หน้าแรก > อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
ตอนที่ 44 กลับบ้านเกิดอย่างสมเกียรติ สะเทือนเลื่อนลั่นเมืองฮั่นหยาง! (I)

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

ตอนที่ 44 กลับบ้านเกิดอย่างสมเกียรติ สะเทือนเลื่อนลั่นเมืองฮั่นหยาง! (I)

 

เดินทางลงจากเขาบู๊ตึ๊ง มุ่งหน้าออกจาก "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊ง"

เมื่อก้มดูของสวมใส่และไอเทมจัดเต็มบนร่าง หลิวหยางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา อาจารย์อาเปย์หนักเกินไปแล้วจริงๆ!

เปย์หนักซะจนเขาเริ่มจะเกรงใจขึ้นมานิดๆ แล้วเนี่ย!

โดยเฉพาะ "กระบี่เจินหยาง" ในมือเล่มนี้ มันทำเอาเขาปฏิเสธไม่ลงจริงๆ

มันช่วยบวกพลังต่อสู้ให้เขาแบบก้าวกระโดดสุดๆ!

มีกระบี่เล่มนี้อยู่กับตัว พวกคู่ต่อสู้ที่ระดับต่ำกว่ายอดปรมาจารย์น่ะเหรอ บอกเลยว่าเอาอยู่ทุกราย!

ให้ความรู้สึกปลอดภัยแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์!

สภาพไอเทมฟูลออปชันของเขาในตอนนี้ มันคือชุดคอสตูมของศิษย์สายตรงบู๊ตึ๊งชัดๆ!

แค่เห็นก็ทำเอาคนอื่นขาสั่นแล้ว!

ไม่ว่าจะเป็นอาชาสวรรค์แห่งบู๊ตึ๊ง หรือกระบี่เจินหยาง ล้วนเป็นของล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ทั้งนั้น!

นี่สิถึงจะเรียกว่ามาดของศิษย์ "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์" ของแท้!

เมื่อคิดได้ดังนี้ หลิวหยางก็พลิกตัวขึ้นควบอาชาสวรรค์ สองขากระหนาบข้าง มือขวาตบม้าเบาๆ

"ย่าห์!"

ควบม้าทะยานไปข้างหน้า พุ่งทะยานมุ่งสู่นอกเทือกเขาบู๊ตึ๊งอย่างสุดฝีเท้า

ทุกที่ที่ควบผ่านไป ล้วนดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้อง!

ไม่ว่าจะไปโผล่ที่ไหน ก็กลายเป็นจุดสนใจ แย่งซีนชาวบ้านได้ในพริบตา

ส่วนเรื่องที่ว่าลงจากเขาแล้วจะไปที่ไหนเป็นที่แรกน่ะเหรอ?

หลิวหยางไม่ต้องเสียเวลาคิดให้ปวดหัวเลย!

สถานีแรกหลังลงจากเขา ย่อมต้องเป็นการกลับไปเยือนบ้านเกิดของ "เจ้าของร่างเดิม" สิ!

คนเราถ้าได้ดิบได้ดีแล้วไม่กลับบ้านเกิดไปอวดรวย มันก็ไม่ต่างอะไรกับใส่ชุดหล่อเดินในตอนกลางคืนน่ะสิ!

ขอกลับไปเชิดหน้าชูตาที่บ้านเกิดก่อนก็แล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง!

ส่วนเรื่อง "ทำเนียบมังกรซ่อน" น่ะเหรอ เวลายังมีอีกถมเถไป!

ว่าแล้วก็มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านเกิดของ "เจ้าของร่างเดิม" ที่เมืองฮั่นหยาง รัฐฉู่ แห่งราชวงศ์ต้าหมิงทันที

...

ครึ่งค่อนเดือนต่อมา

หลิวหยางที่ลงเขามาอย่างหล่อเหลาเอาการ บัดนี้กลับมีสภาพที่ดูทุลักทุเลอยู่บ้าง

กว่าจะหลุดพ้นออกมาจากเทือกเขาบู๊ตึ๊งได้ เล่นเอาหอบกิน!

เทือกเขาบู๊ตึ๊งนี่มันจะกว้างใหญ่ไพศาลไปไหนเนี่ย!

ขนาดควบม้าตามถนนใหญ่ ตัดตรงดิ่งด้วยความเร็ววันละหมื่นลี้ ก็ยังต้องใช้เวลาเดินทางตั้งครึ่งค่อนเดือนกว่าจะพ้นเขตเทือกเขา

ทำเอาหลิวหยางที่ลงเขามาอย่างคึกคัก ถึงกับหมดสภาพไปเลย!

สมัยก่อนตอนอยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง เขาไม่ค่อยเก็ตเท่าไหร่หรอกว่าไอ้คำว่า "เสินโจวกว้างใหญ่ไพศาล" มันเป็นยังไง

แต่พอได้มาขี่ม้าสัมผัสความกว้างใหญ่ของเขาบู๊ตึ๊งด้วยตัวเองแล้ว ถึงได้ซึ้งถึงแก่นแท้เลยว่า "เสินโจวกว้างใหญ่ไพศาล" มันหมายความว่าอะไร

ขนาดเขายังเป็นถึงยอดฝีมือก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด แถมมีอาชาสวรรค์ที่วิ่งได้วันละหมื่นลี้เป็นพาหนะ การเดินทางยังยากลำบากขนาดนี้

ไม่อยากจะคิดเลยว่า พวกผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับต่ำกว่าก่อนพฤกษา เวลาเดินทางมันจะลำบากเลือดตาแทบกระเด็นขนาดไหน?!

ไม่ต้องให้หกราชวงศ์ใหญ่มาตีคอกขังหรอก คนธรรมดาทั่วไปทั้งชีวิตก็คงไม่มีปัญญาออกไปพ้นเขตหมู่บ้านหรือตำบลของตัวเองแล้ว!

และนอกเหนือจากความกว้างใหญ่ไพศาลของเสินโจวแล้ว

สิ่งที่ทำให้หลิวหยางรู้สึกฝังใจที่สุดก็คือ ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นเขตเทือกเขาบู๊ตึ๊ง ปราณฟ้าดินข้างนอกมันก็เบาบางจนแทบจะทนไม่ได้

ถ้าเอาไปเทียบกับปราณฟ้าดินใน "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊ง" มันหดหายไปเป็นสิบๆ เท่าเลยทีเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งออกห่างจากเทือกเขาบู๊ตึ๊งมากเท่าไหร่ ปราณฟ้าดินก็ยิ่งเบาบางลงเรื่อยๆ

ทำเอาหลิวหยางปรับตัวแทบไม่ทัน!

อารมณ์เหมือนคนที่เคยอยู่แต่ในโซนออกซิเจนเต็มปอด แล้วจู่ๆ ก็โผล่ไปอยู่บนที่ราบสูงที่ออกซิเจนเบาบางยังไงยังงั้น

หายใจหายคอยังลำบากเลย!

อึดอัดไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทรมานสุดๆ!

พอคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊งไปแล้ว พอลงมาเจอสภาพแวดล้อมข้างล่างเขามันก็รู้สึกแปลกแยกและปรับตัวยากจริงๆ

ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เขาอดรำพึงไม่ได้ว่า การฝึกฝนภายใต้สภาพปราณฟ้าดินที่เบาบางขนาดนี้ แค่จะฝึกฝนปราณแท้ก็กลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญแล้ว

ยอดฝีมือก่อนพฤกษาที่อยู่ข้างล่างเขา ถ้าไม่พึ่งพาทรัพยากรมาช่วยเสริมการฝึกฝนล่ะก็ ต่อให้ก้มหน้าก้มตาฝึกไปจนตาย ก็คงไม่มีวันไปถึงก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดได้หรอก!

ส่วนขีดจำกัดก่อนพฤกษาน่ะเหรอ?!

อย่าได้ฝันเลย!

นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ก่อนพฤกษาธรรมดาๆ จะเอื้อมถึงได้ตั้งแต่แรกแล้ว!

แค่ด่านปราณฟ้าดินด่านเดียว ก็ขวางทางพวกนั้นไว้จนมิดแล้ว

เป็นการสอนบทเรียนราคาแพงให้หลิวหยางอย่างลึกซึ้งเลยว่า โลกใบนี้มันวัดกันที่ปูมหลังและขุมอำนาจจริงๆ โว้ย!

ถ้าไม่มีขุมกำลังคอยหนุนหลังล่ะก็ บอกเลยว่าขยับตัวไปไหนก็ลำบากเลือดตาแทบกระเด็น!

การแข่งขันของพวกผู้ฝึกยุทธ์ในโลกเบื้องล่าง มันดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เป็นไหนๆ!

ดังนั้น หลิวหยางจึงพับเก็บความคิดที่จะเดินทอดน่องชมวิวสองข้างทางไปซะสนิท

ไม่มีอะไรให้น่าดูเลยสักนิด ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วแผ่นดินเสินโจวต่างก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพียงเพื่อเศษเงินต็อกต๋อย สภาพแต่ละคนนี่หน้าดำคร่ำเครียดดูหิวโหยดุร้ายสุดๆ!

บนตัวทุกคนล้วนแผ่รังสีอำมหิต พร้อมบวกได้ทุกเมื่อ!

นี่ก็เป็นผลพวงมาจากสภาพแวดล้อมการฝึกฝนบีบบังคับนั่นแหละ!

ถ้าพวกนั้นไม่ดิ้นรนแย่งชิงล่ะก็ เส้นทางวิถียุทธ์ก็คงไม่มีวันก้าวหน้าไปไหนได้!

ตลอดทางข้ามผ่านรัฐและเมืองต่างๆ ภายในอาณาเขตราชวงศ์ต้าหมิง หลิวหยางควบม้าตะบึงไปข้างหน้าแบบไม่หยุดพัก

ที่น่าพูดถึงก็คือ เทือกเขาบู๊ตึ๊งนั้นทอดยาวพาดผ่านหลายรัฐ และมีอาณาเขตติดกับราชวงศ์ใหญ่ๆ หลายแห่ง

ทิศทางที่หลิวหยางมุ่งหน้าไป คือทางตอนใต้ของเทือกเขาบู๊ตึ๊ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแดนของราชวงศ์ต้าหมิง

เมืองฮั่นหยาง รัฐฉู่ แห่งราชวงศ์ต้าหมิงอันเป็นบ้านเกิดของเขา อยู่ห่างจากเขาบู๊ตึ๊งแค่สองสามรัฐเท่านั้น นับว่าไม่ไกลเท่าไหร่

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ โคตรจะใกล้เขาบู๊ตึ๊งเลยต่างหาก

อยู่ในเขตอิทธิพลอันกว้างใหญ่ไพศาลของบู๊ตึ๊งเต็มๆ!

สำหรับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ แล้ว ที่นี่ก็คือเขตอิทธิพลของบู๊ตึ๊งนั่นแหละ

ด้วยเหตุนี้ ตามเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับเขาบู๊ตึ๊ง ไม่ว่าจะอยู่ในราชวงศ์ไหน ก็ล้วนเต็มไปด้วยบรรดาศิษย์ฆราวาสของบู๊ตึ๊ง ที่มาตั้งรกรากสร้างตระกูล พรรคพวก หรือสมาคมการค้า โดยอาศัยบารมีของเขาบู๊ตึ๊งหนุนหลังทั้งสิ้น

หลิวหยางผู้เป็นศิษย์บู๊ตึ๊ง ควบอาชาสวรรค์แห่งบู๊ตึ๊งเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้

แม้จะดูโดดเด่นสะดุดตา แต่ก็ไม่มีใครกล้าแหยมเข้ามาขวางทางเขาเลยสักคน

ไม่เจออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น การเดินทางราบรื่นสุดๆ

สามเดือนต่อมา....

ในที่สุดหลิวหยางก็ควบอาชาสวรรค์มาถึงหน้าประตูเมืองฮั่นหยาง บ้านเกิดของเขาจนได้

เขากระโดดลงจากหลังม้า โคจรพลังสั่นสะเทือนร่างเพียงวูบเดียว คราบฝุ่นดินจากการเดินทางก็ปลิวหายไปจนหมดจด

กลับมาเป็นคุณชายรูปงามในชุดหรูหราควบม้าชั้นดีอีกครั้ง!

มือซ้ายถือกระบี่เจินหยาง มือขวาจูงอาชาสวรรค์ ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูเมือง

ตั้งแต่จังหวะที่เขาลงจากหลังม้า ก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ทั้งยำเกรงและเลื่อมใส

"อาชาสวรรค์บู๊ตึ๊ง! นั่นมันศิษย์สืบทอดลับของบู๊ตึ๊งที่ลงเขามาท่องยุทธภพนี่นา!"

"ศิษย์สืบทอดลับบู๊ตึ๊ง? อายุน้อยขนาดนี้ ก็เป็นยอดฝีมือระดับก่อนพฤกษาแล้วรึ?!"

"นั่นไม่ใช่ยอดฝีมือก่อนพฤกษาธรรมดาๆ นะเว้ย แต่นั่นคือยอดฝีมือก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดต่างหาก!"

"ไม่ๆๆ อย่าเอายอดฝีมือก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดกากๆ ไปเทียบกับศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สิวะ พวกนั้นน่ะตบยอดฝีมือก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดร่วงได้ชิลๆ เลยนะ! เรียกได้ว่าไร้เทียมทานในรุ่นก่อนพฤกษา เป็นกลุ่มคนที่แกร่งที่สุดในระดับที่ต่ำกว่ายอดปรมาจารย์แล้ว!"

"ม้าตัวนั้นดูจะสง่างามกว่าอาชาสวรรค์ทั่วไปนะ! นั่นมันพญาม้าไม่ใช่รึ?!"

"ซี๊ดดดด นี่มันยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งชัดๆ!!"

"ยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งมาปรากฏตัวที่เมืองฮั่นหยางของเรา นี่มันข่าวใหญ่โคตรๆ!!"

"ดูทิศทางที่เขาไปสิ นั่นมันไปทางจวนสกุลหลิวนี่นา?!"

"ดูท่าทางไม่น่าจะไปหาเรื่องนะ เหมือนไปเยี่ยมญาติมากกว่า!"

"จวนสกุลหลิวมีเส้นสายระดับนี้อยู่ในบู๊ตึ๊งเลยรึ?!"

"......."

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เมืองฮั่นหยาง หลิวหยางก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของคนทั้งเมือง สร้างความฮือฮาไปทั่ว

พวกที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในยุทธภพ แต่ละคนสายตาเฉียบแหลมกันทั้งนั้น แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าใครแหยมได้ใครแหยมไม่ได้

แค่พริบตาเดียว พวกเขาก็ปะติดปะต่อตัวตนของหลิวหยางได้ทะลุปรุโปร่งไปกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว

และยังดึงดูดความสนใจจากทุกขุมกำลังทั่วทั้งเมืองไปในทันที!

จะไม่ให้สนใจได้ยังไงล่ะ ก็ล่อยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งเดินอาดๆ เข้ามาในเมืองฮั่นหยางของพวกเขาทั้งคนแบบนี้

ไม่ต้องพูดถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊งอันยิ่งใหญ่ที่หนุนหลังเขาอยู่หรอก แค่พลังความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง นอกจากพวกผู้นำระดับยอดปรมาจารย์ในเมืองแล้ว ก็ไม่มีขุมกำลังไหนกล้าเมินเขาแล้ว

ถ้าขืนไปล่วงเกินเข้าล่ะก็ ได้โดนล้างบางทั้งตระกูลแบบของแท้แน่นอน

"ท่านคือ...."

"คุณชายหลิวหยางรึขอรับ?!"

ที่หน้าประตูจวนสกุลหลิว บ่าวรับใช้คนหนึ่งมองดูเครื่องแต่งกายของหลิวหยางอยู่นานสองนาน กว่าจะกล้าจำเขาได้ จากนั้นก็ตกตะลึงจนตาแทบถลน แหกปากร้องลั่นออกมา

หันหลังกลับ ล้มลุกคลุกคลานวิ่งเข้าไปข้างใน โบกไม้โบกมือตะโกนโหวกเหวกโวยวาย: "กลับมาแล้ว! คุณชายหลิวหยางกลับมาแล้ว! แถมคุณชายยังได้เป็นศิษย์สืบทอดลับของบู๊ตึ๊งด้วย!!"

เมื่อได้ยินเสียงบ่าวรับใช้แหกปากตะโกนเป็นบ้าเป็นหลัง ผู้คนรอบด้านก็พากันฮือฮา มองไปที่จวนสกุลหลิวด้วยความอิจฉาตาร้อนผ่าว!

จวนสกุลหลิวมันไปเหยียบขี้หมานำโชคที่ไหนมาฟะเนี่ย ถึงได้มีลูกหลานกลายเป็นยอดอัจฉริยะของบู๊ตึ๊งได้!!

สำหรับเมืองฮั่นหยางแล้ว นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับปลาหลี่ฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร ทะยานขึ้นฟ้าในก้าวเดียว!!

พลิกโฉมกลายเป็นตระกูลที่แตะต้องไม่ได้ที่สุดในเมืองฮั่นหยางไปในพริบตา!

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.