
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 19: การพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ธุรกิจร้านเน็ตขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีคนมาสมัครสมาชิกเป็นจำนวนมาก ก็แหงล่ะ สภาพแวดล้อมและทุกสิ่งทุกอย่างของร้านเน็ต League of Legends เหนือกว่าร้านเน็ตอื่นๆ อยู่หลายขุม ต่อให้ราคาค่าบริการโซนวีไอพีจะแพงกว่าร้านอื่นหนึ่งหยวนก็เถอะ
แต่ถ้าสมัครสมาชิกแล้ว ก็ถือว่าราคาพอกันนั่นแหละ
แถมถ้าเติมเงินรวดเดียวหนึ่งพันหยวน ยังถูกกว่าร้านเน็ตทั่วไปอีกต่างหาก
สำหรับคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นและค่อนข้างมีฐานะ พวกเขาย่อมเลือกสมัครสมาชิกอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีมหาวิทยาลัยสามแห่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยดึงดูดลูกค้าที่เป็นนักศึกษาเข้ามาได้อีกเพียบ
หลี่เจ๋อยังไม่ได้กลับเจียงโจว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ที่ร้านเน็ตเพื่อคอยตรวจตราสถานการณ์
ต่อให้จะพ้นช่วงโปรโมชั่นลดครึ่งราคาในช่วงสามวันแรกไปแล้ว ธุรกิจของร้านก็ไม่ได้ซบเซาลงเลยแถมยังคึกคักอยู่เช่นเดิม ผ่านไปเพียงแค่สามวันแรกที่เปิดร้าน ยอดรวมสมาชิกก็พุ่งไปแตะระดับหนึ่งพันห้าร้อยกว่าคนแล้ว!
เงินจากการเติมเงินสมาชิกที่เก็บกลับมาได้นั้นสูงถึงหนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นหยวนเลยทีเดียว!
บวกกับรายรับบางส่วนที่ไม่ได้มาจากการสมัครสมาชิก ตอนนี้เงินทุนในมือของหลี่เจ๋อก็พุ่งทะลุหนึ่งล้านสามแสนหยวนไปเรียบร้อยแล้ว!
ในเมื่อมีเงินอยู่ในมือ หลี่เจ๋อย่อมไม่ปล่อยให้เงินจมอยู่เฉยๆ เขารีบไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพิ่มอีกหนึ่งร้อยเครื่อง เพื่ออัดฉีดให้ร้านเน็ตเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ครบครัน
"ดูท่าอีกไม่กี่วันก็คงได้หาหน้าร้านเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกแล้วสินะ..." หลี่เจ๋อครุ่นคิดอยู่ในใจ
การอาศัยเงินจากยอดเติมสมาชิกมาใช้ขยายกิจการนั้น รวดเร็วกว่าการรอรายรับรายวันจากธุรกิจร้านเน็ตเพียงอย่างเดียวอยู่มากโข
หลี่เจ๋อตั้งใจจะคัดลอกโมเดลธุรกิจแบบนี้ไปใช้ให้รวดเร็วที่สุด เพื่อเร่งจังหวะการขยายกิจการ โดยมีเป้าหมายว่าในแต่ละเขตของมหานครเซี่ยงไฮ้ จะต้องมีร้านเน็ต League of Legends อย่างน้อยเขตละหนึ่งสาขาให้ได้!
เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลี่เจ๋อก็เล็งหน้าร้านขนาดกว่าสี่ร้อยตารางเมตรในเขตผู่โถวของเซี่ยงไฮ้เอาไว้ และเริ่มการตกแต่งทันที
หนึ่งเดือนกว่าๆ ต่อมา ร้านเน็ตสาขาที่สี่ ซึ่งเป็นสาขาที่สองในเซี่ยงไฮ้ของหลี่เจ๋อ ก็ได้ฤกษ์เปิดกิจการอย่างเป็นทางการ หลังจากสาขาใหม่เปิดให้บริการ ก็ดึงดูดลูกค้าที่เข้ามาสมัครสมาชิกเติมเงินได้อีกระลอกใหญ่
ระดับการใช้จ่ายในเซี่ยงไฮ้นั้นสูงกว่าเมืองเจียงโจวอยู่มากจริงๆ คนที่มาสมัครสมาชิก ส่วนใหญ่มักจะเติมกันทีละห้าร้อยหรือหนึ่งพันหยวน ซึ่งก็ทำให้หลี่เจ๋อสามารถเก็บเงินทุนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปลงทุนต่อให้กับร้านเน็ตสาขาใหม่ๆ ต่อไป
บวกกับรายได้ที่ไหลกลับเข้ามาจากร้านเน็ตทั้งสี่สาขา... ในช่วงสามเดือนสั้นๆ หลังจากร้านเน็ตสาขาที่สองในเซี่ยงไฮ้เปิดตัว ร้านเน็ต League of Legends ในเซี่ยงไฮ้ก็มีสาขาเพิ่มขึ้นถึงห้าแห่งแล้ว!
เรียกได้ว่าใช้ความเร็วในการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยเดือนละหนึ่งแห่งเลยทีเดียว
แถมในแต่ละสาขาของเซี่ยงไฮ้ ยังมีคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่าสองร้อยเครื่อง ส่วนสาขาที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีคอมพิวเตอร์มากถึงสี่ร้อยกว่าเครื่องเลยทีเดียว!
เงินที่ใช้ในการเปิดร้านเน็ตสาขาใหม่ ส่วนใหญ่ล้วนมาจากเงินเติมสมาชิกของร้านเน็ตทั้งหลายทั้งสิ้น
นี่มันเท่ากับเป็นการ 'ยืมเงินมาต่อเงิน' ล้วนๆ
ในเวลานี้ถ้ารวมสาขาในเซี่ยงไฮ้กับเจียงโจวเข้าด้วยกัน มีทั้งหมดเจ็ดสาขา ถ้าไม่นับเงินจากการเติมสมาชิก แค่รายได้จากการเปิดร้านเน็ตทุกวันนี้ก็ทำเงินให้หลี่เจ๋อได้มากกว่าหนึ่งแสนหยวนแล้ว!
ทว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นที่เซี่ยงไฮ้หรือเจียงโจว ต่างก็มีร้านเน็ตผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด
การแข่งขันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นมีร้านเน็ตบางร้านเริ่มลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้ากันแล้ว
ด้วยเหตุนี้ หลี่เจ๋อจึงจำต้องปรับลดค่าบริการรวมลง 0.5 หยวนต่อชั่วโมง
แม้จะรู้สึกปวดใจอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ปลายเดือนธันวาคม เมื่อเห็นว่าสหัสวรรษใหม่ใกล้จะมาถึง หลี่เจ๋อก็ได้เดินทางกลับไปที่เจียงโจวอีกครั้ง
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาจะใช้เวลาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ จะมีก็แค่นานๆ ครั้งที่จะกลับมาเจียงโจวสักสองสามวัน โชคดีที่เขารู้ว่าลูกชายเป็นผู้ย้อนเวลามา เลยไม่ได้กังวลเรื่องที่ต้องทิ้งให้ลูกอยู่บ้านคนเดียว ทำให้หลี่เจ๋อไร้ความกังวลใจไปได้เปลาะหนึ่ง
"เสี่ยวตง ไม่งั้นพอถึงช่วงปิดเทอมฤดูหนาว ลูกไปเซี่ยงไฮ้กับพ่อดีไหม เดี๋ยวพ่อจะหาโรงเรียนที่นั่นให้ แล้วเทอมหน้าลูกก็ไปเรียนที่นู่นเลย เป็นไง?" หลี่เจ๋อถามลูกชาย
พอหลี่ตงได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที "ดีเลยฮะพ่อ"
เขาเว้นจังหวะไปนิด เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วกรอกตาไปมา ก่อนจะพูดขึ้นว่า "แต่ว่า พ่อฮะ ถ้าพวกเราไปอยู่เซี่ยงไฮ้กัน แล้วพวกเราจะไปอยู่ไหนกันล่ะฮะ?"
[ตอนนี้มันยังไม่ถึงปี 2000 เลยนี่นา ราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้น่าจะอยู่ที่ตารางเมตรละแค่สองสามพันหยวนเองมั้ง เผลอๆ ย่านที่ค่อนข้างห่างไกลหน่อย อาจจะไม่ถึงสองพันหยวนด้วยซ้ำ]
[ถ้าตอนนี้สามารถซื้อบ้านเก็บไว้ที่เซี่ยงไฮ้สักสองสามหลัง ต่อให้อนาคตไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นอนกินดอกผลไปอีกสักยี่สิบปี มูลค่ามันก็น่าจะพุ่งไปถึงระดับร้อยล้านแล้ว!]
[จริงสิ ราคาบ้านในปักกิ่ง จำได้ว่าตอนนี้ดูเหมือนจะถูกกว่าเซี่ยงไฮ้อีกนะ ไม่งั้นลองยุพ่อให้ไปซื้อบ้านทิ้งไว้ที่ปักกิ่งสักสองสามหลังดีไหมนะ?]
[อืม... ถ้าซื้อบ้านที่ปักกิ่ง... ที่ดีที่สุดก็คงต้องเป็น 'บ้านตระกูลซื่อเหอย่วน' (บ้านล้อมลาน) รู้ไหมว่าในยุคหลังๆ บ้านซื่อเหอย่วนในปักกิ่งแค่หลังเดียวราคาก็พุ่งไปถึงระดับร้อยล้านแล้ว ถ้าทำเลดีๆ เผลอๆ อาจจะแตะหลายร้อยล้านด้วยซ้ำ แถมมีเงินก็อาจจะซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ...] หลี่ตงพึมพำครุ่นคิดอยู่ในใจ
เสียงในใจของเขา ย่อมตกไปอยู่ในห้วงความคิดของหลี่เจ๋อทั้งหมด
หลี่เจ๋อเองก็ถึงกับตะลึง บ้านที่เซี่ยงไฮ้สองสามหลังผ่านไปยี่สิบปีจะมีมูลค่าถึงระดับร้อยล้านเลยเหรอ? บ้านซื่อเหอย่วนที่ปักกิ่งอาจจะแพงถึงหลังละหลายร้อยล้านเชียวเหรอ? น...นี่มันเกินจริงไปหน่อยแล้วมั้ง!
ต่อให้ตอนนี้หลี่เจ๋อจะถือว่าเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งแล้ว ร้านเน็ตหลายสาขาหาเงินได้เดือนละสองถึงสามล้านหยวนสบายๆ แต่มูลค่าหลักร้อยล้านแบบนี้... มันก็ยังเหนือกว่าจินตนาการของเขาอยู่ดี
ชั่วขณะนั้น ในใจของหลี่เจ๋อก็เริ่มคำนวณวางแผน สำหรับราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้ เขาพอจะรู้อะไรมาบ้างอยู่แล้ว ยังไงซะครึ่งปีที่ผ่านมาเขาก็ใช้เวลาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เป็นส่วนใหญ่ จะด้วยความตั้งใจหรือโดนบังคับ เขาก็พอจะได้ยินผ่านหูมาบ้าง
จากที่เขาพอจะรู้มา ตอนนี้ในบางพื้นที่ของเซี่ยงไฮ้ที่เป็นย่านค่อนข้างธรรมดาและบ้านค่อนข้างเก่า ราคาซื้อขายอยู่ที่หนึ่งพันหกร้อยถึงหนึ่งพันเจ็ดร้อยหยวนเท่านั้นเอง ต่อให้เป็นโครงการใหม่ในย่านที่ดีหน่อย ก็ยังไม่ถึงสามพันหยวนต่อตารางเมตรเลย
คำนวณดูแล้ว บ้านขนาดร้อยตารางเมตร จ่ายเงินก้อนเดียวก็แค่ประมาณแสนกว่าไปจนถึงสามแสนกว่าหยวนเท่านั้นเอง เงินแค่นี้สำหรับหลี่เจ๋อในตอนนี้ มันก็แค่รายได้จากร้านเน็ตไม่กี่วันเท่านั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย