
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 43 หนังสืออนุญาตครอบครองธนูและหน้าไม้
ยามรุ่งสาง ไก่ขันบอกเวลาไปแล้วสามรอบ
ดวงตะวันค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า ขับไล่ความหนาวเหน็บสายสุดท้ายที่หลงเหลือจากยามค่ำคืนจนหมดสิ้น
เสียงฝีเท้าม้าสายหนึ่งทำลายความเงียบงันลง
หลี่มูลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เมื่อครู่ก็เป็นเพียงการหลับตาพักผ่อนสายตาเท่านั้น
ม้าศึกตัวใหญ่หยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตูบ้าน หลี่มูผลักประตูเดินออกไป ก็เห็นว่าผู้ขี่ม้าคนนั้นคือหนึ่งในทหารกองกำลังป้องกันเมืองที่เขาเคยเจอเมื่อคืนนี้เอง
"ตระกูลหวังสมคบคิดโจรป่า เมื่อคืนท่านรองแม่ทัพหลินได้จับกุมพวกเขาทั้งหมดขังคุกไว้แล้ว รอเพียงคำสั่งจากจวนแม่ทัพใหญ่ส่งมาถึง ก็สามารถนำตัวไปประหารชีวิตเสียบหัวประจานได้ทันที" ทหารนายนั้นล้วงเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนส่งมาให้ "เมื่อคืนตอนที่ริบทรัพย์สินตระกูลหวัง บังเอิญเจอหญิงชราคนหนึ่ง ค้นเจอเอกสารชำระส่วยหลวงฉบับนี้ในตัวนาง"
"บนนี้มีชื่อของเจ้าเขียนอยู่ ข้าก็เลยเอามาคืนให้!"
เอกสารชำระส่วยหลวง? หลี่มูยื่นมือออกไปรับไว้ได้อย่างแม่นยำ เมื่อเปิดออกดู มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความปีติยินดีทันที นี่คือใบเสร็จชำระส่วยหลวงฉบับจริงที่ถูกป้าหม่าขโมยไปนั่นเอง!
"ลำบากนายท่านแล้ว" เดิมทีหลี่มูคิดเพียงจะอาศัยโอกาสนี้บดขยี้ศัตรูตัวฉกาจอย่างตระกูลหวังให้ย่อยยับ ไม่นึกเลยว่าจะได้เอกสารฉบับนี้กลับคืนสู่เจ้าของเดิมด้วย
เช่นนี้แล้ว เขาก็สามารถประหยัดเงินไปได้อีกสิบกว่าตำลึงเลยทีเดียว!
"ท่านรองแม่ทัพหลินฝากมาบอกเจ้าว่า ที่งานนี้สำเร็จได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าด้วย" บนใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมเย็นชาของทหารนายนั้น ปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยนขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าทรัพย์สินของตระกูลหวังที่ยึดมาได้เมื่อคืน คงจะเป็นตัวเลขที่ทำให้น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก
"เจ้าสามารถขออะไรมาได้หนึ่งอย่าง ขอเพียงไม่เกินเลยจนเกินไป กองกำลังป้องกันเมืองจะพยายามจัดการให้เจ้าอย่างเต็มที่"
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของหลี่มูก็เต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ความตื่นเต้นดีใจมาครอบงำจนขาดสติ เขาฝืนบังคับตัวเองให้สงบใจลง
แม้ท่านรองแม่ทัพหลินจะอนุญาตให้ขออะไรก็ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าคำขอนี้ย่อมต้องมีขีดจำกัด ต้องอยู่ในขอบเขตความสามารถของอีกฝ่าย และต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาโลภมากจนเกินไป จนกลายเป็นความรู้สึกต่อต้าน!
ขอเงินตรงๆ เลยดีไหม? ฮุบตระกูลหวังไปได้ทั้งตระกูล ตอนนี้ในมือของท่านรองแม่ทัพหลินต้องร่ำรวยมหาศาลแน่ๆ ต่อให้เอ่ยปากขอเงินสักร้อยตำลึง เขาคนนั้นก็คงไม่ปฏิเสธ!
แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลี่มูมองทะลุถึงแก่นแท้ของราชวงศ์นี้มาตั้งนานแล้ว ในยุคสมัยนี้ มีเพียงผู้ที่กุมพลังอำนาจและอิทธิพลเอาไว้เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์กำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ มิฉะนั้น ต่อให้มีเงินทองมากมายแค่ไหน ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงก้อนเนื้ออ้วนพีที่คนอื่นสามารถอ้าปากฮุบกินได้ง่ายๆ อยู่ดี!
"เรียนนายท่าน ข้าอยากจะขอหนังสืออนุญาตครอบครองหน้าไม้และธนูสักสองสามฉบับขอรับ" สมองของหลี่มูประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
"หน้าไม้และธนูรึ?" ทหารนายนั้นขมวดคิ้ว
หลี่มูยิ้มตอบ "ไม่ปิดบังท่านหรอก ปกติข้าหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ สัตว์ป่าบนเขาเดี๋ยวนี้ทั้งดุร้ายและหายาก ลำพังแค่กับดักกับมีดล่าสัตว์ ย่อมสังหารพวกมันได้ยากยิ่งนัก ถ้าได้ธนูสักสองสามคันติดตัวไว้ วันข้างหน้าเวลาเข้าป่าล่าสัตว์ก็คงจะราบรื่นและง่ายดายขึ้นเยอะขอรับ"
ธนูและหน้าไม้ถือเป็นอาวุธควบคุมในอาณาจักรต้าฉี มีเพียงเจ้าหน้าที่ทางการและผู้ที่มีหนังสืออนุญาตเท่านั้น ถึงจะสามารถพกพาได้
แม้จะมีพรานป่าหลายคนแอบลักลอบทำธนูกันเอง แต่ก็ไม่มีใครกล้านำออกมาถือใช้แบบโจ่งแจ้ง ทำได้เพียงแอบใช้เฉพาะตอนอยู่ในป่าลึกเท่านั้น
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ หากเป็นแค่คันธนูไม้หรือธนูล่าสัตว์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร!" ทหารนายนั้นพยักหน้าเบาๆ พลางเอ่ยถาม "เจ้าต้องการกี่ฉบับล่ะ?"
"สิบฉบับขอรับ" หลี่มูชั่งน้ำหนักคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายว่า "เมื่อหลายวันก่อนฝนตกหนัก น้ำท่วมที่นาในหมู่บ้านไปไม่น้อย ชาวนาหลายคนไม่มีเสบียงไปจ่ายส่วยหลวง ก็เลยต้องเสี่ยงตายเข้าป่าล่าสัตว์... ข้าอยากจะตั้งกลุ่มพรานล่าสัตว์ขึ้นมา คนเยอะขึ้น จะได้คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ขอรับ"
ทหารนายนั้นฟังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เอ่ยเพียงเสียงขรึมว่า "เจ้ารอฟังข่าวก็แล้วกัน!"
พูดจบ เขาก็ไม่รั้งรออยู่อีกต่อไป ดึงสายบังเหียนหันหลังควบม้าจากไปทันที
มองดูแผ่นหลังของนายทหารที่ควบม้าจากไป ในที่สุดความตื่นเต้นยินดีบนใบหน้าของหลี่มูก็เผยออกมา การโค่นล้มตระกูลหวังในครั้งนี้ แม้เมื่อมองเผินๆ เขาจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่ถ้าพิจารณาให้ดี สิ่งที่หลี่มูได้รับกลับมานั้นไม่น้อยเลยทีเดียว!
ประการแรก เขาได้สร้างสายสัมพันธ์กับรองแม่ทัพหลิน แม้สายสัมพันธ์นี้จะยังเบาบาง แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นการมอบโอกาสให้เขาได้แอบอ้างบารมีเพื่อสร้างอิทธิพลให้ตัวเองในอนาคต
ประการที่สอง เอกสารชำระส่วยหลวงได้กลับคืนสู่เจ้าของเดิม
และประการสุดท้าย ซึ่งสำคัญที่สุด... ก็คือหนังสืออนุญาตครอบครองธนูและหน้าไม้นี่แหละ
ของสิ่งนี้มีมูลค่าสูงลิ่ว มันไม่เพียงแต่หมายความว่าตั้งแต่นี้ต่อไป เขาจะสามารถใช้หน้าไม้และธนูได้อย่างเปิดเผยและสง่าผ่าเผย แต่ยังหมายความว่าเขาสามารถจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย
หลังจากปลดล็อกข้อห้ามเรื่องธนูและหน้าไม้ได้แล้ว มันก็ไม่จำกัดแค่เอาไว้ใช้ล่าสัตว์ในป่าลึกอีกต่อไป หากเขาสามารถรวบรวมลูกน้องมาได้สักสิบกว่าคน และทุกคนสามารถใช้ธนูได้ ถึงตอนนั้นต่อให้ต้องเจอกับเรื่องอะไรอีก ใครหน้าไหนจะกล้ามางัดข้อกับเขาตรงๆ?
ในอำเภอผิงหยวนอันกว้างใหญ่นี้ ยกเว้นแค่ในตัวเมืองแล้ว สถานที่อื่นๆ เขาจะเดินกร่างไปทั่วก็ยังได้เลย!
......
กองคาราวานอาชาเหล็ก
"เจ้าว่ายังไงนะ? ตระกูลหวังถูกทหารกองกำลังป้องกันเมืองบุกค้นคฤหาสน์ ร้านค้าถูกสั่งปิด คนในตระกูลไม่มีใครรอดพ้น ล้วนถูกจับไปขังในคุกของกองกำลังป้องกันเมืองหมดเลยรึ?" หัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กที่มีรูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนโยนราวกับบัณฑิต เอ่ยถามลูกน้องตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึง "เรื่องนี้จริงหรือ?"
"จริงแท้แน่นอนขอรับ ได้ยินมาว่าเป็นเพราะข้อหาสมคบคิดกับโจรป่า!" ชายฉกรรจ์ชุดดำสองสามคนหอบหายใจถี่ รายงานด้วยความรวดเร็ว "ขนาดเจ้าหน้าที่เก็บภาษีสองนายยังพลอยติดร่างแหไปด้วย ถูกถอดชุดเจ้าหน้าที่จับใส่โซ่ตรวนกลางถนนเลยนะขอรับ ขนาดท่านนายอำเภอไปสอบถามสถานการณ์ด้วยตัวเอง ก็ยังถูกกองกำลังป้องกันเมืองขวางเอาไว้เลย"
หัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าทะมึนตึงอย่างผิดปกติ เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา "ตระกูลหวังทำธุรกิจผ้าไหมอยู่ดีๆ จะโง่เง่าคิดสั้นไปคบค้าสมาคมกับพวกโจรป่าได้ยังไง?"
"รองแม่ทัพหลินแห่งกองกำลังป้องกันเมืองมีความแค้นเก่ากับตระกูลหวัง คิดว่าคงจะจับจุดอ่อนอะไรได้ ก็เลยฉวยโอกาสนี้ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อแก้แค้นแน่ๆ"
บรรดาลูกน้องต่างก็รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างลึกซึ้ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
หัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กหลับตาลง นิ้วมือเคาะลงบนที่วางแขนของเก้าอี้ไท่ซือเบาๆ คล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ชั่วครู่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน "ที่ผ่านมากองคาราวานอาชาเหล็กมักจะใช้กำลังความรุนแรงในการกอบโกยผลประโยชน์มาตลอด แม้จะมีชื่อเสียง แต่กลับไม่มีกิจการเป็นของตัวเอง! หากปล่อยไว้เช่นนี้ รากฐานย่อมไม่อาจมั่นคงได้ ตอนนี้ตระกูลหวังล่มสลายแล้ว ก็นับเป็นโอกาสดีที่เราจะกว้านซื้อร้านค้าสิบกว่าแห่งนั้นมา ต่อไปถ้าอยากจะหันมาทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะได้สะดวก!"
ตระกูลหวังถูกริบทรัพย์ ร้านค้าย่อมต้องถูกทางการสั่งปิด แต่กองกำลังป้องกันเมืองทำธุรกิจไม่เป็น ร้านค้าที่ถูกยึดมาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องถูกนำไปขายทอดตลาด เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน มาเป็นงบประมาณทางทหาร
"ขอรับ!" บรรดาลูกน้องพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม
......
เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเที่ยงวัน
นายทหารที่มาหาเมื่อตอนรุ่งสางได้เดินทางกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ เขานำเอาหนังสืออนุญาตครอบครองธนูและหน้าไม้ที่หลี่มูต้องการมากที่สุดมาด้วย แต่ไม่ใช่สิบฉบับ ทว่ามีเพียงแปดฉบับ
"นี่คือหนังสืออนุญาตที่ท่านรองแม่ทัพหลินลงนามด้วยตัวเอง สามารถนำไปใช้ได้ทุกหัวเมืองทั่วอาณาจักรต้าฉี แต่ใช้ได้เฉพาะคันธนูล่าสัตว์และคันธนูไม้เท่านั้น หากแอบลักลอบสร้างคันธนูเหล็กหรือหน้าไม้กลล่ะก็ ไม่เพียงแต่จะถูกยึดหนังสืออนุญาตคืน แต่เจ้ายังต้องติดคุกและหัวขาดด้วย!" นายทหารกล่าวตักเตือนด้วยน้ำเสียงดุดันเฉียบขาด
บนหนังสืออนุญาตระบุกฎเกณฑ์การใช้งานไว้หลายข้อ ซ้ำยังประทับตราประทับขนาดใหญ่ของกองกำลังป้องกันเมืองเอาไว้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บนเอกสารทุกฉบับยังมีชื่อของหลี่มูระบุไว้
นี่หมายความว่าต่อให้มันถูกขโมยไป คนอื่นก็ไม่สามารถอ้างสิทธิ์ครอบครองหนังสืออนุญาตฉบับนี้เป็นของตนเองได้ แต่เขากลับสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่น หรือให้เพื่อนฝูงและญาติมิตรยืมใช้งานชั่วคราวได้ด้วยตัวเอง