
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 8: สโนว์บอลทวีคูณ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ก้าวเข้าสู่ปี 99 แล้ว ร้านเน็ตของหลี่เจ๋อเปิดกิจการมาได้สามเดือนกว่าแล้ว การเติบโตของร้านเน็ตถึงแม้จะไม่ได้ถือว่าเร็วปรู๊ดปร๊าด แต่โดยพื้นฐานแล้วขอแค่หลี่เจ๋อมีเงินพอ เขาก็จะรีบซื้อคอมพิวเตอร์มาเติมในร้านทันที
ค่อย ๆ ทยอยซื้อเพิ่มทีละเครื่อง ๆ แบบนี้แหละ
ผ่านไปสามเดือนกว่า ยอดรวมคอมพิวเตอร์ในร้านเน็ต 'League of Legends' ก็พุ่งทะยานไปถึงสามสิบห้าเครื่องแล้ว !
จำนวนคอมพิวเตอร์แค่นี้ ยังห่างไกลจากคำว่าล้นตลาดอีกเยอะ
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้จำนวนคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นมากขนาดไหน แต่ก็แทบจะไม่เคยมีสถานการณ์ที่เครื่องว่างเลย คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องแทบจะเดินเครื่องทำเงินแบบฟูลโหลดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
คอมพิวเตอร์สามสิบห้าเครื่อง ทำรายรับต่อวันได้เกือบ ๆ สี่พันหยวน
บวกกับที่หลี่เจ๋อเริ่มเอาพวกน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว แล้วก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาวางขายพ่วงในร้านเน็ตตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน ก็พอจะทำกำไรเพิ่มได้อีกไม่มากก็น้อย
โดยพื้นฐานแล้ว รายรับต่อวันของร้านเน็ตในตอนนี้จะทรงตัวอยู่ที่ราว ๆ สี่พันหยวน
ส่วนเรื่องรายจ่ายน่ะเหรอ... ก็มีแค่ค่าไฟ ค่าภาษี ค่าเช่าร้าน แล้วก็ค่าจ้างคนคุมร้านสองคน ป้าแม่บ้านทำความสะอาดอีกหนึ่งคน แล้วก็เงินเดือนลูกพี่ลูกน้องของเขา รวม ๆ แล้วก็เป็นแค่ค่าจ้างของคนไม่กี่คนเท่านั้นแหละ
เอาเงินเดือนของทุกคนมารวมกัน เดือนนึงยังไม่ถึงสองพันหยวนด้วยซ้ำ
เงินแค่นี้ถ้าเทียบกับรายรับของร้านเน็ตในตอนนี้แล้ว มันจิ๊บจ๊อยซะจนแทบไม่ต้องเอามาใส่ใจเลย
หลี่เจ๋อในเวลานี้ ดูฮึกเหิมและราศีจับสุด ๆ ก็แหงล่ะสิ ตอนนี้เขาคือคนที่รายได้ต่อเดือนทะลุหลักแสนหยวนไปแล้วนะเว้ย !
ในยุคสมัยนี้ การหาเงินได้เดือนละแสนกว่าหยวน สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่แม้แต่ในฝันยังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ !
แต่ถึงอย่างนั้น หลี่เจ๋อก็ไม่ได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพราะเห็นว่าตัวเองหาเงินได้เยอะ เขายังคงนำเงินทั้งหมดไปลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะเขาสั่งซื้อคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง หลี่เจ๋อก็เลยได้ทีไปหักคอต่อราคากับคนขายคอมพิวเตอร์ จนกดราคาลงมาเหลือแค่เครื่องละ 9,000 หยวนได้สำเร็จ
แน่นอนว่า แลกกับการที่หลี่เจ๋อต้องให้คำมั่นสัญญาว่า ในแต่ละเดือนเขาจะสั่งซื้อคอมพิวเตอร์จากอีกฝ่ายไม่ต่ำกว่าสิบเครื่อง
ด้วยศักยภาพการทำกำไรของร้านเน็ตในปัจจุบัน โดยพื้นฐานแล้วแค่สัปดาห์เดียวหลี่เจ๋อก็สามารถซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มได้ตั้งสามสี่เครื่อง สโนว์บอลลูกนี้เรียกได้ว่ายิ่งกลิ้งก็ยิ่งก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมันไวกว่าตอนเปิดร้านแรก ๆ อย่างเทียบไม่ติด
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
จำนวนคอมพิวเตอร์ในร้านเน็ตก็เพิ่มขึ้นจนทะลุห้าสิบเครื่องไปแล้ว
รายรับในแต่ละวันพุ่งสูงทะลุหกพันหยวน !
ทว่า ตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนคอมพิวเตอร์ ก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา นั่นก็คือพื้นที่ร้านเริ่มไม่พอแล้ว หน้าร้านที่หลี่เจ๋อเช่ามาแต่แรกมีพื้นที่รวมแค่เจ็ดสิบกว่าตารางเมตร ตอนนี้ยัดคอมพิวเตอร์เข้าไปกว่าห้าสิบเครื่อง แถมยังมีเคาน์เตอร์อีกหนึ่งตัว สภาพร้านก็เลยดูแออัดยัดเยียดสุด ๆ
โชคดีที่ชั้นบนของร้านเน็ตว่างอยู่พอดี หลี่เจ๋อก็เลยตรงดิ่งไปหาเจ้าของบ้านเช่าของชั้นสอง แล้วเหมาเช่าพื้นที่ชั้นนั้นมาทั้งหมดเลย เพราะว่าเป็นชั้นสอง ค่าเช่าก็เลยถูกกว่าชั้นหนึ่งอยู่พอสมควร
ต่อให้พื้นที่ชั้นสองจะกว้างขวางถึงร้อยห้าสิบกว่าตารางเมตร แต่ค่าเช่าที่หลี่เจ๋อต่อรองมาได้นั้น ตกเดือนละแค่ 1,800 หยวนเท่านั้นเอง
หลังจากเช่าชั้นสองได้แล้ว หลี่เจ๋อก็รีบจ้างช่างมาตกแต่งร้านแบบง่าย ๆ ทันที
ตอนนี้มีเงินแล้ว ไม่จำเป็นต้องมานั่งตระหนี่ถี่เหนียวกับเงินแค่นิดหน่อยอีกต่อไป การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในร้านให้ดีขึ้น ยังไงก็ส่งผลดีต่อธุรกิจร้านเน็ตอยู่แล้ว
ก็แน่ล่ะสิ ตอนนี้ในเมืองเจียงโจวเริ่มมีร้านเน็ตเล็ก ๆ ทยอยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแล้ว
ถึงแม้ว่าร้านเน็ตพวกนั้นโดยพื้นฐานแล้วจะมีคอมพิวเตอร์แค่สามถึงห้าเครื่อง หรือถ้าเยอะหน่อยก็ไม่เกินสิบเครื่องแปดเครื่อง แต่บรรยากาศการแข่งขันมันก็เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
พอจะคาดเดาได้เลยว่า หลังจากนี้จะต้องมีร้านเน็ตโผล่ขึ้นมาอีกเพียบแน่นอน
หลี่เจ๋อเองก็จำต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่น ๆ พยายามยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของร้านเน็ตตัวเองให้ได้มากที่สุด...
โชคดีที่ช่วงเวลานี้ ถึงแม้จะมีร้านเน็ตเล็ก ๆ ทยอยเปิดตัวขึ้นหลายแห่ง แต่สำหรับภาพรวมตลาดของเมืองเจียงโจวแล้ว มันยังคงอยู่ในช่วงที่อุปสงค์มากกว่าอุปทานอยู่หลายขุม
โดยเฉพาะกระแสความฮิตถล่มทลายของเกมคอมพิวเตอร์อย่าง Age of Empires และ Red Alert มันเป็นตัวดึงดูดให้พวกวัยรุ่น 'ติดเน็ต' แห่แหนกันมาอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจร้านเน็ตก็เลยอยู่ในจุดที่ลูกค้าล้นทะลักอยู่ตลอดเวลา
อัตราการเข้าใช้บริการของร้านเน็ต 'League of Legends' ยังคงรักษาระดับไว้ได้มั่นคง โดยในหนึ่งวันจะมีเวลาอย่างน้อย 80% ที่มีคนนั่งเล่นคอมอยู่ และด้วยธุรกิจที่ขายดิบขายดีจนแทบจะถล่มทลายแบบนี้ บวกกับจำนวนคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ นี่แหละที่ทำให้สปีดการกลิ้งสโนว์บอลของร้านเน็ต 'League of Legends' ยิ่งมายิ่งเร็วขึ้น
จากก่อนหน้านี้ที่อาทิตย์นึงซื้อคอมเพิ่มได้แค่สามสี่เครื่อง หลัง ๆ มานี่ก็ค่อย ๆ ขยับขยายจนกลายเป็นสัปดาห์นึงสามารถซื้อคอมเพิ่มได้มากกว่าสิบเครื่องแล้ว !
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่สองของปี 99 จำนวนคอมพิวเตอร์ในร้านเน็ต 'League of Legends' ก็เพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดดจนทะลุ 160 เครื่องไปแล้ว
พื้นที่ทั่วทั้งชั้นสองก็ถูกคอมพิวเตอร์ตั้งวางจนเต็มแน่นเอี๊ยดเช่นเดียวกัน
ต่อให้จำนวนคอมพิวเตอร์จะพุ่งพรวดพราด แต่อัตราการเข้าใช้บริการของแต่ละเครื่องก็ตกลงมาบ้าง โดยพื้นฐานจะเหลือแค่อัตราการใช้งานประมาณ 70% เท่านั้น
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะจำนวนคอมพิวเตอร์มันเยอะพอที่จะชดเชยส่วนนั้นได้
ต่อให้เป็นวันธรรมดา รายรับต่อวันของร้านเน็ตก็ยังพุ่งไปแตะระดับ 12,000 ถึง 13,000 หยวนได้สบาย ๆ
พอถึงช่วงสุดสัปดาห์ รายรับยิ่งพุ่งกระฉูดไปถึง 17,000 ถึง 18,000 หยวนเลยทีเดียว !
อัตราการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ปาเข้าไป 90% อัป !
ทว่า เมื่อร้านเน็ตชั้นสองถูกคอมพิวเตอร์ยึดพื้นที่จนเต็มหมดแล้ว หลี่เจ๋อก็เริ่มคิดแผนที่จะเปิดสาขาใหม่
ก็แหงล่ะ ตอนนี้กระแสเงินสดหมุนเวียนในร้านเน็ตมันไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ เดือน ๆ นึงมีรายรับแตะระดับ 400,000 หยวน หักลบกลบหนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปแล้ว เงินกำไรเน้น ๆ ที่ร่วงเข้ากระเป๋าหลี่เจ๋อก็มีไม่ต่ำกว่า 370,000 ถึง 380,000 หยวน
มีเงินก้อนโตขนาดนี้ในมือ ถ้าไม่รีบเอาไปขยายกิจการเพื่อเอาเงินต่อเงิน มันก็ถือเป็นความผิดบาปชัด ๆ !
หลี่เจ๋อเป็นถึงพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย จะไปทำเรื่อง 'ผิดบาป' แบบนั้นได้ยังไงล่ะ จริงไหม ?