
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 42 ปล่อยบอทครึ่งปี วิชายุทธ์บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่! (III)
นับตั้งแต่ใช้ปราณแท้หกหมื่นสาย ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด
หลิวหยางก็รู้สึกว่า เขาบู๊ตึ๊งแห่งนี้มันชักจะอยู่ยากขึ้นทุกที!
ทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกจากเรือนไปเดินเล่นชมนกชมไม้ ก็จะมีศิษย์บู๊ตึ๊งจำนวนมากแห่กันมาทักทาย
ตั้งแต่ผู้อาวุโสระดับยอดปรมาจารย์ ลงไปจนถึงศิษย์บู๊ตึ๊งธรรมดาทั่วไป
ขอแค่เห็นหน้าเขา ก็จะพากันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น ทุกคนแทบจะอยากเอาหน้ามาเสนอให้เขาจำได้กันทั้งนั้น
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ยังพอทน แม้จะสร้างความฮือฮา แต่พอกระแสซาลงก็ไม่มีใครมามุงดูแล้ว
แต่ตอนนี้สิ....
ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ ได้เบียดขึ้นไปอยู่แถวหน้าของบรรดาศิษย์ก่อนพฤกษาแห่งบู๊ตึ๊งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
คนที่อยู่เหนือกว่าเขา ก็เหลือแค่พวาศิษย์ที่ติดอันดับบน "ทำเนียบมังกรซ่อน" เท่านั้น
และบรรดายอดอัจฉริยะวิถียุทธ์แห่งบู๊ตึ๊งบนทำเนียบมังกรซ่อนพวกนั้น ก็ไม่ได้อยู่บนเขาบู๊ตึ๊งเลยสักคน
จนกลายเป็นว่า ทั่วทั้งเขาบู๊ตึ๊ง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์อารามสายบน หรือศิษย์สืบทอดลับ ต่างก็พากันเรียกขานเขาว่าศิษย์พี่!
แม้จะขาดคำว่า "ใหญ่" ไปคำนึง
แต่ในความเป็นจริง ทุกคนแทบจะยกให้เขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊งไปแล้ว!
แถมด้วยเหตุผลบางประการ ในใจของบรรดาศิษย์บู๊ตึ๊ง หลิวหยางกลับได้รับความนิยมยิ่งกว่าศิษย์สายตรงอย่างซ่งชิงซูเสียอีก
ความจริงบู๊ตึ๊งไม่ได้มีการแต่งตั้งศิษย์สายตรงอย่างเป็นทางการหรอกนะ!
คำว่าศิษย์สายตรง มันก็แค่คำที่ใช้แบ่งแยกสถานะเท่านั้นแหละ
อย่างเช่นซ่งชิงซู ที่เติบโตมาบนเขาบู๊ตึ๊งตั้งแต่เด็ก และเป็นถึงลูกหลานสายตรงของมหาปรมาจารย์แห่งบู๊ตึ๊ง
โดยธรรมชาติแล้ว สถานะและอำนาจย่อมเหนือกว่าศิษย์คนอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติด
แม้ว่าหลิวหยางจะแอบมีความคิดอยากเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งบู๊ตึ๊งอยู่บ้างก็เถอะ!
แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้!
ตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่บู๊ตึ๊งเนี่ย ไม่ใช่ว่าแค่ป๊อปปูล่าร์ในหมู่ศิษย์แล้วจะขึ้นเป็นได้หรอกนะ
ถ้าอยากจะนั่งเก้าอี้นี้ให้มั่นคง ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสระดับมหาปรมาจารย์ส่วนใหญ่ของบู๊ตึ๊งเสียก่อน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ....
ต้องได้รับการสนับสนุนจากปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งบู๊ตึ๊ง "จางซานฟง" ด้วย!
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ การเผยเป้าหมายออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า มีแต่จะทำให้ตัวเองใช้ชีวิตบนเขาบู๊ตึ๊งได้ยากลำบากยิ่งขึ้น!
โลกใบนี้ เขาไม่มานั่งสนเรื่องน้ำใสใจจริงอะไรกันหรอกนะ!
เขาคุยกันด้วยพลังความแข็งแกร่งล้วนๆ!
เมื่อมีพลัง อำนาจและสิ่งที่ต้องการก็จะตามมาเองโดยธรรมชาติ
แต่ถ้าไม่มีพลัง แล้วยังสะเออะไปหมายปองสิ่งที่ไม่เจียมตัว มีแต่จะแกว่งเท้าหาเสี้ยน ชักนำภัยพิบัติมาสู่ตัวเองเปล่าๆ!
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลิวหยางก็รู้สึกว่า เขาจะต้องเก็บเนื้อเก็บตัวและทำตัวให้โลว์โพรไฟล์ที่สุดบนเขาบู๊ตึ๊งแล้ว
ถ้ายังปล่อยให้โดนอวยจนตัวลอยแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงได้มีภัยมาเยือนแน่ๆ
วันเวลาหลังจากนั้น เขาจึงเริ่มทำตัวเงียบเชียบ ไม่ก้าวเท้าออกจากเรือนพร่ำเพรื่ออีก
ก้มหน้าก้มตาปล่อยบอท แล้วรอกดรับผลประโยชน์ชิลๆ
ในด้านของระดับพลัง หลังจากสิ้นสุดช่วงที่ปราณแท้เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความเร็วในการเพิ่มพูนแต่ละวันก็ช้าเป็นเต่าคลาน เพิ่มขึ้นไม่ถึงห้าสิบสายด้วยซ้ำ
แม้ว่าเมื่อนำไปเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดคนอื่นๆ ความเร็วระดับนี้จะถือว่าเร็วปานสายฟ้าแลบจนน่าตกใจแล้วก็ตาม
แต่พอเอามาเทียบกับความเร็วของตัวเองก่อนหน้านี้ มันทำเอาหลิวหยางรู้สึกอืดอาดจนแทบทนไม่ไหว
ถ้าต้องใช้ความเร็วในการเพิ่มปราณแท้ระดับนี้ แล้วเมื่อไหร่จะฝึกไปถึงขีดจำกัดก่อนพฤกษาได้ล่ะเนี่ย?
ตอนนี้เขามีปราณแท้หกหมื่นสาย ยังห่างไกลจากขีดจำกัดสูงสุดที่หนึ่งแสนสายอีกยาวไกลนัก!
และสิ่งที่ก้าวหน้าอย่างเชื่องช้าไม่แพ้กัน ก็คือวิชายุทธ์ทั้งสองที่กำลังปล่อยบอทอยู่นั่นเอง!
เมื่อนำไปเทียบกับความเร็วพุ่งทะยานราวติดจรวดตอนที่ฝึกวิชาพื้นฐานแล้ว ความล่าช้าในตอนนี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกิน
ต่อให้จะปูรากฐานวิถียุทธ์มาอย่างลึกล้ำและแน่นหนาแค่ไหน แต่ความคืบหน้าก็ยังเชื่องช้าอยู่ดี
นี่ทำให้หลิวหยางเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า ทำไมยอดฝีมือขอบเขตก่อนพฤกษาตั้งมากมาย ถึงได้มาติดแหง็กอยู่ที่ขั้นสูงสุดนี้ และไม่อาจก้าวหน้าไปจนถึงขอบเขตยอดปรมาจารย์แห่งยุคได้ตลอดชีวิต
ระดับพลังก็เพิ่มช้า วิชายุทธ์ยิ่งฝึกยากเข้าไปใหญ่!
ขนาดเขามีระบบปล่อยบอทช่วยฝึก ยังรู้สึกว่ามันยากบรรลัยเลย!
แล้วพวกผู้ฝึกยุทธ์ก่อนพฤกษาคนอื่นๆ จะต้องทรมานขนาดไหนกันล่ะเนี่ย?!
หลิวหยางส่ายหน้า ช่วงเวลาหลังจากนั้น เขาทำใจให้สงบ และซุ่มเก็บตัวเงียบๆ อย่างแท้จริง
ไม่ยอมให้ชื่อเสียงของตัวเองโด่งดังจนกลายเป็นเป้าสายตาและเป็นอันตรายอีก
ขอแค่ถอยห่างจากเสียงเยินยออวยยศของบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องบนเขาบู๊ตึ๊งให้ไกลที่สุด เขาก็จะปลอดภัยไร้กังวล
วันเวลา ค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
ครึ่งปีหลังจากทะลวงขอบเขตก่อนพฤกษา!
“อุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาปล่อยบอทตั้งสามเดือน ปราณแท้เพิ่งจะแตะหกหมื่นห้าพันสาย โคตรจะช้าเลยให้ตายเถอะ!”
หลิวหยางมองดูปราณเก้าเอี้ยงที่อัดแน่นอยู่เต็มจุดตันเถียน แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
การจะให้พุ่งพรวดทะลวงข้ามขอบเขตใหญ่ได้ภายในปีสองปีเหมือนแต่ก่อน คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
ตอนนี้ ด้วยความเร็วในการเพิ่มพูนปราณแท้ระดับหอยทากตะคริวกินแบบนี้ กว่าจะฝึกไปถึงขีดจำกัดก่อนพฤกษาได้ คงต้องใช้เวลายาวนานจนเงิงงอกแน่ๆ
แต่ไม่นานเขาก็ส่ายหน้าสลัดความคิดนั้นทิ้งไป บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความยินดีปรีดา
【คุณปล่อยบอทครบหนึ่งวัน "วิชาตัวเบาเหินเวหา" บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่!】
【คุณปล่อยบอทครบหนึ่งวัน "เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่!】
หลังจากเหน็ดเหนื่อย "ปล่อยบอท" มาถึงครึ่งปี ในที่สุดก็ผลักดัน "วิชาตัวเบาเหินเวหา" และ "เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ซึ่งเป็นวิชาระดับสูงทั้งสองวิชานี้ ให้บรรลุถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ได้พร้อมกันเสียที!
ไม่เสียแรงที่หลิวหยางตั้งตารอคอยมานาน!
เขากดรับผลลัพธ์ทั้งหมดทันทีโดยไม่ลังเล!
ข้อมูลมหาศาลพรั่งพรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง วิชาระดับสูงในขั้นความสำเร็จใหญ่นั้นอัดแน่นไปด้วยข้อมูลและประสบการณ์การหยั่งรู้มากมายก่ายกอง
ทำเอาหลิวหยางดำดิ่งจมลึกเข้าไปในภวังค์แห่งการเรียนรู้ในพริบตา
เขาต้องใช้เวลาเต็มๆ ถึงครึ่งค่อนวัน กว่าจะย่อยสลายทำความเข้าใจวิชายุทธ์ทั้งสองที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นความสำเร็จใหญ่ได้จนหมดจด
หลิวหยางกระชับกระบี่ยาวในมือแน่น บนใบหน้าฉายแววตื่นตะลึงระคนดีใจอย่างบ้าคลั่ง
"เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ขั้นความสำเร็จใหญ่นั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้ ซ้ำยังซับซ้อนลึกล้ำยิ่งกว่ามาก
เขาเดินลมปราณแท้ ก่อนจะตวัดร่ายรำกระบี่ยาวในมือ
ปราณเก้าเอี้ยงพุ่งทะยานออกจากร่าง กลายสภาพเป็นปราณกระบี่ที่จับต้องได้ดั่งวัตถุจริง!
เมื่อตั้งรับ ปราณกระบี่ก็แปรสภาพเป็นโล่คุ้มภัย!
เมื่อรุกฆาต ปราณกระบี่ก็สาดกระจายพุ่งทะลวงสิบทิศ!
ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของปราณเก้าเอี้ยง ทำให้ปราณกระบี่ที่เขาปลดปล่อยออกมานั้น อัดแน่นไปด้วยพลังหยางอันแข็งแกร่งดุดัน
ยามจู่โจม ปราณกระบี่ส่องประกายเจิดจ้าบาดตา แหลมคมไร้เทียมทาน บุกทะลวงดุดันราวกับเปลวเพลิงเผาผลาญ!
ยามแปรสภาพเป็นโล่กระบี่ โล่นั้นก็เหนียวแน่นแข็งแกร่งจนยากจะทำลาย!
ที่สำคัญที่สุดคือ เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยางนั้น เน้นย้ำเรื่องความสมดุลระหว่างรุกและรับ ผสมผสานความแข็งกร้าวและอ่อนช้อยเข้าด้วยกัน
เมื่อบรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่ เพลงกระบี่ก็เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่สามารถพลิกแพลง แข็งได้อ่อนได้อย่างอิสระ
"หากฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์ ปราณกระบี่คงสามารถสลับสับเปลี่ยนระหว่างแข็งกร้าวและอ่อนช้อยได้ตามใจนึก กระบี่เคลื่อนไหวตามใจสั่ง พลิกแพลงได้นับหมื่นพันรูปแบบ จนศัตรูหาช่องโหว่ไม่เจอแม้แต่นิดเดียวแน่ๆ!"
หลิวหยางสัมผัสถึงพลังอำนาจนั้นครู่หนึ่ง ในใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ถ้าสามารถฝึก "เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" จนถึงขั้นสมบูรณ์ได้ล่ะก็ เวลาตั้งรับก็เหมือนกับสวมกระดองเต่าที่แข็งจนทุบไม่แตก ทำเอาศัตรูได้แต่ยืนเซ็งทำอะไรไม่ได้แน่นอน!
แต่วิชาเพลงกระบี่นี้ไม่ได้มีดีแค่พลังป้องกันที่แข็งแกร่งหรอกนะ เวลาเปิดฉากโจมตีขึ้นมา มันก็เฉียบขาดดุดันสุดๆ เหมือนกัน!
คุณสมบัติเด่นที่สุดของมันก็คือ — การตั้งรับเพื่อรอสวนกลับ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ก็สามารถอาศัยจังหวะสวนกลับจากการตั้งรับ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส พลิกพ่ายให้เป็นชนะได้!
ส่วนเวลาเจอพวกกระจอกน่ะเหรอ....
ย่อมต้องฟันฉับเดียวขาดกระจุย โดนวันช็อตคิลไปตามระเบียบ!
โคตรแกร่ง!
"เพลงกระบี่สองลักษณ์หยินหยาง" ขั้นความสำเร็จใหญ่ ไม่รู้ว่ามันแกร่งกว่า "เพลงกระบี่บู๊ตึ๊งพื้นฐาน" ขั้นสมบูรณ์ตั้งกี่ร้อยกี่พันเท่า!
และในทำนองเดียวกัน "วิชาตัวเบาเหินเวหา" ซึ่งเป็นวิชาตัวเบาระดับสูง ก็มีความไม่ธรรมดาอย่างยิ่งยวดเช่นกัน!
นี่คือวิชาตัวเบาที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งแฝงไว้ด้วยขีดความสามารถในการต่อสู้กลางอากาศที่แข็งแกร่งแบบสุดขั้ว!
เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับต่ำกว่ายอดปรมาจารย์ที่ยังเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ ก็สามารถชิงความได้เปรียบด้วยการขึ้นที่สูง แล้วทิ้งตัวลงมาสังหารศัตรูได้!
สร้างความได้เปรียบจากการโจมตีจากมุมสูงตั้งแต่เริ่มการต่อสู้!
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับยอดปรมาจารย์ขึ้นไปที่สามารถบินฉวัดเฉวียนกลางอากาศได้ วิชาตัวเบานี้กลับยิ่งแสดงความพลิ้วไหว สามารถเหยียบอากาศได้ราวกับเดินบนพื้นดินราบ ช่วยให้ยืมแรงได้ดียิ่งขึ้นไปอีก!
พูดง่ายๆ ก็คือ กลางเวหานภากาศ ก็คือสนามเหย้าของ "วิชาตัวเบาเหินเวหา" นั่นเอง!
แม้จะเป็นแค่ "วิชาตัวเบาเหินเวหา" ในขั้นความสำเร็จใหญ่ แต่ด้วยระดับพลังขอบเขตก่อนพฤกษา หลิวหยางก็มีขีดความสามารถในการร่อนถลาเหาะเหินกลางอากาศได้ในระยะเวลาสั้นๆ แล้ว
"วิชายุทธ์ทั้งสอง บรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่หมดแล้ว!"
"ปราณแท้หกหมื่นห้าพันสาย!"
"พลังความแข็งแกร่งทะลุถึงคอขวดแล้ว ยากที่จะเกิดการทะลวงระดับแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อีก!"
หลิวหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็ตระหนักดีว่า ในช่วงเวลาอีกยาวนานหลังจากนี้ พลังของเขาคงยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพได้อีก
รากฐานและต้นทุนทั้งหมดถูกงัดออกมาใช้จนเกลี้ยงกริบ ถึงเวลาที่ต้องกลับไปเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการขัดเกลาและสะสมพลังใหม่อีกครั้งแล้ว
และกระบวนการนี้ มันจะต้องใช้เวลายาวนานจนแทบรากเลือด!
ขืนทนกบดานอยู่บนเขาบู๊ตึ๊งต่อไป ก็มีแต่จะเสียเวลาทิ้งไปวันๆ เปล่าประโยชน์!
ถึงเวลาต้องลงจากเขา ไปเปิดหูเปิดตา สัมผัสรสชาติของยุทธภพแห่งเสินโจวดูสักตั้งแล้ว!
โลกเบื้องล่างเขา ย่อมมีสีสันและความเร้าใจ มากกว่าบนเขาบู๊ตึ๊งนี้เป็นไหนๆ!