
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 41 ปีศาจชัดๆ สะเทือนเลื่อนลั่นทั่วเขาบู๊ตึ๊ง! (II)
"ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด?!"
ภายในหอตำรา ผู้อาวุโสหวัง ยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ผู้ประจำการอยู่ ณ หอตำรา มองดูเบาะแสพลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานบนร่างของหลิวหยางแล้วถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
"ให้ตายเถอะ เจ้าเด็กนี่มันเป็นปีศาจชัดๆ เพิ่งจะทะลวงก่อนพฤกษามาได้แค่สามเดือนกว่าๆ เจ้าก็พุ่งพรวดเดียวถึงก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดแล้วรึ?!"
"เจ้าเด็กบ้า บอกความจริงข้ามา ตอนนี้ปราณแท้ของเจ้ามีเท่าไหร่แล้ว?!"
ผู้อาวุโสหวังอุทานอย่างไม่หยุดหย่อน รีบซักไซ้ไล่เลียงทันที
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ หลิวหยางจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน วิ่งมาที่หอตำราเพื่ออ่านบันทึกประสบการณ์วิชายุทธ์ต่างๆ รวมถึงเกร็ดความลับในยุทธภพ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคุ้นเคยกับผู้อาวุโสหวังผู้เฝ้าหอตำราเป็นอย่างดี
หรืออาจกล่าวได้ว่า ฐานะ "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" ของเขา ทำให้เขาเป็นที่โปรดปรานในบู๊ตึ๊ง บรรดาผู้อาวุโสระดับยอดปรมาจารย์จำนวนมาก ขอเพียงมีโอกาสได้พบเขา ก็ล้วนตั้งใจจะผูกมิตรด้วยทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้กลายเป็นเพื่อนต่างวัยกับผู้อาวุโสหวังไปด้วย
พอสนิทสนมกันแล้ว เขาก็ได้รู้ว่า ผู้อาวุโสหวังแห่งหอตำรา ตาเฒ่าคนนี้สมแล้วที่แซ่หวัง สมัยหนุ่มๆ แกใช้ชีวิตได้สุดเหวี่ยงมาก!
แม้แต่ตอนนี้ ตัวจะแก่แต่ใจยังไม่แก่
ตาเฒ่าคนนี้ ไม่รู้ว่ามีสหายหญิงคนสนิทอยู่กี่คนในโลกภายนอก
แถมแม่มเอ๊ย หลายคนยังเป็นนางมารจากพรรคมารอีกต่างหาก...
ก็ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาเรื่องค่านิยมหรือเปล่า ผู้อาวุโสและศิษย์บู๊ตึ๊งหลายคน ถึงได้มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพวกนางมารพรรคมารกันนัก
โชคดีที่นี่คือบู๊ตึ๊ง!
มีนักพรตจางซานฟงอยู่ทั้งคน ไม่เห็นต้องไปสนใจเรื่องพรรคมารหรือไม่พรรคมารเลยสักนิด
ถ้าเปลี่ยนเป็นพรรคกระบี่ห้าขุนเขา หากมีส่วนพัวพันกับพรรคมารล่ะก็ คงต้องล้างสำนักกันไปแล้ว
ไม่ใช่แค่ศิษย์ในสำนักตัวเองที่ต้องถูกล้างบาง แม้แต่ศิษย์สำนักอื่นในเครือพรรคกระบี่ห้าขุนเขา ก็ยังต้องชักกระบี่ออกมากวาดล้างด้วย
ความคิดเรื่อง "ซุบซิบ" เหล่านี้แวบเข้ามาในหัว หลิวหยางก็ตอบกลับอย่างถ่อมตัว: "ไม่เยอะหรอกครับ พอถึงก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด ก็เพิ่งจะมีปราณแท้หกหมื่นสายเท่านั้นเอง!"
พอผู้อาวุโสหวังได้ยิน ถึงกับตกตะลึงจนคางแทบจะร่วง: "หกหมื่นสาย?!"
หลิวหยางพยักหน้า ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง: "พอถึงก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดแล้ว ปราณแท้ก็เพิ่มขึ้นช้าเป็นเต่าคลานเลย อืดอาดสุดๆ!"
"ด้วยความเร็วอืดอาดแบบนี้ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะฝึกไปจนใกล้เคียงกับขีดจำกัดปราณแท้แสนสายได้...."
พอผู้อาวุโสหวังได้ฟัง สภาพจิตใจก็แทบระเบิด หลุดมาดด่ากราดออกมา: "เจ้าเด็กบ้า เจ้านี่มันน่าโมโหชะมัด!"
"เจ้ารู้ไหมว่าสมัยก่อน ตอนที่ข้าอยู่ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด ข้ามีปราณแท้กี่สาย?!"
"ห้าหมื่นสาย! แค่ห้าหมื่นสายเท่านั้น!"
พูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสหวังก็พูดด้วยความโมโห: "ต่อให้มีปราณแท้แค่ห้าหมื่นสาย ตอนที่ข้าลงจากเขา ข้าก็สร้างชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ได้แล้ว!"
"อาศัยเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางอันล้ำเลิศ บุกตะลุยฝ่าฟันจนติดอันดับในทำเนียบมังกรซ่อน!"
"อัดพวกคู่ต่อสู้ในยุคนั้นจนหัวซุกหัวซุน เจอหน้าข้าเป็นต้องวิ่งหนี!"
หลิวหยางได้ฟังดังนั้นก็ใจเต้น รีบจับจุดสำคัญทันที: "เดี๋ยวนะ ผู้อาวุโสหวัง ท่านก็ฝึกเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางด้วยรึ?!"
"งั้นกำลังภายในที่ท่านฝึก ก็คือคัมภีร์เก้าเอี้ยงบู๊ตึ๊งด้วยใช่มั้ย?!"
ผู้อาวุโสหวังเงียบกริบทันที รีบเอามือปิดปาก
หลิวหยางกระจ่างแจ้งในทันที ตีหน้าโกรธแค้นพูดว่า: "หนอย ผู้อาวุโสหวัง ท่านเองก็ฝึกวิชาพวกนี้เหมือนกัน แล้วยังมีหน้ามาล้อเลียนข้าอีกรึ?!"
ผู้อาวุโสหวังหน้าแดงระเรื่อ รีบกระอมกระไอสองสามทีแล้วเปลี่ยนเรื่อง: "อะแฮ่ม นั่นไม่ใช่ประเด็น ข้าในฐานะคนอาบน้ำร้อนมาก่อน แค่จะเตือนเจ้าเพื่อไม่ให้เจ้าต้องเดินหลงทางต่างหาก!"
"ปราณแท้หกหมื่นสาย แถมเจ้ายังฝึกเก้าเอี้ยงของบู๊ตึ๊งเราอีก!"
"ถ้าเจ้าสามารถฝึกเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง จนถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ได้ล่ะก็...."
พูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสหวังก็ชะงักไป ในแววตาเผยให้เห็นถึงความอิจฉาที่หาได้ยาก: "เจ้าเด็กบ้า เจ้าก็สามารถทะลวงเข้าสู่ทำเนียบมังกรซ่อนได้อย่างง่ายดายสบายๆ เลยล่ะ!"
จากนั้นก็ชี้ไปยังบรรดาศิษย์สืบทอดลับในหอตำรา พลางหัวเราะ: "เจ้าไวกว่าพวกนั้นตั้งไม่รู้กี่เท่า!"
"พวกนี้ก้มหน้าก้มตาฝึกมาหลายปี พอถึงก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด ก็มีปราณแท้แค่สองสามหมื่นสาย ต่อให้ก้มหน้าฝึกเป็นร้อยปี ก็ยากที่จะไปถึงหกหมื่นสายได้!"
"ส่วนเจ้าใช้เวลาแค่สามเดือนกว่าๆ ก็ก้าวข้ามการฝึกฝนเป็นร้อยปีของพวกนั้นไปแล้ว....."
บรรดาศิษย์สืบทอดลับในหอตำราแต่ละคนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง กลายเป็นบิดเบี้ยวดูไม่ได้
แต่ละคนเจ็บปวดลึกๆ ในใจ!
เหตุผลน่ะมันก็ใช่ แต่ผู้อาวุโสหวัง ท่านไม่คิดว่าพูดแบบนี้มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปหน่อยรึ?!
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขานอนอยู่เฉยๆ ก็โดนลูกหลง!
จะชมก็ชมไปสิ จะลากพวกเขาออกมาเปรียบเทียบหาพระแสงอะไร?!
ศิษย์สืบทอดลับแต่ละคนด่ากราดอยู่ในใจ แต่บนใบหน้ากลับไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมาแม้แต่น้อย ทำได้เพียงฉีกยิ้มแหยๆ ให้ผู้อาวุโสหวังอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
สภาวะจิตใจถูกโจมตีจนแหลกสลาย!
นี่มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว!
"อะแฮ่ม...."
ผู้อาวุโสหวังกระอมกระไอเบาๆ รีบเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง: "ศิษย์สืบทอดสายตรงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ ก็มีสภาพคล้ายๆ กับพวกเขานี่แหละ...."
"ในจุดนี้ ศิษย์สืบทอดลับของบู๊ตึ๊งเราไม่ได้ด้อยไปกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นหรอกนะ!"
หลิวหยางเข้าใจได้ในทันที ความหมายของผู้อาวุโสหวังนั้นชัดเจนมาก นั่นก็คือยอดฝีมือก่อนพฤกษาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาพนี้กันทั้งนั้น
ส่วนยอดฝีมือก่อนพฤกษาของขุมกำลังอื่นๆ ในยุทธภพน่ะเหรอ ยิ่งห่วยแตกหนักเข้าไปอีก!
เอามาเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด!
เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว คนที่พอจะมาเป็นคู่มือของเขาได้ในตอนนี้ ก็มีแค่บรรดายอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ที่ถูกปั้นมาโดยขุมกำลังใหญ่ๆ เท่านั้นแหละ!
ใช้เวลาเพียงแค่สามเดือนกว่าๆ ก็ก้าวข้ามยอดฝีมือก่อนพฤกษาในแผ่นดินเสินโจวไปมากกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แล้ว!
"ข้าจะไม่พูดอะไรกับเจ้าให้มากความแล้ว!"
"ตั้งใจฝึกกระบี่ให้ดีล่ะ พยายามฝึกเพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางให้ถึงขั้นความสำเร็จใหญ่โดยเร็วที่สุด!"
"เมื่อถึงเวลานั้น มันก็จะเป็นวันที่เจ้าลงจากเขาไปท่องยุทธภพ สร้างชื่อเสียงให้ระบือไกลไปทั่วเสินโจว ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบมังกรซ่อน และประกาศศักดาให้บู๊ตึ๊งของเรา!"
ผู้อาวุโสหวังโบกมือไล่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความอีก เริ่มทำตัวเป็นผู้เฒ่าไล่แขกเสียแล้ว
จากคำพูดของเขา การรักษาโมเมนตัมแบบนี้ต่อไป มีแต่จะได้กับได้ กวาดทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์ ไม่มีข้อเสียอะไรเลยสักนิด!
เรื่องนี้หลิวหยางย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ!
ตราบใดที่ยังสวมบท "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" อยู่ ก็มีแต่ผลประโยชน์หล่นทับทั้งนั้น!
แต่ถ้าเกิดรักษาภาพลักษณ์ "ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์" นี้ไว้ไม่ได้ล่ะก็ ทุกอย่างก็เตรียมพังทลายเป็นโดมิโน่ได้เลย!
เขาพยักหน้ารับทันที ก่อนจะเดินออกจากหอตำราไป
และทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากหอตำรา บรรดาศิษย์สืบทอดลับจำนวนมากในหอก็พากันแห่กรูกันออกมาตาม
จากนั้น พวกเขาก็เรียกเพื่อนพ้องมาสุมหัว แล้วกระจายข่าวกันปากต่อปาก
ด้วยความเร็วแสง ข่าวที่หลิวหยางใช้เวลาทะลวงก่อนพฤกษาเพียงสามเดือนกว่าๆ ก็สามารถก้าวเข้าสู่ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดด้วยลมปราณแท้ที่สูงปรี๊ดถึงหกหมื่นสาย ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเขาบู๊ตึ๊ง!
"ซี๊ดดด นี่มันยอดอัจฉริยะแห่งยุคเหรอ? นี่มันปีศาจกลับชาติมาเกิดชัดๆ!"
"จะไวไปไหนเนี่ย แถมยังแข็งแกร่งเกินเบอร์ไปแล้วมั้ง?!"
"นี่มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว!"
พอบรรดาศิษย์สืบทอดลับได้ยิน ต่างก็หันมามองสภาพของตัวเอง ความห่างชั้นมันช่างมหาศาลเหลือเกิน โดนแซงหน้าไปดื้อๆ แถมยังโดนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ละคนจึงโดนดาเมจทางใจไปเต็มๆ
"สมกับเป็นศิษย์พี่หลิวหยาง พรสวรรค์ไร้เทียมทาน ราวกับเทพเซียนจุติลงมาเกิด!"
ส่วนศิษย์ธรรมดาพอได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ก่อนพฤกษาหรือศิษย์อารามสายบน ต่างก็พากันร้องอุทาน อวยยศกันอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
"มันคือปีศาจของแท้เลยนี่หว่า!"
"ยังดีนะ ที่มันเป็นปีศาจของบู๊ตึ๊งเรา!"
"ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว!"
บรรดาผู้อาวุโสระดับยอดปรมาจารย์พอได้ยินเรื่องนี้ แต่ละคนก็ตกใจจนใจหายวาบ แต่พอคิดได้ว่านี่คือปีศาจของสำนักบู๊ตึ๊ง ไม่ใช่ปีศาจจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่น พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
"ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง ปล่อยให้เขาเติบโตไปตามทางของเขาเถอะ!"
กลับกลายเป็นว่า บรรดามหาปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊ง แต่ละคนกลับมีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็น แม้จะยินดี แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้พวกเขาสติหลุด
สำหรับมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว มีเพียงการปรากฏตัวของยอดอัจฉริยะระดับยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์เท่านั้น ถึงจะทำให้พวกเขาให้ความสำคัญได้!
ยอดอัจฉริยะในขอบเขตก่อนพฤกษา พวกเขาแค่มองผ่านๆ เท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่าต้องให้ความสำคัญอีกเยอะ
แต่ไม่ว่ายังไง ชื่อของหลิวหยาง ก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเขาบู๊ตึ๊งอีกครั้ง!
กลายเป็นที่รู้จักของทุกคนตั้งแต่ยอดเขายันตีนเขาบู๊ตึ๊งไปโดยปริยาย