
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 7: ขยายกิจการ
เวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์สั้น ๆ อาศัยคอมพิวเตอร์แค่หกเครื่องก็ฟันกำไรไปได้ตั้งสามพันกว่าหยวน เรื่องนี้ทำให้หลี่เจ๋อเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับรายได้แค่วันละห้าร้อยกว่าหยวนอีกต่อไป
เขาอยากจะหาเงินให้ได้มากกว่านี้ อยากจะขยายขนาดของร้านเน็ต
และเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตเพื่อไปซื้อคอมพิวเตอร์
ทว่าตอนนี้เงินติดตัวเขามีแค่กำไรสามพันกว่าหยวนที่ได้จากร้านเน็ตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมันไม่พอแม้แต่จะซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มสักเครื่องด้วยซ้ำ ดังนั้น เขาจึงเบนเป้าหมายไปที่บ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่
แน่นอนว่าหลี่เจ๋อไม่ได้คิดจะขายบ้านทิ้ง แต่เขาคิดจะเอาไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินกับธนาคารต่างหาก
ดอกเบี้ยเงินกู้มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว ถ้าหากร้านเน็ตยังคงทำเงินได้เร็วแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ เผลอแป๊บเดียวก็หาเงินมาคืนได้ทั้งต้นทั้งดอกแล้ว แต่ทว่า เพื่อความชัวร์ หลี่เจ๋อจึงแกล้งทำเป็นเผลอหลุดปากพูดความคิดของตัวเองออกมาต่อหน้าลูกชายอย่างหลี่ตง
จากนั้นก็แอบฟังเสียงในใจของลูก เพื่อดูว่าลึก ๆ แล้วลูกชายมีความคิดเห็นยังไงกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเขากันแน่
[ไม่ยักรู้แฮะว่าพ่อจะใจเด็ดขนาดนี้ ถึงกับกล้าเอาบ้านไปจำนองกู้เงินเลยเหรอเนี่ย คนยุคนี้ที่มีความกล้าตัดสินใจเด็ดขาดแบบนี้มีไม่เยอะหรอกนะ]
[แต่ว่านะ การเปิดร้านเน็ตตอนนี้มันคือกำไรมหาศาลจริง ๆ นั่นแหละ]
[อย่างน้อย ๆ ก่อนที่คอมพิวเตอร์ตามบ้านจะแพร่หลาย ธุรกิจร้านเน็ตก็ถือเป็นอุตสาหกรรมที่กำไรพุ่งปรี๊ด ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุนเลยสักนิด ต่างกันแค่ว่าจะกำไรมากหรือกำไรน้อยแค่นั้นเอง]
[อืม... ดูท่าฉันคงต้องหาทางตะล่อมพ่อให้กล้าก้าวเดินหมากตานี้สักหน่อยแล้วล่ะ]
[ยุคนี้มันมีโอกาสทำเงินก้อนโตอยู่เต็มนับไม่ถ้วน ฉันต้องพยายามชี้ทางให้พ่อรีบสะสมทุนตั้งต้นให้สำเร็จไว ๆ จะได้มีโอกาสไปร่วมแบ่งเค้กก้อนโตพวกนั้น แล้วกลายเป็นเศรษฐีรุ่นที่หนึ่งให้ได้]
[ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันถึงจะได้เป็นลูกเศรษฐีรุ่นสองอย่างสงบสุข นอนกินดื่มเที่ยวเล่นให้สบายใจเฉิบไปเลย โคตรจะฟิน]
[เผลอ ๆ ในอนาคตอาจจะได้ตำแหน่งอย่าง 'ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง' หรือ 'สามีแห่งชาติ' มาครองด้วย วันว่าง ๆ ก็ทำตัวเป็นสารวัตรคุมกฎวงการบันเทิง คอยแซะพวกดาราสาว ๆ ซะหน่อย แล้วก็ถือโอกาส 'วิพากษ์วิจารณ์' แบบเจาะลึกพวกเน็ตไอดอลสาว ๆ สักทีสองที]
[แน่นอนว่าไอ้เรื่องทำตัวเป็น 'หมาเลีย' (พวกรักจนยอมเสียศักดิ์ศรี) อะไรเทือกนั้นน่ะ ฉันไม่มีวันทำเด็ดขาด...]
หลี่ตงคิดจินตนาการไปไกลลิบในใจ
ส่วนหลี่เจ๋อ พอได้ยินเสียงในใจพวกนี้ของลูก มุมปากก็กระตุกยิก ๆ รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกสุด ๆ
สำหรับไอ้คำว่า 'เน็ตไอดอลสาว' อะไรนั่น แล้วก็คำว่า 'หมาเลีย' หลี่เจ๋อก็ไม่ค่อยจะเข้าใจหรอกว่ามันแปลว่าอะไรกันแน่ แต่ทว่า อย่างน้อยเขาก็ได้รู้แล้วว่าลูกชายสนับสนุนความคิดที่จะเอาบ้านไปจำนองกู้เงินเพื่อขยายร้านเน็ต แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้น ยังไม่ทันรอให้หลี่ตงคิดออกว่าจะตะล่อมตัวเองยังไง หลี่เจ๋อก็แกล้งทำเป็นบ่นพึมพำกับตัวเองขึ้นมาซะก่อนว่า "เอาตามนี้แหละ พรุ่งนี้ไปธนาคารสักหน่อย เอาบ้านไปจำนอง แล้วไปซื้อคอมมาเพิ่มอีกสักหน่อยดีกว่า..."
คำพูดพวกนี้เห็นได้ชัดว่าตั้งใจพูดให้หลี่ตงได้ยิน ถึงจะเป็นการบ่นพึมพำ แต่น้ำเสียงกลับไม่เบาเลยสักนิด
และก็เป็นไปตามคาด พอหลี่ตงได้ยิน ก็ชะงักไปนิดหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเหลือบมองหลี่เจ๋อ
[ดูท่าฉันคงไม่ต้องออกโรงตะล่อมแล้วมั้ง แต่ว่านะ... ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าพอย้อนเวลากลับมาแล้ว นิสัยของพ่อถึงได้ดูต่างไปจากพ่อที่เป็นคนรอบคอบและเจียมเนื้อเจียมตัวในความทรงจำก่อนย้อนเวลาลิบลับเลยล่ะ ? ]
[แปลกพิลึกชะมัด...]
หลี่ตงบ่นอุบอิบอยู่ในใจ
พอหลี่เจ๋อได้ยินก็แอบขำ
ไอ้ลูกหมาเอ๊ย ถึงกับกล้านินทาพ่อตัวเองในใจเลยเหรอ
แต่ว่านะ... ไอ้เด็กแสบเอ๊ย แกคงคิดไม่ถึงในฝันเลยล่ะสิ ว่าพ่อของแกคนนี้ได้ยินเสียงในใจแกชัดแจ๋วเลย ฮ่า ๆ !
หลี่เจ๋อรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาก็หอบโฉนดบ้านวิ่งแจ้นไปที่ธนาคารเพื่อทำเรื่องกู้เงินจำนองจริง ๆ
น่าเสียดายที่บ้านของเขาพื้นที่ไม่ได้กว้างขวางอะไร มีแค่เจ็ดสิบกว่าตารางเมตรเท่านั้น แถมราคาบ้านยุคนี้ก็ถูกแสนถูก ไม่เหมือนยุคหลัง ๆ ที่ต่อให้เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ระดับสามระดับสี่ ราคาบ้านก็พุ่งทะยานหลักหมื่นอัปต่อตารางเมตร เพราะฉะนั้น การเอาบ้านไปจำนองของหลี่เจ๋อ จึงกู้เงินมาได้แค่ไม่ถึงหกหมื่นหยวนเท่านั้น
แต่ว่า พอนำไปรวมกับกำไรจากร้านเน็ตในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา มันก็มากพอที่จะให้หลี่เจ๋อซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มได้อีกเจ็ดเครื่อง ซึ่งนี่ก็ทำให้จำนวนคอมพิวเตอร์ในร้านเน็ตของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พุ่งทะยานไปถึงสิบสามเครื่องรวดเดียว !
จำนวนคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าใช้บริการของร้านเน็ตเลยสักนิด
ต่อให้มีตั้งสิบสามเครื่อง ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอต่อความต้องการอันหิวโหยของบรรดาวัยรุ่น 'ติดเน็ต' จำนวนมากอยู่ดี แทบจะเรียกได้ว่าเต็มแน่นเอี๊ยดทุกช่วงเวลาของทุกวัน
โดยเฉพาะช่วงเวลาเหมารอบดึกนี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ยังไงซะ สิ่งล่อใจอย่างการลดราคาครึ่งหนึ่ง สำหรับพวกวัยรุ่น 'ติดเน็ต' แล้ว มันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธได้ยากมากจริง ๆ ยุคสมัยนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีปัญญาจ่ายค่าเล่นเน็ตชั่วโมงละห้าหยวนได้หรอกนะ
สำหรับพวกวัยรุ่น 'ติดเน็ต' ที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง แต่ก็อดใจไม่ไหวอยากจะเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การเหมารอบดึกจึงกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงขั้นมีบางคนอุตส่าห์ถ่อมาจองเครื่องเพื่อเหมารอบดึกกับหลี่เจ๋อตั้งแต่ตอนกลางวันแสก ๆ ด้วยซ้ำ
ดูเหมือนจะกลัวว่าพอถึงเวลาหลี่เจ๋อจะยกเครื่องให้คนอื่น เลยยอมจ่ายค่าเหมารอบดึกให้ก่อนล่วงหน้าเลยด้วยซ้ำ แล้วให้หลี่เจ๋อเขียนบิลใบเล็ก ๆ ไว้ให้เป็นหลักฐาน พอถึงเวลาก็แค่ถือบิลนั้นมาเล่นเน็ตได้เลย
หลี่เจ๋อก็รู้สึกสบายใจเฉิบไปอีกแบบ ยังไงซะเงินก็รับมาแล้ว
พอถึงเวลาก็แค่กันเครื่องไว้ให้พวกเขาก็พอ ส่วนพวกเขาจะมาหรือไม่มา อันนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาแล้ว
ยังไงซะหลี่เจ๋อก็บอกพวกเขาไปตรง ๆ แล้วว่า ในเมื่อจองเหมารอบดึกไว้แล้ว ถึงเวลาพวกเขาจะมาหรือไม่มา เงินก้อนนี้ก็ไม่คืนให้เด็ดขาด
จำนวนคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว รายรับของร้านเน็ตในแต่ละวันย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตามไปด้วย
วันนึงมีเงินเข้ากระเป๋าเป็นพันหยวน นี่มันจะฟินเกินไปแล้ว !
นี่มันเท่ากับเงินเดือนตั้งสองเดือนของเขาเมื่อก่อนเลยนะ !
แต่ตอนนี้ ใช้เวลาแค่วันเดียวก็หามาได้แล้ว นี่เป็นเรื่องที่หลี่เจ๋อในอดีตไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงด้วยซ้ำ