หน้าแรก > ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
บทที่ 16: เปิดสาขามหานครเซี่ยงไฮ้

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

spoilsoc.com

*ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร)

บทที่ 16: เปิดสาขามหานครเซี่ยงไฮ้

 

ขณะที่หลี่เจ๋อกำลังดูภาพวาดทั้งสองแผ่น ในใจของหลี่ตงกลับรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง

[ก็ไม่รู้ว่าที่ฉันตั้งใจวาดให้มันดูเหมือนเด็กเขี่ยเล่นแบบนี้ พ่อจะดูออกหรือเปล่า แล้วพ่อจะหัวไวพอที่จะเอาแบบร้านเน็ตที่ฉันวาด ไปปรับใช้กับร้านเน็ตที่จะเปิดในเซี่ยงไฮ้ไหมเนี่ย...]

 

[ถ้าเกิดพ่อไม่ 'เก็ท' ขึ้นมา ฉันก็ไม่รู้จะเตือนพ่อยังไงแล้วเหมือนกัน ก็ตอนนี้ฉันอายุยังไม่ถึงแปดขวบเลยนี่นา ต่อให้พูดอะไรไป พ่อก็คงไม่ฟัง ไม่เชื่ออยู่ดี]

[จะให้ไปบอกพ่อตรงๆ ว่า ลูกชายของพ่อคนนี้ย้อนเวลามาจากอนาคตนะ เพราะงั้นพ่อฟังผมเถอะ รับรองไม่มีพลาด... แบบนั้นก็ไม่ได้ป่าววะ?]

 

พอได้ยินความกังวลในใจของลูกชาย หลี่เจ๋อก็อดขำไม่ได้

แต่ทว่าสีหน้ากลับยังคงเรียบเฉย "อืม เสี่ยวตง ภาพสองแผ่นนี้ลูกวาดออกมาได้ไม่เลวเลยนะ โดยเฉพาะแผ่นนี้ ดูคล้ายๆ กับสไตล์การตกแต่งร้านเน็ตที่พ่อตั้งใจจะไปเปิดที่เซี่ยงไฮ้เลย"

หลี่เจ๋อชี้ไปที่ภาพวาดแผ่นที่ดูเรียบง่ายกว่า ซึ่งไม่ใช่แบบของเน็ตคาเฟ่ แล้วพูดขึ้น

หลี่ตงชะงักไปนิด คล้ายกับจะเหลือบมองหลี่เจ๋อด้วยความสงสัยเล็กน้อย

 

[เอ๊ะ หรือว่าพ่อจะคิดได้เองจริงๆ ว่าต้องตกแต่งร้านเน็ตที่เซี่ยงไฮ้ให้ออกมาเป็นสไตล์นี้?]

[ช่างเถอะ ไม่สนละ ไม่ว่าพ่อจะคิดเรื่องพวกนี้ได้เองจริงๆ หรือว่าพอเห็นภาพวาดของฉันแล้วรู้สึกว่าทำแบบนี้มันเวิร์คกว่า แต่เพื่อรักษาฟอร์มก็เลยจงใจพูดไปแบบนั้น... ยังไงซะขอแค่ผลลัพธ์มันออกมาเหมือนกันก็พอแล้ว]

 

พอได้ยินเสียงในใจของลูกชาย มุมปากของหลี่เจ๋อก็กระตุกยิกๆ

ไอ้เด็กแสบเอ๊ย นี่แก... ว่างนักหรือไงถึงได้ขยันบ่นด่าพ่อตัวเองนักฮะ

ช่างเถอะ ยังไงซะก็เป็นสายเลือดตัวเอง! เราจะไม่ถือสาก็แล้วกัน...

 

หลังจากดูภาพวาดของลูกชายเสร็จ หลี่เจ๋อก็มีแผนอยู่ในใจแล้วว่าจะจัดการกับร้านเน็ตที่เซี่ยงไฮ้ยังไงดี

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาก็นั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังเซี่ยงไฮ้ทันที สามชั่วโมงต่อมา ในที่สุดหลี่เจ๋อก็มาถึง

ทันทีที่ก้าวออกจากสถานีรถไฟ มองดูตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบๆ และรถราที่วิ่งกันขวักไขว่บนท้องถนน หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่ง

 

เซี่ยงไฮ้สมกับเป็นมหานครจริงๆ ตึกสูงตระหง่านแต่ละตึกพวกนี้ แล้วก็รถเก๋งที่วิ่งกันให้ควั่กเต็มถนนนี่อีก...

จึ๊ๆ เจริญกว่าเจียงโจวไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า!

ในช่วงสองวันหลังจากนั้น หลี่เจ๋อก็เริ่มตระเวนสำรวจไปทั่วเซี่ยงไฮ้ ด้านหนึ่งก็เพื่อดูลาดเลาสถานการณ์ของร้านเน็ตในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งรวมถึงการตกแต่ง สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของร้านเน็ตเหล่านั้น

อีกด้านหนึ่งก็คือเรื่องของราคา

 

ร้านเน็ตในเซี่ยงไฮ้ทุกๆ ด้านนั้นเหนือกว่าร้านเน็ตเล็กๆ ในเจียงโจวมากจริงๆ และยังเหนือกว่าร้านเน็ตทั้งสองสาขาของหลี่เจ๋อในเจียงโจวอีกด้วย

แต่ทว่า พอเอาไปเทียบกับภาพวาดของลูกชายหลี่ตงแล้ว มันก็ยังห่างชั้นกันอยู่อีกไกล

 

ส่วนเรื่องค่าบริการร้านเน็ตในเซี่ยงไฮ้ หลี่เจ๋อเดินสำรวจร้านเน็ตขนาดใหญ่มาสิบกว่าแห่ง โดยพื้นฐานแล้วราคาจะอยู่ที่สามหยวนครึ่งถึงสี่หยวนต่อชั่วโมง ซึ่งถูกกว่าที่เจียงโจวอยู่พอสมควร

ก็เมืองใหญ่นี่นา การแข่งขันที่ดุเดือดกว่าย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

นอกจากการดูลาดเลาสภาพธุรกิจของร้านเน็ตอื่นๆ แล้ว หลี่เจ๋อก็ตระเวนหาทำเลและหน้าร้านที่เหมาะกับการเปิดร้านเน็ตไปด้วย

เพียงแต่เซี่ยงไฮ้มันกว้างใหญ่เกินไปจริงๆ เวลาแค่สองสามวันสั้นๆ เขาไม่มีทางเดินสำรวจได้ทั่วทุกซอกทุกมุมหรอก เมื่อนำเรื่องค่าเช่ามาพิจารณาประกอบด้วย ในที่สุดหลี่เจ๋อก็เลือกเช่าหน้าร้านที่มีพื้นที่ประมาณห้าร้อยตารางเมตรในเขตผู่ตง

 

ค่าเช่าสูงถึงเดือนละสามหมื่นสองพันหยวน!

ยังไงซะที่นี่ก็คือเซี่ยงไฮ้ ต่อให้เป็นเขตผู่ตงใหม่ ราคาค่าเช่าก็ไม่ใช่สิ่งที่เมืองเจียงโจวจะเอามาเทียบติดได้เลย

นอกจากนี้ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่อีกถึงสามแห่ง ขอแค่ร้านเน็ตเปิดบริการเมื่อไหร่ ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องฐานลูกค้าเลย

หลังจากเช่าหน้าร้านเรียบร้อย หลี่เจ๋อก็รีบติดต่อหาทีมช่างรับเหมาในเซี่ยงไฮ้ทันที พร้อมกับให้ดีไซเนอร์ของอีกฝ่ายร่างแบบแปลนการตกแต่งออกมาตามความต้องการของเขา

 

โดยหลักๆ แล้วก็คือการลอกแบบมาจากภาพวาดของลูกชายหลี่ตงนั่นแหละ

ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ แค่รายละเอียดต่างๆ มันสมบูรณ์แบบมากขึ้น

 

แต่ว่า การตกแต่งร้านเน็ตในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการให้เสร็จได้ภายในสัปดาห์เดียว ตามระยะเวลาที่ทีมช่างประเมินมา น่าจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง

สำหรับหลี่เจ๋อแล้ว แบบนี้ก็ถือว่ากำลังดีเลย

 

ความจริงแล้วตอนนี้เงินในมือเขาก็มีเหลือไม่เท่าไหร่ หลังจากจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนบวกกับเงินมัดจำอีกสามเดือนไปแล้ว เขาก็เหลือเงินทุนหมุนเวียนให้ใช้ได้ไม่ถึงสองแสนหยวนเท่านั้น

หลังจากนี้ยังต้องไปซื้อวัสดุตกแต่ง จ่ายค่าจ้างทีมช่างรับเหมา แถมยังต้องจัดซื้อพวกโต๊ะเก้าอี้คอมพิวเตอร์ ระบบระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ... และอื่นๆ อีกจิปาถะ ซึ่งเงินแค่นี้มันไม่มีทางเหลือพอไปซื้อคอมพิวเตอร์แน่นอน

 

การมีเวลาให้ตั้งหลักสักเดือนกว่าๆ พอถึงตอนนั้น หลี่เจ๋อก็จะสามารถดึงเงินทุนกลับมาได้เป็นล้านหยวนจากร้านเน็ตสองสาขาที่เมืองเจียงโจว

เมื่อถึงเวลาก็ไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์มาสักร้อยกว่าเครื่อง แค่นี้ก็พอจะถูไถเปิดร้านเน็ตสาขาเซี่ยงไฮ้นี้ไปก่อนได้แล้ว

 

คอมพิวเตอร์แค่ร้อยกว่าเครื่อง ย่อมไม่มีทางวางเต็มพื้นที่ห้าร้อยกว่าตารางเมตรได้อยู่แล้ว

ถึงแม้หลี่เจ๋อจะไม่ได้ตั้งใจวางคอมพิวเตอร์ซะแน่นเอี๊ยดเหมือนสาขาที่เจียงโจว แต่เขาก็วางแผนไว้ว่าจะลงคอมพิวเตอร์ให้ได้ประมาณสามร้อยเครื่อง

 

ถ้าทำแบบนี้ ร้านก็จะไม่ดูแออัดจนเกินไป

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ก้าวเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ปี 99 แล้ว

ร้านเน็ตสาขาเซี่ยงไฮ้ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นรวมถึงพวกโต๊ะเก้าอี้ก็จัดเตรียมไว้หมดแล้ว เหลือก็แค่การจัดซื้อคอมพิวเตอร์เท่านั้น

 

ในช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ร้านเน็ตสองสาขาที่เจียงโจวทำเงินไปได้ประมาณหนึ่งล้านสามแสนกว่าหยวน

สาเหตุหลักก็เป็นเพราะจำนวนคนที่มาเติมเงินสมัครสมาชิกมีไม่น้อยแล้ว

สมาชิกที่มาใช้บริการจะหักเงินจากบัญชีที่เคยเติมไว้ก่อนหน้านี้โดยตรง ซึ่งมันไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ใหม่เข้ามาแต่อย่างใด

 

ดังนั้น ผ่านไปหนึ่งเดือนครึ่ง ร้านเน็ตทั้งสองสาขาถึงทำเงินไปได้แค่ล้านสามแสนกว่าหยวนเท่านั้น

แต่ทว่า เมื่อนำไปรวมกับเงินเติมสมาชิกจากลูกค้ารายใหม่ๆ เงินทุนหมุนเวียนในมือของหลี่เจ๋อก็ยังคงสูงถึงหนึ่งล้านเจ็ดแสนกว่าหยวนอยู่ดี

 

ตัวเลขนี้เยอะกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากทีเดียว

แต่ว่า คอมพิวเตอร์ที่ต้องจัดซื้อมาลงที่ร้านเน็ตสาขาเซี่ยงไฮ้นั้น จะใช้วิธีสั่งจากหลินหยวนโดยตรงแบบเดิมไม่ได้แล้ว ยังไงซะ การสั่งของจากฝั่งนี้แล้วขนส่งข้ามไปที่นู่น มันจะทำให้ต้นทุนสูงปรี๊ดขึ้นมาอย่างเปล่าประโยชน์

 

อีกอย่าง ช่วงที่ผ่านมานี้หลี่เจ๋อก็เทียวไปเทียวมาที่เซี่ยงไฮ้อยู่บ่อยๆ ด้านหนึ่งก็เพื่อไปคุมงานทีมช่างตกแต่ง อีกด้านหนึ่งก็เพื่อไปสืบราคาคอมพิวเตอร์ทางฝั่งเซี่ยงไฮ้ด้วย

เปิดร้านเน็ตมาตั้งนานขนาดนี้ หลี่เจ๋อไม่ใช่ไก่อ่อนเรื่องคอมพิวเตอร์เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

สำหรับสเปคคอมพิวเตอร์รุ่นฮิตในตลาดตอนนี้ เรียกได้ว่าเขารู้ลึกรู้จริงหลับตาจัดสเปคยังได้เลย

 

จากข้อมูลที่เขาสืบมา คอมพิวเตอร์สเปคเดียวกัน ราคาทางฝั่งเซี่ยงไฮ้ความจริงแล้วถูกกว่าที่เจียงโจวเยอะมาก เผลอๆ จะถูกกว่าราคาที่เขารับมาจากหลินหยวนซะด้วยซ้ำ

ก็แหงล่ะ ที่นี่คือเซี่ยงไฮ้นี่นา การแข่งขันในทุกๆ วงการย่อมดุเดือดกว่าเมืองเล็กๆ เป็นธรรมดา

นอกจากนี้ สเปคคอมพิวเตอร์รุ่นฮิตในปี 99 ก็ได้รับการอัปเกรดให้แรงกว่าปี 98 ไปอีกขั้นแล้วด้วย

แต่ราคากลับถูกลงกว่าตอนปี 98 นิดหน่อยซะงั้น

 

หลี่เจ๋อผู้ซึ่งไม่ใช่ไก่อ่อนเรื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป ในครั้งนี้เขาตรงดิ่งไปหาตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในพื้นที่เซี่ยงไฮ้โดยตรง หลังจากเปรียบเทียบราคามาแล้วสามร้าน ทั้งตื๊อทั้งต่อรองสารพัด ในที่สุดก็ตกลงกันได้สำเร็จ

 

เขากดราคาคอมพิวเตอร์ลงมาเหลือเครื่องละ 8,100 หยวน สเปคเป็นรุ่นฮิตในตลาดปัจจุบัน รับประกันว่าสามารถรันเกมคอมพิวเตอร์ยอดฮิตในท้องตลาดส่วนใหญ่ได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

ถึงแม้ว่าการดีลกับตัวแทนจำหน่ายที่เซี่ยงไฮ้ จะไม่สามารถใช้วิธีวางมัดจำครึ่งหนึ่งแล้วค่อยเคลียร์ส่วนที่เหลือภายในหนึ่งเดือนเหมือนตอนที่ดิวกับหลินหยวนได้ก็ตาม

 

แต่ตอนนี้ในมือของหลี่เจ๋อมีเงินทุนตั้งล้านเจ็ดแสนกว่าหยวน

เขาก็เลยสั่งซื้อคอมพิวเตอร์รวดเดียวสองร้อยเครื่องไปเลย!

แต่ทว่า ในจำนวนนั้น มีคอมพิวเตอร์อยู่ห้าสิบเครื่องที่หลี่เจ๋อเลือกจัดสเปคสูงปรี๊ด ซึ่งราคาจะแพงกว่าปกติประมาณสองพันหยวนต่อเครื่อง

 

คอมพิวเตอร์สเปคเทพทั้งห้าสิบเครื่องนี้ หลี่เจ๋อเตรียมเอาไว้จัดลงในโซนวีไอพีแบบมีคอกกั้น กับโซนเฉพาะสุภาพสตรีโดยเฉพาะ และก็เป็นเพราะหลี่เจ๋อสั่งซื้อในปริมาณมหาศาลนี่แหละ ถึงได้สามารถกดราคาลงมาได้ต่ำขนาดนี้

 

ส่วนเงินที่เหลือ หลี่เจ๋อยังต้องเอาไปเดินเรื่องขอติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตให้ร้านเน็ตอีก

ทางฝั่งเซี่ยงไฮ้นี้เริ่มฮิตการเล่นอินเทอร์เน็ตกันแล้ว ทั้งการล็อกอินเข้าเว็บบอร์ด BBS หรือพวกห้องแชทอะไรทำนองนั้น

การได้พูดคุยโม้สัพเพเหระกับ 'ชาวเน็ต' จากทั่วทุกสารทิศที่ไม่รู้จักกันเลย ถือเป็นเรื่องที่ล้ำยุคและอินเทรนด์สุดๆ ในยุคสมัยนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ ร้านเน็ต 'League of Legends' สาขามหานครเซี่ยงไฮ้ ก็ได้ฤกษ์เปิดกิจการอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 13 กรกฎาคม!

 

วันนั้นบังเอิญตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี

หลี่เจ๋ออุตส่าห์เดินทางมาปักหลักคุมงานที่เซี่ยงไฮ้ล่วงหน้าตั้งแต่วันก่อนเปิดร้าน

นอกจากนี้ เฉินควนก็ถูกเขาโยกตัวมาที่เซี่ยงไฮ้ เพื่อให้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลความเรียบร้อยรายวันของร้านเน็ตสาขานี้โดยเฉพาะ ถึงแม้หลี่เจ๋อจะรับสมัครคนคุมร้านเน็ตมาเพิ่มสองคน รวมถึงพนักงานแคชเชียร์และพนักงานบริการอีกหลายคนแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังไว้ใจเฉินควนมากกว่าอยู่ดี

 

ยังไงซะเฉินควนก็ทำงานกับเขามาหลายเดือนแล้ว หลี่เจ๋อรู้จักนิสัยใจคอของเขาเป็นอย่างดี

แน่นอนว่า หลี่เจ๋อก็ได้ขึ้นเงินเดือนให้เฉินควนด้วย โดยเพิ่มให้เป็นเท่าตัว กระโดดไปถึงหนึ่งพันหกร้อยหยวนต่อเดือนเลยทีเดียว

Copyright © 2019 spoilsoc.com All rights reserved.