
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
ตอนที่ 47 หน้าตาของยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊ง ได้ขึ้นโต๊ะกินเนื้อ! (IV)
เมืองฮั่นหยาง ภายในที่ทำการกองพันจิ่นอีเว่ย (องครักษ์เสื้อแพร) แห่งต้าหมิง
"ใต้เท้าเชียนฮู่ จวนสกุลหลิวมันดวงแข็งจริงๆ ขอรับ!"
"ไอ้หนุ่มหลิวหยางนี่ น่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย!"
"ไม่ใช่แค่พรสวรรค์วิถียุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวนะ แต่เพิ่งเข้าบู๊ตึ๊งมาแค่หกเจ็ดปี ก็สามารถลงเขามาท่องยุทธภพในฐานะศิษย์สืบทอดลับได้แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่ามันใช้เวลาแค่หกเจ็ดปี รวบรัดทะลวงรวดเดียวสี่ขอบเขต ตั้งแต่เสริมพลัง ปราณภายใน หลังพฤกษา ยันก่อนพฤกษา จนไปถึงขั้นสูงสุดของก่อนพฤกษาเลยนะเว้ย!"
"ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ พลังต่อสู้ของมันนี่แหละ โคตรสยอง!"
"ตอนอยู่ต่อหน้ามัน ผู้น้อยยังไม่กล้าแม้แต่จะชักดาบเลยด้วยซ้ำ!"
"แถมพอดูจากกระบี่คู่กายของมันแล้ว ไม่ใช่ของดาดๆ ทั่วไปแน่ ต้องเป็นยอดกระบี่ชั้นเลิศชัวร์ป๊าบ!"
นายกองร้อย (ป๋ายฮู่) จิ่นอีเว่ยคนหนึ่งที่ไปร่วมงานเลี้ยงของจวนสกุลหลิว กำลังรายงานให้หัวหน้ากองพัน (เชียนฮู่) จิ่นอีเว่ยฟัง
องครักษ์เสื้อแพร จิ่นอีเว่ย แห่งต้าหมิง ชื่อเสียงสะท้านฟ้าสะเทือนดิน เป็นดาบเล่มคมในมือของราชวงศ์ต้าหมิงที่ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องหวาดผวาจนฉี่ราด!
ชุดปลาบินกับดาบซิ่วชุนปรากฏกายเมื่อไหร่ สามารถทำให้เหล่ายอดฝีมือในยุทธภพบู๊ลิ้มนับไม่ถ้วนต้องขาสั่นพั่บๆ ไม่เหลือความกล้าแม้แต่จะคิดต่อต้าน
ดาบเล่มนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้คนในเขตต้าหมิงหวาดกลัวจนหัวหดเท่านั้น ต่อให้เป็นนอกเขตแดนต้าหมิง แค่ได้ยินชื่อก็ยังต้องหน้าถอดสี
ในอาณาเขตต้าหมิง ทุกๆ รัฐจะมีผู้พิทักษ์จิ่นอีเว่ยประจำการอยู่ และทุกๆ เมืองก็จะมีที่ทำการกองพันจิ่นอีเว่ย (เชียนฮู่สั่ว)
หัวหน้ากองพันจิ่นอีเว่ย (เชียนฮู่) ทุกคน ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ทั้งสิ้น
ส่วนผู้พิทักษ์จิ่นอีเว่ยประจำรัฐ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ระดับมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ทั้งนั้น!
ในเมืองฮั่นหยาง ขุมกำลังน้อยใหญ่ทั้งหลาย อาจจะกล้าทำหน้าตึงใส่ หรือแม้กระทั่งงัดข้อกับศาลาว่าการเมือง รวมถึงผู้บัญชาการทหารที่กุมอำนาจกองทัพของเมืองได้
แต่ทว่า....
พอมาอยู่ต่อหน้าใต้เท้าจางเชียนฮู่แห่งจิ่นอีเว่ยล่ะก็ แค่หายใจยังไม่กล้าดังเลย!
จางเชียนฮู่แห่งเมืองฮั่นหยาง ถือเป็นตัวตึงสายโหดที่เอาชื่อไปขู่เด็กเด็กร้องไห้ยังต้องเงียบกริบ
"ขนาดเจ้ายังไม่กล้าชักดาบเลยรึ?!"
จางเชียนฮู่ได้ยินดังนั้น ก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
ขุนนางของราชวงศ์ ล้วนสามารถแบ่งปันโชคชะตาบารมี (ปราณมังกร) ของราชวงศ์มาได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งไอ้บารมีที่ว่านี้ ไม่เพียงแต่จะมีคุณสมบัติเป็นพลังงานคล้ายๆ กับปราณฟ้าดินเท่านั้น แต่มันยังช่วยอุดช่องโหว่ซ่อมแซมรากฐานวิถียุทธ์ได้อีกด้วย
ขุนนางของราชวงศ์ สามารถดึงเอาบารมีราชวงศ์มาใช้ฝึกฝนวิชาได้โดยตรงเลยนะเว้ย!
มีสรรพคุณระดับเทพทรูในการช่วยเพิ่มพูนระดับพลัง และทะลวงขีดจำกัดวิชายุทธ์
ยิ่งตำแหน่งใหญ่โตเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับส่วนแบ่งบารมีราชวงศ์มามากเท่านั้น
ใครก็ตามที่สามารถยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งระดับสูงของราชวงศ์ได้นานๆ ล้วนแต่เป็นพวกที่มีระดับพลังและฝีมือร้ายกาจทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้แหละ ถึงได้มีคำกล่าวลือกันว่า 'อยู่ในแวดวงขุนนางน่ะฝึกฝนง่ายสุดแล้ว'
เพราะนอกจากจะมีทรัพยากรการฝึกฝนเหลือเฟือแล้ว ยังสามารถงาบส่วนแบ่งบารมีราชวงศ์ที่จับต้องไม่ได้มาเป็นของตัวเองได้อีก
แม้ตำแหน่งของจิ่นอีเว่ยจะดูต่ำกว่าขุนนางทั่วไป แต่ด้วยความที่พวกนี้เป็นถึงกองทัพส่วนพระองค์ของราชวงศ์ต้าหมิง
จึงสามารถรับโควต้าบารมีส่งตรงจากส่วนแบ่งของราชวงศ์ลงมาได้เป็นกอบเป็นกำ
แบบนี้ก็เลยทำให้บารมีราชวงศ์ที่จิ่นอีเว่ยได้รับนั้น มีมากกว่าพวกขุนนางบุ๋นในราชสำนักซะอีก
และนี่ก็เป็นตัวการันตีเลยว่า ความแข็งแกร่งของพวกจิ่นอีเว่ย ย่อมต้องเหนือกว่าพวกขุนนางในราชสำนักแน่นอน
จางเชียนฮู่รู้ดีแก่ใจว่า บรรดาป๋ายฮู่ (นายกองร้อย) จิ่นอีเว่ยใต้บังคับบัญชาของเขานั้น แม้จะเอาไปเทียบกับพวกศิษย์สืบทอดลับหรือศิษย์สายตรงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้
แต่พวกเขาก็เก่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ดาดๆ ทั่วไปบานตะไท!
อย่างป๋ายฮู่คนที่มารายงานเขาคนนี้ แม้จะมีระดับพลังอยู่แค่ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดเหมือนกัน แต่ปราณแท้ในร่างของเขาก็ทะลวงผ่านหลักสองหมื่นสายไปแล้ว
ซึ่งถือว่าเหนือชั้นกว่าพวกก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดคนอื่นๆ ในเมืองฮั่นหยางแบบไม่เห็นฝุ่น
เมื่อบวกกับรังสีอำมหิตที่สั่งสมมาจากการอยู่ในหน่วยจิ่นอีเว่ยเข้าไปอีก
ในระดับก่อนพฤกษาขั้นสูงสุดด้วยกัน คนที่จะทำให้ป๋ายฮู่ผู้นี้กลัวจนไม่กล้าชักดาบได้น่ะ มีแทบนับหัวได้เลย
"ปราณแท้สี่หมื่นสาย? หรือว่าห้าหมื่นสายกันล่ะ?!"
"แถมวิชาที่ฝึกยังเป็นเพลงกระบี่ แล้วดูจากทรงแล้ว เพลงกระบี่นั่นก็คงจะบรรลุขั้นความสำเร็จใหญ่แล้วด้วย!"
"สมกับเป็นยอดอัจฉริยะแห่งบู๊ตึ๊ง ดาบซิ่วชุนของจิ่นอีเว่ยอย่างพวกเรา คงฟันเขาไม่เข้าจริงๆ นั่นแหละ!"
จางเชียนฮู่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
ราชวงศ์ต้าหมิงกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊งก็ไม่ได้เป็นศัตรูกันซะหน่อย
แล้วจะไปคิดฟันเขาทำไมล่ะ!?
เขานี่มันติดนิสัยเสียของพวกจิ่นอีเว่ยมาจริงๆ เอะอะก็คิดจะฟันลูกเดียว!
พูดจบ เขาก็โบกมือพลางกล่าวว่า: "ไอ้หนุ่มหลิวหยางคนนี้ จะต้องเป็นยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งที่มีลุ้นชิงตำแหน่งบนทำเนียบมังกรซ่อนชัวร์ป๊าบ!"
"เขาคงไม่อยู่ในเมืองฮั่นหยางนานหรอก!"
"ส่วนเรื่องจวนสกุลหลิวน่ะ เมืองฮั่นหยางของเรามันจะไปน่าอยู่เทียมเท่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิถียุทธ์ของเขาได้ยังไงล่ะ?!"
"ดีไม่ดี คนทั้งจวนสกุลหลิวคงจะฝันหวานอยากย้ายสำมะโนครัวเข้าไปอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊งกันใจจะขาดแล้วมั้ง!"
"พวกเขาไม่มีทางเป็นภัยคุกคามต่อต้าหมิงของเราแน่นอน!"
"จวนสกุลหลิว มีแต่ต้องผูกมิตรไว้ ห้ามไปผิดใจด้วยเด็ดขาด เดี๋ยวจะพาลทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างต้าหมิงกับบู๊ตึ๊งต้องร้าวฉานซะเปล่าๆ!"
จางเชียนฮู่ฟันธงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า: "เอาเป็นว่า กองพันของเราไปริบทรัพย์ยึดที่ดินนอกเมืองมาได้ตั้งเยอะ แบ่งไปให้จวนสกุลหลิวสักก้อนหนึ่งก็แล้วกัน!"
"เมื่อมีหลิวหยางที่เป็นถึงยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งอยู่ทั้งคน จวนสกุลหลิวก็ถือว่ามีคุณสมบัติพอที่จะขึ้นโต๊ะร่วมกินเนื้อในเมืองฮั่นหยางได้แล้ว!"
บรรดาป๋ายฮู่จิ่นอีเว่ยที่อยู่ด้านล่างต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาต่างเห็นพ้องว่า ต่อให้ระดับพลังของหลิวหยางจะอยู่แค่ก่อนพฤกษาขั้นสูงสุด แต่ในเมื่อมีดีกรีเป็นถึงยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊ง เขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้ร่วมกินเนื้อในเมืองฮั่นหยางอย่างแน่นอน!
เพราะยอดอัจฉริยะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น มีอนาคตที่ก้าวไกลไร้ขีดจำกัด!
ไม่แน่ว่าวันดีคืนดี เขาอาจจะผงาดขึ้นทำเนียบมังกรซ่อน ก้าวขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์วิถียุทธ์ หรือกระทั่งไปได้ไกลกว่านั้นอีก
เมืองฮั่นหยางในฐานะบ้านเกิดของเขา พวกขุมกำลังในเมืองย่อมต้องหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูกับเขา
แค่เห็นแก่ดีกรีความเป็นยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊ง พวกเขาก็ต้องยอมไว้หน้าเขาแล้วโว้ย!
และไม่ใช่แค่ในกองพันจิ่นอีเว่ยเท่านั้นที่ตัดสินใจแบบนี้ ทั่วทั้งเมืองฮั่นหยาง ไม่ว่าจะเป็นศาลาว่าการเมือง กองทหารรักษาการณ์ รวมไปถึงตระกูลและสำนักระดับยอดปรมาจารย์ใหญ่ๆ ทั้งหลาย
หลังจากงานเลี้ยงจบลง พวกเขาต่างก็ตระหนักได้ว่า หลิวหยางคือยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งตัวจริงเสียงจริง!
เมื่อหลิวหยางมีดีกรีเป็นถึงยอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊ง พวกเขาก็ต้องยอมไว้หน้า!
พวกเขาต่างก็พากันเฉือนเนื้อตัวเอง ส่งส่วนแบ่งผลประโยชน์ไปเป็นของกำนัลให้จวนสกุลหลิวกันถ้วนหน้า
หลิวหยางแค่ก้าวเท้ากลับบ้านเกิด ก็ดันจวนสกุลหลิวให้ขึ้นไปนั่งร่วมโต๊ะกินเนื้อของเมืองฮั่นหยางได้แล้ว
เรียกได้ว่าเหมือนปลาหลี่ฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร ทะยานขึ้นฟ้าในก้าวเดียว!
นั่นหมายความว่า ทั่วทั้งเมืองฮั่นหยาง ล้วนยกระดับมองจวนสกุลหลิวเทียบเท่าขุมกำลังระดับ "ยอดปรมาจารย์" ไปแล้ว
ต่อให้เนื้อที่ได้กิน จะเป็นชิ้นที่เล็กที่สุดก็เถอะ!
แต่นี่แหละคือการก้าวกระโดดทางชนชั้นและสถานะของแท้!
ทำเอาขุมกำลังระดับก่อนพฤกษาทั่วทั้งเมืองฮั่นหยางต่างก็ใจสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
พวกขุมกำลังระดับยอดปรมาจารย์อื่นยอมเฉือนเนื้อตัวเองมาบรรณาการน่ะยังพอว่า แต่ขนาด "ดาวมฤตยู" อย่างกองพันจิ่นอีเว่ย ยังยอมไว้หน้าจวนสกุลหลิวเลยคิดดูสิ
นี่ทำให้พวกเขายิ่งตระหนักซึ้งเลยว่า หลิวหยางที่เป็นถึงศิษย์สืบทอดลับแห่งบู๊ตึ๊งคนนี้ มันน่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกตนจินตนาการไว้เยอะ!
แต่ละคนเลยลนลานกลัวจะน้อยหน้า พากันเปย์ของกำนัลเพิ่มกันยกใหญ่!
ชั่วข้ามคืน ทำเอาทั้งในและนอกเมืองฮั่นหยางเดือดพล่านเป็นไฟ
ทั่วทั้งเมืองฮั่นหยางต่างก็รับรู้โดยทั่วกันว่า "ตระกูลระดับยอดปรมาจารย์" ที่มีความพิเศษสุดๆ ได้ผงาดขึ้นแล้วในเมืองฮั่นหยาง
ไม่ต้องมียอดปรมาจารย์วิถียุทธ์มานั่งคุมแท่น แต่กลับทำให้ขุมกำลังทุกสายในเมืองฮั่นหยาง ยันกองพันจิ่นอีเว่ย ต้องยอมไว้หน้าอย่างศิโรราบ!
แม้พลังความแข็งแกร่งจะถือว่ากากสุดในบรรดา "ขุมกำลังระดับยอดปรมาจารย์" ด้วยกัน แต่สถานะกลับพิเศษสุดๆ แถมยังอยู่เหนือใครเพื่อนอีกต่างหาก!
ชื่อของจวนสกุลหลิว และหลิวหยาง เริ่มดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองฮั่นหยาง และยังลามออกไปไกลถึงทั่วทั้งรัฐฉู่อีกด้วย
......
จวนสกุลหลิว
"ซี๊ดดดด แค่ไม่กี่วัน ร้านค้า ที่ดิน และเหมืองแร่ของจวนสกุลหลิวเรา พุ่งพรวดขึ้นเป็นสิบๆ เท่าเลยเว้ย!"
"ทั้งหมดนี่ ขุมกำลังทั่วทั้งเมืองฮั่นหยางแห่กันเอามาประเคนให้ทั้งนั้น!"
"กระทั่งกองพันจิ่นอีเว่ย ยังส่งจวนพักตากอากาศนอกเมืองมาให้เลย!"
"หยางเอ๋อร์ คนพวกนี้ตั้งใจมาเอาใจเจ้าชัดๆ เลยนะเนี่ย!"
ลุงใหญ่หลิวหลี่มองดูรายการของกำนัลที่ยาวเหยียดเป็นหางว่าว ถึงกับยิ้มแฉ่งจนตาหยี ทั้งตกใจทั้งดีใจจนเนื้อเต้น!
ทรัพย์สินของจวนสกุลหลิว เพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ เท่า!
นี่มันจะทำให้จวนสกุลหลิว มีทรัพยากรไปปั้นลูกหลานในตระกูลได้อีกตั้งเท่าไหร่กันวะเนี่ย?!
ทำเอาแกมองจนตาลุกวาวเป็นสีเลือดเลย!
แต่ลึกๆ ก็ยังแอบหวั่นใจอยู่บ้าง เพราะของพวกนี้ ล้วนส่งมาเพราะเห็นแก่หน้าหลิวหยางทั้งนั้น
"ท่านลุงใหญ่โปรดวางใจเถอะ ทรัพย์สินพวกนี้ เอาไว้ปั้นลูกหลานตระกูลหลิวของเราให้เก่งกาจขึ้นมาได้เยอะๆ มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่รึขอรับ!"
"ในเมื่อพวกเขายอมไว้หน้าข้าขนาดนี้ งั้นข้าก็ขอรับหน้าตาพวกนี้ไว้ทั้งหมดเลยก็แล้วกัน!"
หลิวหยางมองดูรายการของกำนัล ในใจก็แอบซี๊ดปาก พวกขุมกำลังในเมืองฮั่นหยางนี่มันสายเปย์ใจป้ำกันจริงๆ กระเป๋าหนักสุดๆ!
แต่เขาก็ไม่ได้กังวลอะไรเลยสักนิด!
แค่ดีกรียอดอัจฉริยะบู๊ตึ๊งของเขา เอามาเคลียร์เรื่องพวกนี้ มันก็เหลือแหล่แล้ว!
ไม่งั้นล่ะก็ ถ้าขืนต้องให้เขาลงมือไปตบชิงมาเอง พวกขุมกำลังทั้งเมืองฮั่นหยางคงได้หน้าแตกหมอไม่รับเย็บกันพอดี!