แถมตอนนี้ยังเป็นถึงยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วเขาบู๊ตึ๊งอีก!
เรื่องทรัพยากรการฝึกฝนไม่เคยขาดแคลน ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงชีวิตเพื่อแย่งชิงทรัพยากรการฝึกอันน้อยนิด เหมือนพวกจอมยุทธ์ในยุทธภพภายนอก
ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่จะช่วยเร่งความเร็วในการฝึกฝนได้ มีไม่เยอะหรอก
มีแต่ต้องไปแย่งชิงพื้นที่ใน "ทำเนียบมังกรซ่อน" เท่านั้น!
มีเพียงการก้าวขึ้นสู่ "ทำเนียบมังกรซ่อน" เพื่อขอยืม "โชคชะตาแห่งฟ้าดิน" มาช่วยเร่งความเร็วในการตระหนักรู้วิชาต่างๆ จนบรรลุขั้นสมบูรณ์ให้ไวขึ้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิวหยางก็ตัดสินใจแน่วแน่ เส้นทางต่อไปของเขาชัดเจนแล้ว
ก้าวขึ้นสู่ "ทำเนียบมังกรซ่อน"!
แต่ก่อนหน้านั้น....
เขาต้องทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาให้ได้ซะก่อน!
แต่ว่า ตอนนี้ลมปราณภายในของเขายังไม่ถึงขีดสุดของการเติบโตอย่างแท้จริง ยังต้องขัดเกลาในขอบเขตหลังพฤกษาต่อไปอีกสักพัก
ดูจากความคืบหน้าในตอนนี้แล้ว ยังไงก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ถึงจะสามารถเพิ่มพูนลมปราณภายในให้เข้าใกล้ขีดสุดระดับหนึ่งหมื่นสายได้!
ก็แค่ไม่กี่เดือน สำหรับหลิวหยางแล้ว เขาไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้น
ก็แค่ 【ปล่อยบอท】 ต่อไปอย่างสบายใจ มุ่งหน้าสู่ขีดจำกัดสูงสุดของขอบเขตหลังพฤกษา!
ช่วงเวลาต่อจากนั้น หลิวหยางก็ยังคงนิ่งสงบดั่งภูผา หมกตัวฝึกวิชาอย่างสบายใจอยู่ในอารามสายบนบู๊ตึ๊งต่อไป
ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ต่างอะไรกับช่วงก่อนงานประลองใหญ่เท่าไหร่นัก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป
นั่นก็คือหลังจากจบงานประลองใหญ่ สถานะของหลิวหยางในบู๊ตึ๊ง ดูเหมือนจะพุ่งสูงปรี๊ด!
ถึงขั้นที่สามารถ "ใช้หน้าเป็นบัตรผ่าน" เดินเข้าออกยอดเขาหลักของบู๊ตึ๊งได้แล้ว
ต้องรู้ก่อนนะว่าเมื่อก่อนเนี่ย ศิษย์อารามสายบนนอกจากช่วงงานประลองใหญ่แล้ว เขาไม่อนุญาตให้เหยียบย่างเข้าไปในยอดเขาหลักของบู๊ตึ๊งเด็ดขาด
แต่มาตอนนี้ เขาสามารถเดินเล่นขึ้นเขาชมนกชมไม้ในยอดเขาหลักของบู๊ตึ๊งได้อย่างอิสระเสรี!
จุดนี้แหละ ที่สำคัญสำหรับเขาเอามากๆ
ในที่สุดเขาก็สามารถขึ้นไปเดินเล่นชมวิวบนเขาบู๊ตึ๊งได้อย่างเปิดเผยและสง่างามสักที!
วิวทิวทัศน์และเรื่องสนุกๆ ให้มุงดู ก็มีเยอะขึ้นเป็นกอง!
ได้เที่ยวเล่นทั่วเขาบู๊ตึ๊งอย่างแท้จริง!
กลายเป็น "ศิษย์" ที่มีความพิเศษสุดๆ คนหนึ่งในบู๊ตึ๊ง
ดูเหมือนว่านิสัยชอบเดินเล่นชมนกชมไม้ มุงดูเรื่องสนุกชาวบ้านไปวันๆ ของเขา จะเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งบนและล่างเขาบู๊ตึ๊งมาตั้งนานแล้ว
ดังนั้น คนทั้งบู๊ตึ๊งจึงรู้สึกชินชาและไม่แปลกใจกับพฤติกรรมของเขาอีกต่อไป
ยกเว้นสถานที่สำคัญบางแห่ง หรือเขตหวงห้ามของบู๊ตึ๊งที่ไม่อนุญาตให้เขาเข้าไป
นอกเหนือจากนั้น เขาสามารถเดินเฉียดเข้าไปใกล้ได้อย่างอิสระ
นี่ทำให้ชีวิตการฝึกวิชาบนเขาบู๊ตึ๊งของเขา กลายเป็นชีวิตที่เติมเต็มและเต็มไปด้วยความสนุกสนานขึ้นมาทันที
ทุกสิ่งที่เขาได้เห็นบนยอดเขาหลักของบู๊ตึ๊ง ล้วนเป็นของแปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจไปซะหมด
และเวลา ก็ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป ท่ามกลางการเดินชมนกชมไม้ และมุงดูเรื่องสนุกของชาวบ้านไปทั่วบนเขาบู๊ตึ๊งนั่นเอง