
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 33 ลมปราณภายในเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบสาย ขีดจำกัดขอบเขตหลังพฤกษา! (ตอนที่สอง)
หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากที่หลิวหยาง "ปล่อยบอท" อย่างยากลำบาก ลมปราณภายในก็ทะลุเก้าพันห้าร้อยสาย!
การเติบโตของลมปราณภายในช้าลงเรื่อยๆ ปล่อยบอทฝึกวิชาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่หยุดพัก ผ่านไปหนึ่งเดือน กลับเพิ่มขึ้นมาแค่สามร้อยสายเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้หลิวหยางแอบตกใจ ยิ่งเข้าใกล้ขีดจำกัด ลมปราณภายในก็ยิ่งเพิ่มขึ้นได้ยาก
ถ้าให้เขาฝึกเองล่ะก็ เกรงว่าต่อให้อดหลับอดนอนปั่นยิกๆ เป็นเดือนๆ ก็คงเพิ่มขึ้นมาไม่ถึงร้อยสายหรอก
ยาก มันยากจริงๆ!
มิน่าล่ะ ต่อให้เป็นศิษย์อารามสายบนที่ปูรากฐานวิถียุทธ์มาอย่างดี พอมีลมปราณภายในทะลุเก้าพันสายแล้ว ถึงไม่อยากจะฝึกลมปราณภายในต่ออีก
ลมปราณภายในเพิ่มช้าเกินไป ความคืบหน้าอืดเป็นเต่าคลาน
ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกด้วยตัวเอง ยังอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะจิตใจส่วนตัวอีกด้วย
อาจจะสูญเปล่าไปตั้งเยอะ!
หรืออาจจะแย่ยิ่งกว่า คือแทนที่จะก้าวหน้า กลับถอยหลังลงคลองซะงั้น!
อดหลับอดนอนตั้งหน้าตั้งตาฝึกมาหลายเดือน ลมปราณภายในไม่เพียงแต่จะไม่เพิ่มขึ้น แต่ดันหดหายไปอีก แบบนี้ใครมันจะไปรับไหววะ?
พอคิดแบบนี้ หลิวหยางก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความมหัศจรรย์อันแท้จริงของการ "ปล่อยบอท"
การ "ปล่อยบอท" ไม่ได้รับผลกระทบจากอะไรทั้งสิ้น ทุกครั้งที่ปล่อยบอท ก็จะเกิดความก้าวหน้าเสมอ ต่อให้ก้าวหน้าขึ้นมาแค่นิดเดียว แต่นั่นก็คือความก้าวหน้า
รีดเค้นศักยภาพแฝงออกมาให้ได้มากที่สุด!
จนไปถึงขีดจำกัดที่ไม่อาจก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก!
ขีดจำกัดนี้ ก็คือขีดจำกัดของร่างกาย!
เมื่อพลังแก่นแท้ทั่วร่าง ไม่สามารถรองรับการแปรสภาพเป็นลมปราณภายในได้อีกต่อไป มันก็ไม่อาจก้าวหน้าได้อีก
ถ้าฝืนแปรสภาพต่อไป มันก็จะทำให้พลังแก่นแท้เหือดแห้ง และย้อนกลับมากลืนกินลมปราณภายใน เพื่อเปลี่ยนให้กลับเป็นพลังแก่นแท้มาอุดช่องโหว่นั้น
แบบนั้นก็จะตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่ระดับพลังต้องถอยหลังลงคลอง
แต่พอมี "ระบบปล่อยบอท" ระดับพลังก็ไม่มีทางถอยหลังลงคลอง อย่างมากที่สุดก็คือ ร่างกายไปถึงขีดจำกัดอย่างแท้จริง จนลมปราณภายในไม่สามารถเพิ่มขึ้นมาได้อีกแม้แต่สายเดียว
พอคิดแบบนี้ หลิวหยางก็ปล่อยบอทฝึก "เคล็ดวิชาลมปราณบู๊ตึ๊ง" ต่อไป เพื่อหลอมแก่นแท้ให้เป็นปราณ และสะสมลมปราณภายใน
สองเดือนต่อมา ลมปราณภายในไปถึงเก้าพันเจ็ดร้อยสาย เพิ่มมาสองร้อยสาย
ต่อให้เป็นหลิวหยาง ก็ยังสัมผัสได้ถึงขีดจำกัด ความก้าวหน้ามันเชื่องช้าจนน่าโมโห
เขาส่ายหน้าน้อยๆ แล้วปล่อยบอทต่อไป
สามเดือนต่อมา ลมปราณภายในไปถึงเก้าพันแปดร้อยห้าสิบสาย เพิ่มมาร้อยห้าสิบสาย การเติบโตยิ่งยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ
สี่เดือนต่อมา ลมปราณภายในไปถึงเก้าพันเก้าร้อยห้าสิบสาย เพิ่มมาร้อยสาย ขีดจำกัดหนึ่งหมื่นสายของขอบเขตหลังพฤกษานั้น อยู่แค่เอื้อม
ห้าเดือนต่อมา..
หลิวหยางมองดูลมปราณภายในเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบสาย ที่อัดแน่นอยู่เต็มจุดตันเถียน
พลังแก่นแท้และลมปราณภายในทั่วร่าง รักษาสภาวะสมดุลอันละเอียดอ่อนเอาไว้
ขอเพียงเพิ่มลมปราณภายในเข้าไปอีกแค่นิดเดียว มันก็จะทำลายสมดุลนี้ และทำให้ร่างกายพังทลาย
เบาะๆ ก็ระดับพลังถอยหลัง ร่างกายกลืนกินลมปราณภายในมาเติมเต็มพลังแก่นแท้ที่ขาดหายไป
หนักหน่อย ก็ธาตุไฟเข้าแทรก ลมปราณภายในตีกลับ อาละวาดไปทั่วเส้นชีพจร ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนกลายเป็นคนพิการที่สูญเสียระดับพลังและเส้นชีพจรฉีกขาดทั้งหมด
แค่คิดหลิวหยางก็รู้สึกขนลุกซู่ หวาดหวั่นจนใจสั่นแล้ว!
วินาทีนี้ ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดอย่างแท้จริงแล้ว!
ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มลมปราณภายในได้อีกแม้แต่สายเดียว
ถึงแม้จะห่างจากขีดจำกัดลมปราณภายในหนึ่งหมื่นสายของขอบเขตหลังพฤกษาอยู่แค่สิบสาย ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
แต่เขาก็เข้าใจได้
ถึงแม้เขาจะใช้ขีดจำกัดของการสร้างรากฐานในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตลมปราณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารากฐานวิถียุทธ์ที่เขาสร้างขึ้นจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ย่อมต้องมีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเทียบกับขีดจำกัดของการสร้างรากฐานตามทฤษฎี
บวกกับเขาไม่ได้เป็นพวกที่เกิดมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาล หรือมีพลังแก่นแท้แต่กำเนิดที่แข็งแกร่ง
ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถฝึกฝนไปจนถึงขีดจำกัดของขอบเขตหลังพฤกษาตามทฤษฎีได้หรอก!
ต่อให้มี "ระบบปล่อยบอท" ก็ทำไม่ได้!
ถ้าฝืนไขว่คว้าหาขีดจำกัดลมปราณภายในหนึ่งหมื่นสาย มันก็รังแต่จะทำลายสมดุลอันละเอียดอ่อนระหว่างพลังแก่นแท้และลมปราณภายใน ทำลายสมดุลของร่างกายไปซะเปล่าๆ
ผลลัพธ์ที่ตามมามันร้ายแรงสุดๆ!
ท้ายที่สุดเขาก็ปลงตก!
ลมปราณภายในเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบสาย....
มันเข้าใกล้ขีดจำกัดลมปราณภายในของขอบเขตหลังพฤกษาในทางทฤษฎีแบบสุดๆ แล้ว!
มันมาถึงขีดจำกัดที่แท้จริงของร่างกายเขาแล้ว!
และนั่นก็ทำให้การฝึกฝนในขอบเขตหลังพฤกษาของเขา สิ้นสุดลงและดำเนินมาถึงจุดสูงสุด!
ขีดจำกัดขอบเขตหลังพฤกษา!
สิ่งต่อไปที่เขาต้องทำ ก็คือการทะลวงสะพานเชื่อมฟ้าดิน และทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา!
แต่เขาไม่ได้รีบโคจรลมปราณภายใน เพื่อทะลวง "ประตูสวรรค์" ในทันที
แต่กลับหยุด "การปล่อยบอท" ปรับสภาวะจิตใจให้สงบ ปล่อยให้ลมปราณภายในโคจรไปตามธรรมชาติ เพื่อให้เส้นชีพจรทั่วร่าง ได้ปรับตัวเข้ากับลมปราณภายในอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานในตอนนี้ได้ดียิ่งขึ้น
สภาวะขีดจำกัดขอบเขตหลังพฤกษานั้น ลึกล้ำอย่างยิ่ง
เพราะร่างกายรักษาสมดุลอันละเอียดอ่อนเอาไว้ ในเวลานี้การใช้ลมปราณภายในทะนุถนอมเส้นชีพจร จึงดูเหมือนจะทำได้ง่ายดายขึ้นมาหน่อย
ไม่ใช่แค่เส้นชีพจรหลักทั้งยี่สิบเส้น อย่างเส้นชีพจรประหลาดทั้งแปด ที่สามารถรับการทะนุถนอมแบบรุกจากลมปราณภายในได้ แต่รวมถึงเส้นชีพจรเล็กๆ น้อยๆ ยิบย่อยมากมายก่ายกอง ก็ยังได้รับการทะนุถนอมแบบรับอยู่ด้วย
หลังจากปรับสภาวะจิตใจให้สงบ หลิวหยางก็ออกจากด่าน
เขาลืมเรื่องการฝึกวิชาไปจนหมดสิ้น แค่อยากจะออกมาเดินเล่นบนเขาบู๊ตึ๊งสบายๆ
เที่ยวเล่นชมนกชมไม้ ดูทิวทัศน์
ดูผู้คน ดูบรรดาศิษย์บู๊ตึ๊ง
ห้าเดือนผ่านไปนับตั้งแต่งานประลองใหญ่แห่งอารามสายบน ความฮือฮาที่งานประลองเคยก่อไว้ ก็จางหายไปนานแล้ว
ในเวลานี้ หัวข้อสนทนาของอารามสายบน ไม่ใช่งานประลองใหญ่อีกต่อไป
แต่เป็นเรื่องที่บรรดาศิษย์ร้อยอันดับแรกของอารามสายบน ทยอยกันทะลวงระดับ เปิด "ประตูสวรรค์" ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดลับของบู๊ตึ๊งต่างหาก
และเรื่องที่ถูกหยิบยกมาคุยกันอย่างออกรสที่สุดก็คือ ศิษย์ที่ทะลวงขอบเขตเหล่านี้ ใช้ลมปราณภายในไปกี่สายในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษากันแน่
สิ่งที่ทำให้บรรดาศิษย์อารามสายบนอิจฉาตาร้อนกันที่สุดก็คือ ลู่เฟิง อันดับสองของอารามสายบน ใช้ลมปราณภายในถึงเก้าพันหนึ่งร้อยสาย ในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษา!
พอทะลวงระดับปุ๊บ ลมปราณภายในเก้าพันหนึ่งร้อยสายในร่าง ก็แปรสภาพเพียงเล็กน้อย และกลายเป็นลมปราณแท้ก่อนพฤกษาอันลึกล้ำมหาศาลทันที
การฝึกฝนในขอบเขตก่อนพฤกษา ก็คือการสูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดิน เพื่อหลอมรวมเป็นลมปราณแท้ก่อนพฤกษา
สิ่งที่ใช้ในการฝึกฝนหลักๆ ก็คือลมปราณแท้ก่อนพฤกษานี่แหละ!
ยิ่งลมปราณแท้ก่อนพฤกษาลึกล้ำมากเท่าไหร่ ระดับพลังก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
ตั้งแต่ขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นต้น ไปจนถึงขั้นสูงสุด มันไม่มีคอขวดอะไรให้ติดขัดเลยแม้แต่น้อย
ปริมาณของลมปราณแท้ก่อนพฤกษา ก็คือตัวแทนระดับพลังของขอบเขตก่อนพฤกษา
และสำหรับอัจฉริยะแห่งอารามสายบนอย่างลู่เฟิง ที่ใช้ลมปราณภายในเก้าพันหนึ่งร้อยสายในการทะลวงระดับนั้น ทันทีที่เขาทะลวงผ่าน เขาก็จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นกลางได้โดยตรง!
ขอแค่ไปก้มหน้าก้มตาฝึกวิชาต่ออีกแค่ไม่กี่ปี เขาก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นปลายได้แล้ว
เรียกได้ว่า การฝึกฝนแค่ไม่กี่ปีของเขา มันเทียบเท่ากับการฝึกฝนเป็นร้อยปี ของพวกยอดฝีมือขอบเขตก่อนพฤกษาในโลกภายนอกเลยทีเดียว
ช่างน่าอิจฉาซะจริงๆ!
แถมข้อดีของการมีปริมาณลมปราณภายในเยอะๆ มันไม่ได้มีแค่นี้นะ
หลังจากที่ไปถึงขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดแล้ว มันยังทำให้ลมปราณแท้ของตัวเอง แข็งแกร่งทิ้งห่างคนในระดับเดียวกันไปไกลลิบอีกด้วย!
คนที่ทะลวงขอบเขตก่อนพฤกษาด้วยลมปราณภายในห้าพันสาย กับคนที่ทะลวงด้วยเก้าพันสาย
พอไปถึงขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด ความแตกต่างความลึกล้ำของลมปราณแท้ก่อนพฤกษานั้น มันจะทวีคูณขึ้นเป็นหลายเท่าตัว ของความห่างของลมปราณภายในตั้งต้นเลยทีเดียว!
นั่นก็หมายความว่า ต่อให้อยู่ในขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดเหมือนกัน แต่ศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ จะมีลมปราณแท้ก่อนพฤกษาที่ลึกล้ำกว่าพวกยอดฝีมือโลกภายนอกถึงหลายเท่าตัว!
ความห่างชั้นมันมหาศาลขนาดนี้ ไม่ว่าจะสู้กันยังไง มันก็คือการเอาพลังไปบดขยี้กันชัดๆ!
นี่แหละคือเหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถึงได้ทิ้งห่างพวกจอมยุทธ์ในยุทธภพโลกภายนอกไปไกลลิบ!
ตั้งแต่เริ่มปูรากฐานวิถียุทธ์ชั้นยอด พวกเขาก็เอาพลังไปบดขยี้พวกจอมยุทธ์โลกภายนอกตั้งแต่รากเหง้าแล้ว
ยิ่งระดับพลังสูงขึ้น ความห่างชั้นของความแข็งแกร่งก็จะยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ!
ถ้าไม่มีวาสนาพลิกฟ้าพลิกดิน หรือพรสวรรค์การตระหนักรู้ระดับโกงตายล่ะก็ ยากที่จะตามทันได้
แค่เริ่มปูรากฐานก็อ่อนแอกว่าชาวบ้านเขาแล้ว แบบนี้จะเอาอะไรไปตามทันวะ?!
เมื่อได้ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาศิษย์อารามสายบน ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อนนิดๆ และความภาคภูมิใจในฐานะศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว
หลิวหยางก็พยักหน้าเงียบๆ การ【ปล่อยบอท】ฝึกวิชาอย่างยากลำบากตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เพื่อเค้นฝึกลมปราณภายในของเขา มันไม่ได้สูญเปล่าจริงๆ!