
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 46 จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนกินไม่อั้น สะเทือนเลื่อนลั่นเมืองฮั่นหยาง! (III)
"บัดนี้ ลูกหลานสกุลหลิว นามหลิวหยาง ได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดลับแห่งบู๊ตึ๊งแล้ว!"
"จึงขอกราบเรียนให้บรรพชนสกุลหลิวได้รับทราบ!"
หลังจากผ่านพิธีการอันแสนจะซับซ้อนยุ่งยากสารพัด ในที่สุดหลิวหยางก็ได้เข้าไปในศาลบรรพชน จุดธูปกราบไหว้ต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อแจ้งข่าวดีนี้ให้เหล่าบรรพชนในปรโลกได้รับรู้!
และเรื่องที่หลิวหยางได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดลับบู๊ตึ๊งนี้ ยังถูกจดบันทึกลงในสมุดจดหมายเหตุของตระกูลหลิวอีกด้วย
เพื่อให้ลูกหลานตระกูลหลิวรุ่นหลังได้จดจำไปตลอดกาล!
นี่คือการทะลวงขีดจำกัดครั้งประวัติศาสตร์ของจวนสกุลหลิวเลยก็ว่าได้!
เพราะก่อนหน้านี้ ตลอดหลายร้อยปีที่จวนสกุลหลิวสืบทอดมา คนที่เก่งที่สุดก็ไปได้ไกลแค่ระดับศิษย์อารามสายบนเท่านั้น แถมสุดท้ายก็ไม่สามารถทะลวงขอบเขตก่อนพฤกษาได้ภายในสิบปี จนต้องกลายเป็นแค่ศิษย์ธรรมดาของบู๊ตึ๊งไปตามระเบียบ
ตำแหน่งศิษย์สืบทอดลับ นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์!
คนทั้งจวนสกุลหลิวต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น ตื่นเต้นกันจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!
ขั้นตอนการเปิดศาลบรรพชนเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษทั้งหมด....
โคตรจะเว่อร์วังอลังการยิ่งกว่าสอบติดจอหงวนของต้าหมิงซะอีก!
ทำเอาหลิวหยางถึงกับรับมือแทบไม่ทัน!
การกลับมาเชิดหน้าชูตาที่บ้านเกิดครั้งนี้ มันเล่นใหญ่เกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะเลย!
ท้ายที่สุด แม้แต่คนของตระกูลหลิวที่อยู่เขตนอกเมือง ก็ยังแห่กันหอบลูกจูงหลานมาร่วมพิธีเซ่นไหว้บรรพชนด้วย
จำนวนคนตระกูลหลิวที่มารวมตัวกันอัดแน่นทั้งในและนอกศาลบรรพชน ปาเข้าไปตั้งหลายหมื่นคน!
คนเยอะมหาศาลซะจนหลิวหยางยังตกใจ
ในวินาทีนี้ ตระกูลหลิวได้ยกระดับจากขุมกำลังระดับ "ครอบครัวใหญ่" กลายเป็นขุมกำลังระดับ "มหาวงศ์ตระกูล" อย่างเต็มตัว!
ความแตกต่างระหว่างครอบครัวใหญ่กับมหาวงศ์ตระกูล ก็คือพลังแห่งความสามัคคีนั่นเอง
ขุมกำลังครอบครัวใหญ่ ก็แค่มีสายตรงกับสายรองรวมตัวกัน นับเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของวงศาคณาญาติทั้งหมดเท่านั้น
แต่ขุมกำลังระดับมหาวงศ์ตระกูล หมายความว่าจวนสกุลหลิวได้ก้าวกระโดดขึ้นเป็น "ผู้นำสูงสุด" ของคนแซ่หลิวทั้งหมดในเมืองฮั่นหยางไปแล้ว
ก็ต้องทำให้คนทั้งตระกูลมองเห็นความหวังอันเจิดจ้าซะก่อนนั่นแหละ ถึงจะสามารถรวบรวมใจคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้ขนาดนี้
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ต่างคนก็ต่างอยู่ ทางใครทางมันเหมือนเดิมนั่นแหละ
หลังจากเซ่นไหว้บรรพชนเสร็จ....
ก็ถึงคิวจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนกินไม่อั้นแบบมาราธอน! ถนนทั้งสายหน้าจวนสกุลหลิวถูกจัดวางด้วยโต๊ะจีนจนเต็มเหยียด ใครหน้าไหนก็สามารถมาร่วมกินดื่มได้ฟรีๆ
ผู้คนหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย งานเลี้ยงก็จัดต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน!
ส่วนภายในจวนนั้น ยิ่งคึกคัก เพราะมีตัวแทนจากขุมกำลังใหญ่ๆ ทั่วเมืองฮั่นหยาง เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงด้วยตัวเอง
ในงานเลี้ยง หลิวหยางได้พบปะกับบรรดาตัวตึงระดับหัวหน้าขุมกำลังทั้งในและนอกเมืองฮั่นหยางอย่างครบครัน
เมืองฮั่นหยาง ประกอบไปด้วยหนึ่งเขตตัวเมือง และสิบอำเภอ!
บรรดาหัวกะทิของขุมกำลังระดับก่อนพฤกษาทั้งหมด ล้วนตบเท้าเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้กันถ้วนหน้า!
กวาดสายตามองไปทางไหน ก็มีแต่คนเต็มไปหมด!
มีทั้งเศรษฐีระดับอำเภอ, ตระกูลระดับก่อนพฤกษา, ไปจนถึงอิทธิพลพรรคพวกและสมาคมการค้าต่างๆ!
คนหลายร้อยชีวิตที่มารวมตัวกัน ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือขอบเขตก่อนพฤกษาทั้งสิ้น!
และก็ยังมีตัวแทนจากตระกูลระดับยอดปรมาจารย์ และสำนักระดับยอดปรมาจารย์มาร่วมด้วย!
ขาดก็แค่ระดับยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ตัวเป็นๆ ที่ยังไม่ได้โผล่หน้ามาด้วยตัวเองเท่านั้นแหละ
หลิวหยางก็ไม่ได้ทำตัวหยิ่งยโสโอหังอะไร เขากลับยิ้มแย้มเป็นกันเอง คอยทักทายรับรองแขกเหรื่อทุกคนให้กินดื่มกันอย่างเต็มที่
ท่ามกลางเสียงอวยยศและคำเยินยอสารพัด เขาก็เริ่มจับทิศทางและทำความเข้าใจถึงโครงสร้างอำนาจในเมืองฮั่นหยางได้มากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ เขายังได้รู้ไส้รู้พุงของบรรดายอดฝีมือก่อนพฤกษาในเมืองฮั่นหยางกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง
ยอดฝีมือก่อนพฤกษาพวกนี้ ล้วนเป็นหัวโจกและระดับมันสมองของขุมกำลังต่างๆ ในเมืองฮั่นหยางทั้งนั้น
ถ้าอยู่ในขุมกำลังของตัวเอง พวกเขาก็คือยักษ์ใหญ่ระดับก่อนพฤกษาเลยล่ะ!
แต่พอกวาดสายตามองไป กลับไม่มีใครสักคนที่เข้าตาหรือทำให้หลิวหยางรู้สึกว้าวได้เลยสักคน!
กาก โคตรจะกากเลย!
ต่อให้ตอนอยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง เขาจะพอรู้อยู่บ้างว่ายอดฝีมือก่อนพฤกษาข้างล่างเขามันฝึกฝนยากลำบาก และมีรากฐานวิถียุทธ์ที่ห่วยแตกขนาดไหน
แต่พอมาเห็นตอนนี้....
พอกวาดสายตามองไป ยอดฝีมือก่อนพฤกษาส่วนใหญ่กลับมีปราณแท้ไม่ถึงห้าพันสายด้วยซ้ำ!
แถมปราณแท้ก็ยังไม่เคยผ่านการยกระดับคุณภาพจากวิชากำลังภายในระดับสูงอีก...
อ่อนแอกากเกรียนจนหลิวหยางถึงกับเดาะลิ้นด้วยความอนาถใจ!
ถ้าตอนนี้เขาตวัดกระบี่ฟันกวาดไปสักดาบเดียว คงได้วันช็อตคิลพวกนี้ร่วงไปเกินครึ่งเลยมั้ง?!
เป็นระดับก่อนพฤกษาเหมือนกันแท้ๆ แต่ยอดฝีมือก่อนพฤกษาพวกนี้กลับเปราะบางยิ่งกว่ามดปลวก!
ตอนแรกเขายังนึกว่า เป็นเพราะเมืองฮั่นหยางสงบสุขมานานเกินไป เลยทำให้พวกก่อนพฤกษาในเมืองมันอ่อนปวกเปียกขนาดนี้
แต่พอได้ลองทำความเข้าใจดู ถึงได้รู้ว่ายอดฝีมือก่อนพฤกษาของเมืองฮั่นหยางเนี่ย ถ้าเอาไปเทียบในระดับรัฐฉู่ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์หัวกะทิแล้วนะเว้ย
ในสิบเมืองของรัฐฉู่ เมืองส่วนใหญ่อ่อนแอกว่าเมืองฮั่นหยางทั้งนั้น
และรัฐฉู่เอง ก็ถือว่าเป็นรัฐที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ในเขตแดนของราชวงศ์ต้าหมิงเลยด้วย
เป็นประเภทที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และมียอดฝีมือเดินกันให้ควั่ก!
พอได้รู้แบบนี้ หลิวหยางก็ถึงกับใบ้กินไปเลย
ไม่ได้จะโม้หรอกนะ แต่ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ สามารถกวาดล้างยอดฝีมือก่อนพฤกษาได้ทั่วทั้งเสินโจวเลยจริงๆ!
แน่นอนว่า นั่นหมายถึงแค่ในระดับก่อนพฤกษาเท่านั้นนะ!
แผ่นดินเสินโจวมีรัฐเป็นพันๆ รัฐ แต่ละรัฐต่างก็มีมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์คอยคุมอยู่ และภายใต้รัฐหนึ่งรัฐ ก็มักจะแบ่งออกเป็นสิบเมืองหรือสิบเขต
ในราชวงศ์ต้าหมิง จะแบ่งเขตปกครองเป็น อำเภอ เมือง รัฐ
ในราชวงศ์ต้าฉิน จะแบ่งเป็น อำเภอ เขต รัฐ
เมืองกับเขต ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกัน
ภายในเมืองและเขต ล้วนมียอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ประจำการอยู่
ยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์เหล่านี้ บ้างก็ถูกหกราชวงศ์ใหญ่ส่งมาเป็นแม่ทัพคุมเมือง
บ้างก็เป็นยอดปรมาจารย์ที่ถือกำเนิดขึ้นเองจากตระกูลหรือสำนักท้องถิ่นในเมืองนั้นๆ
ทุกๆ เมือง ล้วนถูกยักษ์ใหญ่ระดับยอดปรมาจารย์พวกนี้ฮุบผลประโยชน์ก้อนโตไปจนหมด ส่วนขุมกำลังระดับก่อนพฤกษาอื่นๆ ทำได้แค่ซดน้ำแกงก้นหม้อเท่านั้นแหละ
ในบรรดาหกราชวงศ์ใหญ่ พวกจวนเจ้าเมืองและกองทหารรักษาการณ์ที่เป็นตัวแทนของราชสำนัก จะเป็นพวกที่เขมือบผลประโยชน์ก้อนใหญ่ที่สุด
แค่เรื่องการแบ่งปันทรัพยากร หกราชวงศ์ใหญ่ก็ยึดครองส่วนแบ่งมหาศาลไปอย่างเบ็ดเสร็จ กดหัวพวกขุมกำลังระดับท้องถิ่นซะจนโงหัวไม่ขึ้น
นี่ส่งผลให้ขุมกำลังระดับท้องถิ่นแทบจะไม่มีโอกาสยกระดับตัวเองแบบก้าวกระโดดได้เลย
ผ่านไปเป็นร้อยเป็นพันปี ก็ยังยากที่จะทะลวงขีดจำกัด
ทำได้แค่รักษาสภาพเดิม ย่ำต๊อกอยู่กับที่ไปวันๆ
อยากจะทะลวงขีดจำกัดงั้นรึ?
งั้นก็มีแต่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ต้องไปเข่นฆ่าฟาดฟันเอาเท่านั้นแหละ!
ไม่ก็ไปสมัครเป็นทหารแนวหน้า สร้างผลงานสู้รบ แล้วใช้ความดีความชอบนั้นเลื่อนขั้น
หรือไม่ก็....
กระโจนเข้าสู่ยุทธภพซะ!
และสิ่งที่เรียกว่ายุทธภพน่ะ พูดกันตรงๆ มันก็คือการตั้งตัวเป็นศัตรูกับหกราชวงศ์ใหญ่นั่นแหละ
สิ่งที่พวกมันทำ ก็หนีไม่พ้นเรื่องปล้นฆ่าชิงทรัพย์อะไรเทือกนี้นั่นแหละ
ส่วนพวกขุมกำลังที่ทำมาหากินสุจริต วงการที่พวกนั้นอยู่ เขาเรียกว่า บู๊ลิ้ม!
พวกที่คลุกคลีอยู่ในบู๊ลิ้ม เขาเรียกว่า ฝ่ายธรรมะ
ส่วนพวกที่คลุกคลีอยู่ในยุทธภพ เขาเรียกว่า พรรคมารฝ่ายอธรรม
ในงานเลี้ยง หลิวหยางก็เนียนๆ หลอกถามข่าวสารและความลับต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจเมืองฮั่นหยาง รัฐฉู่ และราชวงศ์ต้าหมิงให้ถ่องแท้
ส่วนยอดฝีมือก่อนพฤกษาคนอื่นๆ ที่เป็นถึงระดับหัวกะทิของแต่ละขุมกำลัง แน่นอนว่าแต่ละคนสายตาเฉียบแหลมกันทั้งนั้น
แค่กวาดตามอง และลองหยั่งเชิงด้วยคำพูดไม่กี่คำ....
ก็สามารถล้วงไส้ล้วงพุงรู้ตื้นลึกหนาบางของหลิวหยางได้อย่างรวดเร็ว!
ระดับพลังก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด!
ส่วนเรื่องพลังต่อสู้....
ต่อให้ไม่ต้องลงมือประลองกันจริงๆ พวกเขาก็รู้ดีแก่ใจว่า หลิวหยางคือยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งของแท้แน่นอน!
แข็งแกร่งจนเกินจะจินตนาการได้!
เป็นตัวตนที่พวกเขากระตุกหนวดเสือไม่ได้เด็ดขาด!
เข้าสำนักบู๊ตึ๊งมาแค่หกเจ็ดปี ไต่เต้าจากอารามสายล่าง อารามสายบน จนกลายเป็นศิษย์สืบทอดลับ แล้วกลับมาเชิดหน้าชูตาที่บ้านเกิดได้ไวปานจรวดขนาดนี้!
เรื่องแบบนี้ พวกเขาไม่ได้ยินมาเป็นร้อยปีแล้ว
เบื้องหลังเรื่องนี้มันหมายความว่ายังไง พวกเขาย่อมรู้ดีอยู่เต็มอก แค่คิดก็เสียวสันหลังวาบแล้ว
พองานเลี้ยงเลิกรา และก้าวเท้าออกจากประตูจวนสกุลหลิว
ยอดฝีมือก่อนพฤกษาทุกคนที่มาร่วมงาน ล้วนขนลุกซู่ เหงื่อเย็นแตกพลั่ก หวาดหวั่นกันไปถึงขั้วหัวใจ
"ตั้งแต่นี้ต่อไป ที่ไหนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับจวนสกุลหลิว ให้ถอยออกมารวดให้หมด!"
"ไอ้หนุ่มหลิวหยางนี่มันต้องเป็นยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งชัวร์ป๊าบ ทั้งพลังและพรสวรรค์วิถียุทธ์มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!"
"จวนสกุลหลิวนี่มันดวงดีจริงๆ กำลังจะผงาดขึ้นฟ้าแล้วสิเนี่ย!"
"ดีไม่ดี วันดีคืนดี จวนสกุลหลิวอาจจะกลายเป็นตระกูลระดับยอดปรมาจารย์ขึ้นมาก็ได้!!"
บรรดายอดฝีมือก่อนพฤกษาแห่งเมืองฮั่นหยางต่างก็กำชับลูกน้องของตัวเอง แต่ละคนเงยหน้ามองไปที่จวนสกุลหลิวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน
โคตรจะอิจฉาเลยให้ตายสิ!
จวนสกุลหลิวนี่สงสัยบรรพบุรุษจะทำบุญมาดี ถึงได้มียอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งมาจุติแบบนี้!
พริบตาเดียว ก็กลายเป็นขุมกำลังที่อยู่เหนือใครและล่วงเกินไม่ได้ที่สุดในเมืองฮั่นหยางไปซะแล้ว!
การมีหลิวหยางที่เป็นถึงยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งคอยหนุนหลังอยู่ ในบางแง่มุม จวนสกุลหลิวก็มีสถานะที่อยู่เหนือกว่ายักษ์ใหญ่ระดับยอดปรมาจารย์แห่งเมืองฮั่นหยางเสียอีก!
ไม่มีเหตุผลอื่นใด ในแผ่นดินเสินโจวน่ะ เขาเน้นกันที่ปูมหลังและขุมกำลังกันทั้งนั้น!
ยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ดาดๆ ทั่วไป จะเอาอะไรมาเทียบกับยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งได้?!
ถ้าไปล่วงเกินยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ อย่างมากก็แค่โกยแน่บ หนีไปให้ไกลๆ โลกกว้างใหญ่ไพศาล แค่ย้ายที่ทำมาหากินก็สิ้นเรื่อง
แต่ถ้าขืนไปล่วงเกินยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊งล่ะก็ บอกเลยว่าทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว จะไม่มีที่ให้มุดหัวซุกซ่อนอีกต่อไป!
นี่มันเอาถึงตายของแท้เลยนะเว้ย!
ภายในจวนสกุลหลิว ไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลิวหยางขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งประธาน กลายเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดของจวนไปโดยปริยาย!
จบงานเลี้ยงปุ๊บ ยอดฝีมือก่อนพฤกษาทุกคนในจวนสกุลหลิว ล้วนยอมก้มหัวฟังคำสั่งของหลิวหยางแต่โดยดี
ไม่มีอะไรมากหรอก....
ก็แค่เป็นระดับก่อนพฤกษาเหมือนกัน แต่พลังของหลิวหยางมันเหนือกว่าพวกนั้นแบบไม่เห็นฝุ่นไงล่ะ!
อัจฉริยะจอมปลอม เอาแต่ดีแต่ต่อยตีฆ่าฟัน
อัจฉริยะของแท้ แค่นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องขยับตัว บารมีก็ข่มจอมยุทธ์ทั่วหล้าได้แล้ว!
ไม่ต้องออกแรงลงมือด้วยซ้ำ หลิวหยางก็สามารถสยบขุมกำลังทั่วทั้งเมืองฮั่นหยางได้อยู่หมัด สั่นสะเทือนบารมีไปทั่วทั้งเมืองฮั่นหยาง