
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 1: ลูกชายคือผู้ย้อนเวลา
ปี 1998 เมืองเจียงโจว
หลี่เจ๋อนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น คีบบุหรี่ไว้ในมือพลางพ่นควันเป็นระยะ
โบราณว่าไว้ อายุสามสิบคือวัยตั้งตัว ทว่าหลี่เจ๋อในวัย 31 ปี ณ ตอนนี้กลับกำลังมืดแปดด้าน
เมื่อเดือนก่อน เขาเพิ่งกลายเป็นคนตกงานผู้ 'ทรงเกียรติ' แม้จะได้เงินชดเชยตามอายุงานมาจุก ๆ ก้อนหนึ่ง บวกกับเงินเก็บที่มีอยู่ ทำให้ช่วงสั้น ๆ นี้ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง แต่หลังจากนี้จะเอายังไงต่อ จะทำมาหากินอะไร... ในหัวกลับว่างเปล่าไม่มีวี่แววเลยสักนิด
"ฟู่... ช่างมันก่อนละกัน นี่ก็ใกล้จะแปดโมงแล้ว ทำไมไอ้ลูกหมายังไม่ตื่นอีก..."
หลี่เจ๋อขยี้บุหรี่ในมือทิ้ง เงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนัง พอเห็นว่าแปดโมงแล้วก็ลุกเดินไปที่ห้องลูกชาย เพื่อปลุกให้มากินข้าวเช้า แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเสาร์ที่ลูกไม่ต้องไปโรงเรียน แต่จะปล่อยให้นอนกินบ้านกินเมืองก็ไม่ได้
"เสี่ยวตง ตื่นได้แล้ว ! "
หลี่เจ๋อเดินตรงไปที่เตียงลูกชาย แล้วถกผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ออก
ไม่นาน หลี่ตงลูกชายตัวดีก็งัวเงียลืมตาขึ้นมา ทว่าทันใดนั้น สีหน้าของเขากลับชะงักงัน ดูเหมือนจะจ้องมองหลี่เจ๋ออย่างเหม่อลอยคล้ายคนสติหลุด
[พ่อเหรอ ? แต่ทำไมพ่อถึงดูหนุ่มขึ้นตั้งเยอะวะเนี่ย ? แล้วที่นี่มัน... เชี่ยเอ๊ย! นี่มันบ้านเก่าสมัยเด็กของฉันนี่หว่า ? ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้วะ ! ]
[เวรเอ้ย ! นี่ฉันย้อนเวลากลับมาตอนเด็กงั้นเหรอ ? น...นี่มันพล็อตในนิยายชัด ๆ ! ]
หลี่ตงมองซ้ายมองขวา แล้วก้มมองตัวเอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยท่าทีทำอะไรไม่ถูก
จังหวะนั้นเอง หลี่เจ๋อกลับเป็นฝ่ายชะงักไปบ้าง
เสียงอะไรวะ ?
หลี่เจ๋อมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้ามึนงงและสงสัย ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อนึกขึ้นได้
เสียงเมื่อกี้... พูดคำว่า 'พ่อ' งั้นเหรอ ? หมายถึงฉันหรือเปล่า ? แถมเสียงนั้นยังบอกว่าย้อนเวลา กลับมาตอนเด็กด้วย หรือว่า... เสียงเมื่อกี้คือเสียงของเสี่ยวตงลูกเรา ?
แต่เมื่อกี้เสี่ยวตงก็ไม่ได้อ้าปากพูดอะไรเลยนี่นา แล้วทำไมฉันถึงได้ยินเสียงเขาได้ล่ะ ?
หลี่เจ๋อขมวดคิ้วแน่น สายตาจับจ้องไปยังหลี่ตง ลูกชายวัยเพียงเจ็ดขวบอย่างตาไม่กะพริบ
[เชี่ยละ ทำไมพ่อถึงจ้องฉันด้วยสายตาแบบนั้นวะ โคตรหลอนเลย]
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของหลี่เจ๋ออีกครั้ง
หลี่เจ๋อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของลูกชายก็ดูผิดปกติ แถมยังแอบชำเลืองมองเขาด้วยความระแวงนิด ๆ ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะเป็นของเสี่ยวตงจริง ๆ ! ถ้าเดาไม่ผิด นั่นน่าจะเป็น 'เสียงในใจ' ของเขา
แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมฉันถึงได้ยินเสียงในใจของลูกได้ล่ะ ? แล้วที่เมื่อกี้เสี่ยวตงบอกว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาตอนเด็ก แถมน้ำเสียงในใจนั่นก็ไม่เหมือนเด็กเจ็ดขวบเลยสักนิด แต่เหมือนผู้ใหญ่เต็มตัวมากกว่า
หรือว่า... เสี่ยวตงจะย้อนเวลาอะไรนั่นกลับมาจริง ๆ ? ย้อนเวลาจากอนาคตกลับมาในปัจจุบันงั้นเหรอ ?
พอคิดได้แบบนี้ สายตาที่หลี่เจ๋อมองลูกชายก็พลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
โชคดีที่เขาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว จึงรีบเก็บสายตา แสร้งกระแอมเบา ๆ ปั้นหน้าขรึมเก็บอาการแล้วแกล้งทำเป็นใจดีสู้เสือพูดว่า "เสี่ยวตง รีบลุกไปกินข้าวเช้าได้แล้ว ! "
แม้เรื่องที่ลูกชายย้อนเวลาจากอนาคตกลับมาจะทำให้หลี่เจ๋อรู้สึกเหลือเชื่อสุด ๆ แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังไงซะลูกก็ยังเป็นลูกของเขา ไม่ได้ถูกวิญญาณใครที่ไหนมาสิงร่าง หลี่เจ๋อก็โล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง
พอเห็นสีหน้าของหลี่เจ๋อกลับมาเป็นปกติ หลี่ตงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
[ฟู่... เมื่อกี้พ่อจะมองด้วยสายตาแบบนั้นทำไมเนี่ย ตกใจหมดเลย]
หลี่ตงคิดในใจ แต่ปากกลับตอบไปว่า "ครับพ่อ ผมกำลังจะลุกแล้วครับ"
เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของเขากลายเป็นเสียงเล็ก ๆ ไร้เดียงสาของเด็กน้อย ทว่า... เสียงที่เขาพูดในใจ กลับยังคงดังฟังชัดอยู่ในหัวของหลี่เจ๋ออยู่ดี
หลี่เจ๋อปรายตามองนิดหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องลูกชายไป เขาเองก็ต้องการเวลาไปย่อยสลายเรื่องบ้าบอคอแตกนี้สักหน่อยเหมือนกัน
ไม่นาน หลี่ตงก็เดินออกจากห้องมา จู่ ๆ จมูกเขาก็ฟุดฟิดอยู่สองที พอมองหลี่เจ๋อที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ในห้องนั่งเล่น ก็อดไม่ได้ที่จะทักขึ้นมาว่า "พ่อฮะ เมื่อกี้พ่อแอบสูบบุหรี่อีกแล้วใช่มั้ย..."
สีหน้าหลี่เจ๋อแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับไปแบบแกน ๆ ว่า "โอเค ๆ พ่อจะพยายามสูบให้น้อยลงละกัน"
พอได้ยินแบบนั้น หลี่ตงกลับแค่เบะปาก เหมือนจะแอบมองบนด้วยซ้ำ
[พูดซะดูดี ถ้าพ่อคุมตัวเองให้สูบน้อยลงได้จริง ๆ ตอนหลังก็คงไม่ถูกตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งปอดหรอก ! ]
เสียงบ่นของลูกชายที่ดังขึ้นในหัว ทำเอาหลี่เจ๋อสะดุ้งโหยง 'นี่ในอนาคตฉันจะเป็นมะเร็งปอดงั้นเหรอ ? ถ้าเป็นแบบนั้น... คงต้องเพลา ๆ เรื่องสูบบุหรี่จริง ๆ จัง ๆ แล้วสิเนี่ย...'
เมื่อเห็นหลี่เจ๋อมีท่าทีเหม่อลอยไปอีกรอบ หลี่ตงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นไปมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง ตัวเลขบนนั้นระบุชัดเจนว่า วันที่ 27 กันยายน ปี 1998
[วันที่ 27 กันยา ปี 98... เฮ้อ ดูเหมือนฉันจะย้อนเวลากลับมาช้าไปหน่อยนะเนี่ย ถ้ากลับมาเร็วกว่านี้สักเดือนนึงก็คงจะดี... ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่แน่อาจจะหาทางทำให้พ่อกับแม่ไม่หย่ากันได้...]
พอได้ยินเสียงในใจของลูกชาย หลี่เจ๋อก็นิ่งเงียบไป
เพราะเรื่องที่เขาตกงาน เมื่อเดือนก่อนภรรยาก็เลยงี่เง่าขอหย่ากับเขา สุดท้ายหลี่เจ๋อก็ทนไม่ไหว เลยตกลงหย่า ๆ ไปให้จบเรื่อง นอกจากนี้ เขายังรู้อีกว่า หลังจากภรรยาหย่ากับเขาไปได้ไม่ถึงครึ่งเดือน เธอก็ไปเกาะเสี่ยกระเป๋าหนักคนใหม่เรียบร้อยแล้ว สงสัยจะหา 'เป้าหมายใหม่' เตรียมไว้ตั้งนานแล้ว เลยจงใจเอาเรื่องที่เขาตกงานมาเป็นข้ออ้างขอหย่าล่ะมั้ง