
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 2: เส้นทางเศรษฐี จากเสียงในใจของลูกชาย
ตอนนี้เอง หลี่ตงก็เหลือบมองหลี่เจ๋ออีกครั้ง แล้วถอนหายใจในใจ:
[มิน่าล่ะพ่อถึงสูบบุหรี่จัด ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่พ่อกับแม่หย่ากัน ก็เป็นช่วงที่พ่อเพิ่งตกงานพอดี]
[คนวัยกลางคน พอต้องมาเจอคอมโบมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวพังแถมยังตกงานพร้อมกันแบบนี้ จะไม่ให้เครียดได้ไง ? ]
เสียงในใจที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจของลูกชาย ทำเอาหางตาของหลี่เจ๋อกระตุกยิก ๆ
ไอ้ลูกหมานี่ บังอาจมาสงสารพ่อตัวเองงั้นเรอะ ! มันจะหยามกันเกินไปแล้ว !
หลี่เจ๋อรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะคว้าอีแตะมาฟาดก้นลูกชายสักสองที แต่เขาก็กลั้นใจไว้ สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิด ๆ ว่า "ซาลาเปากับน้ำเต้าหู้อุ่นอยู่ในหม้อ รีบไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปหยิบมากินซะ"
"ฮะ" หลี่ตงรับคำ เตรียมจะเดินไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำ
แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้า หันขวับมามองหลี่เจ๋อแล้วพูดว่า "พ่อฮะ คือว่า... พ่อเพลา ๆ เรื่องบุหรี่ลงหน่อยเถอะ ถึงจะเครียดก็อย่าสูบเยอะเลย"
"รู้แล้ว ๆ " หลี่เจ๋อโบกมือปัดอย่างรำคาญ ก่อนจะเผลอพูดออกไปตามความเคยชินว่า "แกยังเป็นเด็กเป็นเล็ก จะไปเข้าใจเรื่องเครียด ๆ ของผู้ใหญ่ได้ยังไง"
หลี่ตงเบะปาก
[ชิ ถึงตอนนี้ร่างฉันจะเป็นเด็ก แต่ก่อนย้อนเวลามา ฉันก็อายุน้อยกว่าพ่อตอนนี้ไม่เท่าไหร่หรอกน่า สรุปแล้วใครกันแน่ที่ไม่ใช่ผู้ใหญ่ ! ]
มุมปากของหลี่เจ๋อกระตุกอีกรอบ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้
ลูกชายของเขาคนนี้ย้อนเวลามาจากอนาคต จะมองว่าเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว
ขณะเดียวกัน เสียงบ่นในใจของหลี่ตงก็ยังคงดังต่อเนื่อง
[พ่อก็แค่กำลังเครียดเรื่องตกงาน แล้วไม่รู้ว่าจะทำมาหากินอะไรต่อแค่นั้นแหละ]
[แต่ว่านะ ตอนนี้มันปี 98 นี่นา ปี 98 ทำอะไรถึงจะรวยไว ๆ ได้บ้างนะ...] หลี่ตงทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
หลี่เจ๋อเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าลูกชายที่ย้อนเวลามาจากอนาคต จะคิดช่องทางรวยในยุคนี้ออกไหม เขาจึงยืนมองลูกชายเงียบ ๆ ไม่ได้เร่งให้ไปล้างหน้ากินข้าวเช้า กลับรู้สึกตั้งตารอคำตอบอยู่ลึก ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ตาของหลี่ตงก็เป็นประกาย
[คิดออกแล้ว ! ปี 98... ยุคนี้ธุรกิจที่ทำเงินง่ายที่สุด แถมลงทุนไม่เยอะ ก็ต้อง 'ร้านอินเทอร์เน็ต' สิฟะ ! ]
[ช่วงแรกไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะแยะ หาคอมมาสักสามสี่เครื่องก็เปิดร้านเน็ตเล็ก ๆ ได้แล้ว แต่กำไรนี่ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ]
[เมืองเจียงโจวปี 98 หรือต่อให้เป็นทั่วทั้งประเทศ ร้านเน็ตก็ยังถือว่าเป็นของใหม่แกะกล่อง หลังจากนี้มันจะเติบโตแบบก้าวกระโดดแน่นอน แถมคอมพิวเตอร์ยุคนี้ราคาแพงหูฉี่ คนธรรมดาไม่มีปัญญาซื้อหรอก ถ้าอยากเล่นเน็ต หรืออยากเล่นคอม ก็ต้องมาร้านเน็ตทั้งนั้น]
[ต่อให้เก็บค่าเน็ตชั่วโมงละห้าหกหยวน ก็มีคนแห่มาต่อคิวแย่งกันเล่นอยู่ดี วัน ๆ นึงแทบจะไม่มีเครื่องว่างเลยด้วยซ้ำ แถมยังจัดโปรเหมารอบดึกครึ่งราคาได้อีก แค่นี้คอมก็ทำเงินให้เราได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว ! ]
[ถ้าพ่อเปิดร้านเน็ตนะ ถึงช่วงแรกเครื่องจะน้อย แต่พอเริ่มมีกำไรก็ค่อย ๆ ซื้อคอมมาเติม พอขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นได้ วันนึงฟันกำไรหลักพันหลักหมื่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ! ]
[ต้องไม่ลืมนะว่าคนยุคนี้ เงินเดือนเดือนนึงแค่ไม่กี่ร้อยหยวนเอง ! ]
[อืม... พ่อเพิ่งตกงาน ได้เงินชดเชยมาก้อนนึงไม่ใช่เหรอ ? น่าจะพอเอาไปประกอบคอมได้สักสองสามเครื่องมั้ง ? ฉันต้องหาทางตะล่อมพ่อ เป่าหูให้พ่อไปเปิดร้านเน็ตให้ได้]
[ถึงตอนนั้นฉันก็จะได้นอนตีพุงสบายใจเฉิบในฐานะลูกเศรษฐีรุ่นสอง โคตรฟิน ! จะโทษใครได้ล่ะ ก็ตอนนี้ฉันเพิ่งจะเจ็ดขวบ ต่อให้อยากจะไปทำธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัวเหมือนพวกพระเอกนิยายที่เคยอ่าน มันก็ทำไม่ได้อยู่ดีนี่นา...]
พอคิดได้แบบนี้ หลี่ตงก็อดไม่ได้ที่จะแอบเหล่หลี่เจ๋อ เขากำลังหมกมุ่นหาวิธีที่จะโยงบทสนทนาเข้าเรื่องคอมพิวเตอร์ เข้าเรื่องร้านเน็ต เพื่อจะเป่าหูให้พ่อตัวเองไปเปิดร้านให้จงได้ เพียงแต่เขาไม่รู้เลยว่า ทุกสิ่งที่ตัวเองเพิ่งคิดในใจเมื่อกี้ หลี่เจ๋อได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้งทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว
ส่วนหลี่เจ๋อในตอนนี้ ภายในใจกลับกำลังเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำ ร้านเน็ตมันจะรวยอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ ? วันนึงได้กำไรตั้งหลายพันหลายหมื่นหยวนเนี่ยนะ ?
หลี่เจ๋อโดน 'ขุมทรัพย์' ที่ถูกวาดฝันผ่านเสียงในใจของลูกชายดึงดูดเข้าอย่างจัง จนถึงขั้นเผลอหายใจถี่ขึ้นมานิด ๆ โดยไม่รู้ตัว
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า ตอนที่เขายังทำงานอยู่ในโรงงานของรัฐบาลและยังไม่ตกงาน เงินเดือนรวม ๆ ทั้งเดือนแบบเต็มแม็กซ์ยังได้แค่ห้าร้อยกว่าหยวนเอง แต่ตอนนี้ พอได้รู้ว่าการเปิดร้านเน็ตแค่วันเดียว ก็ทำเงินได้มากกว่าเงินเดือนเขาทั้งเดือนเป็นสิบ ๆ หรืออาจจะหลายสิบเท่า... หลี่เจ๋อจะไม่ใจสั่นได้ยังไง ?
จากนั้นหลี่เจ๋อก็นึกขึ้นได้ว่าลูกชายย้อนเวลามาจากอนาคต สิ่งที่เขาพูดต้องไม่ผิดเพี้ยนแน่ ๆ ไอ้ธุรกิจร้านเน็ตนี่ มันต้องรุ่งชัวร์ ๆ !
หลี่เจ๋อลังเลในใจอยู่แค่ครู่เดียว ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด ปลาเค็มอยากจะพลิกตัวทั้งที จะไม่ให้ลองเสี่ยงดูสักตั้งได้ยัง ?
ยิ่งไปกว่านั้น ในมุมมองของหลี่เจ๋อ การมีลูกชายผู้ย้อนเวลาคอยเป็น 'เข็มทิศ' ชี้ทางให้ ความเสี่ยงในการเปิดร้านเน็ตก็แทบจะกลายเป็นศูนย์ สองพ่อลูกต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
จังหวะนั้นเอง จู่ ๆ หลี่ตงก็เปิดปากถามขึ้น "พ่อฮะ ตอนนี้พ่อตกงานแล้ว พ่อคิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไรต่อ ? "
หลี่เจ๋อเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย สีหน้าดูพิลึกพิลั่นเล็กน้อย แน่นอนว่าเขารู้อยู่เต็มอกว่าที่ลูกชายจงใจถามแบบนี้ มีจุดประสงค์อะไร ก็คงหนีไม่พ้นอยากจะหาเรื่องโยงเข้าคอมพิวเตอร์ โยงเข้าร้านเน็ต แล้วเนียนเป่าหูให้เขาไปเปิดร้านเน็ตนั่นแหละ
แม้จะรู้ทันความคิดของลูกชายทะลุปรุโปร่ง แต่หลี่เจ๋อก็ยังคงตีหน้าซื่อ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วตอบไปว่า "ยังไม่ได้คิดเลยสิ"