
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 21: นักศึกษาเกียรตินิยม
หลังจากซื้อบ้านในเซี่ยงไฮ้ได้สิบหลังแล้ว หลี่เจ๋อก็ยังไม่ได้รีบร้อนเดินทางไปกว้านซื้อบ้านต่อที่ปักกิ่ง กว่างโจว หรือเซินเจิ้น แต่เขาเลือกที่จะจัดการสัมภาษณ์รับสมัครพนักงานเสียก่อน
เมื่อห้าวันก่อน ตอนที่เขากลับมาที่เซี่ยงไฮ้ เขาได้สั่งให้เฉินควนไปประกาศรับสมัครงานที่ตลาดแรงงานในเซี่ยงไฮ้
เฉินควนมีหน้าที่แค่คอยรับเรซูเม่และคัดกรองเบื้องต้นตามความต้องการของหลี่เจ๋อเท่านั้น ส่วนการสัมภาษณ์รอบสุดท้าย หลี่เจ๋อต้องเป็นคนลงมือเอง
ครั้งนี้เขาต้องการรับสมัครพนักงานบัญชีหนึ่งตำแหน่ง ผู้จัดการร้านเน็ตหนึ่งตำแหน่ง เพื่อมาช่วยวางแผนและบริหารจัดการร้านเน็ตทั้งหมด รวมถึงผู้ช่วยส่วนตัวอีกหนึ่งตำแหน่ง
ด้วยเหตุนี้ หลี่เจ๋อจึงตั้งใจไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ ในชื่อ 'บริษัท ร้านเน็ต League of Legends จำกัด' แน่นอนว่าเรื่องการเดินเรื่องเอกสารต่างๆ เขาใช้วิธีจ่ายเงินจ้างบริษัทตัวแทนให้จัดการให้เสร็จสรรพ ตัวเขาเองไม่มีเวลาว่างมาวิ่งเรื่องเองหรอก
เนื่องจากบริษัทยังไม่มีสถานที่ทำงานที่เป็นกิจจะลักษณะ การสัมภาษณ์งานหลี่เจ๋อจึงกำหนดให้จัดขึ้นที่ห้องพักรับรองของร้านเน็ต League of Legends สาขาซวีหุ่ย
ขณะที่มองดูผู้สมัครแต่ละคนที่ทยอยเดินเข้ามาสัมภาษณ์ทีละคน หลี่เจ๋อรู้สึกถึงความพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะผู้สมัครแต่ละคนล้วนมีดีกรีจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยของแท้กันทั้งสิ้น
นี่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หลี่เจ๋อกำหนดไว้
สิ่งที่เขาขาดในตอนนี้ไม่ใช่คนเดินเอกสารหรือคนงานจิปาถะ แต่เป็นบุคลากรที่สามารถทำงานให้เขาได้จริงๆ มีทักษะและความสามารถระดับมืออาชีพ ที่จะมาช่วยบริหารจัดการร้านเน็ตในสังกัด หรือแม้แต่ส่งไปบุกเบิกตลาดใหม่ในเมืองอื่นๆ แต่หลี่เจ๋อก็รู้ดีว่าในยุคสมัยนี้ เด็กจบปริญญาตรียังถือว่าเป็นของมีค่าระดับพรีเมียม
บริษัทของเขาเป็นแค่บริษัทร้านเน็ต ถ้าอยากจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มาทำงานด้วย ก็ต้องทุ่มเงินในส่วนของค่าตอบแทนให้ถึง
ดังนั้น ตอนที่เขาให้เฉินควนไปประกาศรับสมัครงานที่ตลาดแรงงาน เขาจึงสั่งให้ระบุเงินเดือนในป้ายโฆษณารับสมัครงานให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดทั่วไปถึงกว่า 50% สมกับคำกล่าวที่ว่า 'มีเงินจ้างผีโม่แป้งได้'
นอกจากบุคลากรระดับหัวกะทิสุดๆ แล้ว สำหรับเด็กจบปริญญาตรีทั่วไป ขอแค่ให้เงินถึง การจะหาคนมาทำงานก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างน้อยที่สุด หลังจากผ่านการคัดกรองเบื้องต้น วันนี้ก็ยังมีคนมาเข้าสัมภาษณ์อีกเป็นสิบคน
คนแรกที่หลี่เจ๋อตัดสินใจเลือกก็คือพนักงานบัญชี
อีกฝ่ายเป็นนักบัญชีที่มีประสบการณ์ทำงานมาห้าปี เคยทำงานในรัฐวิสาหกิจที่เป็นทางการมาก่อน เพียงแต่รัฐวิสาหกิจที่เขาเคยทำนั้นดันปิดตัวลง เลยต้องหาหนทางใหม่
ตามปกติแล้ว บริษัทร้านเน็ตคงไม่มีทางอยู่ในสายตาของเขา
แต่เงินเดือนที่หลี่เจ๋อเสนอให้นั้นสูงมาก สูงกว่าราคาตลาดถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ เขาจึงตัดสินใจมาลองดูสักตั้ง
หลังจากตกลงรับพนักงานบัญชีได้แล้ว อีกไม่นานหลี่เจ๋อก็เคาะเลือกผู้จัดการได้สำเร็จ
อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงอายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี แม้จะจบจากมหาวิทยาลัยระดับรอง แต่จุดแข็งคือมีประสบการณ์การทำงานมาบ้าง เคยอยู่ในตำแหน่งระดับบริหารในโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาก่อน
อีกอย่างคือสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเรียนเอกวิศวกรรมสารสนเทศ จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี
แม้ประสบการณ์การทำงานก่อนหน้านี้ของเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารร้านเน็ตเลย แต่หลี่เจ๋อก็ตัดสินใจให้เธอได้ลองทำดู ยังไงซะก็มีช่วงทดลองงานอยู่หนึ่งเดือน
เมื่อยืนยันเรื่องพนักงานบัญชีและผู้จัดการบริษัทได้แล้ว ก็เหลือเพียงแค่ผู้ช่วยส่วนตัว
และในขณะนี้ ตรงหน้าหลี่เจ๋อกำลังมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังแนะนำตัวอย่างฉะฉาน
พออีกฝ่ายแนะนำตัวเสร็จ หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเธอแล้วถามว่า "คุณเสิ่นเชี่ยนหรูใช่ไหมครับ ผมสงสัยอยู่อย่าง ในเมื่อคุณเป็นถึงนักศึกษาเกียรตินิยมที่จบจากมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์เซี่ยงไฮ้ ทำไมถึงยินดีมาสมัครงานที่บริษัทร้านเน็ตเล็กๆ ของผมล่ะ?"
เขาเว้นจังหวะไปนิด แล้วพูดต่อ "มหาวิทยาลัยการเงินฯ ของเซี่ยงไฮ้ก็ถือว่าเป็นสถาบันชั้นนำนะ นักศึกษาหัวกะทิอย่างคุณไม่ควรจะไปอยู่ตามองค์กรขนาดใหญ่หรือบริษัทต่างชาติหรอกเหรอ?"
"อีกอย่าง ผมดูจากเรซูเม่ของคุณเห็นระบุว่า คุณเคยทำงานที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งมาปีกกว่า ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะครับ?" "ไม่ทราบว่าสะดวกพอจะเล่าให้ฟังไหมครับ แน่นอนว่าถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร ผมไม่บังคับ"
พอได้ยินคำถามของหลี่เจ๋อ หญิงสาวที่ชื่อเสิ่นเชี่ยนหรูกัดริมฝีปากล่างเบาๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบว่า "ความจริงแล้วไม่ปิดบังเถ้าแก่หลี่หรอกค่ะ สาเหตุที่ดิฉันมาสมัครงานที่บริษัทคุณ เป็นเพราะเงินเดือนที่สูงถึงสามถึงสี่พันหยวนตามที่ระบุไว้ในโฆษณารับสมัครงานเป็นเหตุผลสำคัญส่วนใหญ่เลยค่ะ"
"เพราะตอนนี้ดิฉันค่อนข้างร้อนเงิน เลยอยากหางานที่มีรายได้ค่อนข้างสูงค่ะ"
"ส่วนเรื่องที่คุณถามว่าทำไมดิฉันถึงลาออกจากรัฐวิสาหกิจแห่งนั้น..."
เสิ่นเชี่ยนหรูกัดฟันแน่น แล้วพูดต่อ "เป็นเพราะดิฉันไม่อยากยอมรับ 'กฎแอบแฝง' ของหัวหน้า และทนไม่ได้ที่อีกฝ่ายคอยฉวยโอกาสหาเรื่องกลั่นแกล้งบีบคั้นดิฉันอยู่ตลอดเวลา เลยตัดสินใจลาออกค่ะ"
"อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง!"
หลี่เจ๋อพยักหน้าแล้วถามต่อ "ผมเห็นในเรซูเม่ระบุว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคุณเรียนมาทางด้านการตลาด การมาสมัครเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผมแบบนี้ คุณจะไม่รู้สึกว่าเป็นการลดศักยภาพตัวเองเกินไปหน่อยเหรอ?"
เสิ่นเชี่ยนหรูมองหลี่เจ๋อ "เถ้าแก่หลี่อยากฟังความจริง หรืออยากฟังคำพูดตามมารยาทคะ?"
"หึๆ..."
หลี่เจ๋อหัวเราะ "ความจริงคือยังไง แล้วคำพูดตามมารยาทคือยังไงล่ะครับ?"
"ความจริงก็คือ ในใจดิฉันก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างลดศักยภาพตัวเองอยู่บ้างจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าเถ้าแก่หลี่สามารถจ่ายเงินเดือนให้ดิฉันได้ถึงสามสี่พันจริงๆ ดิฉันก็ยินดีที่จะลองทำดูค่ะ"
เธอเว้นจังหวะ แล้วพูดต่อ "อีกอย่าง ดิฉันคิดว่าการที่เถ้าแก่หลี่ยอมทุ่มเงินเดือนสูงขนาดนี้เพื่อจ้างผู้ช่วยสักคน เกรงว่าคงไม่ได้ต้องการแค่คนมาคอยชงชาเสิร์ฟน้ำแน่ๆ ใช่ไหมคะ?"
"ถึงแม้ตอนนี้บริษัทของคุณจะเป็นแค่บริษัทร้านเน็ต และสเกลไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่ดิฉันรู้สึกว่าเถ้าแก่หลี่อาจจะมีแผนการอื่นๆ เตรียมไว้อยู่"
"ไม่อย่างนั้น คงไม่มีความจำเป็นต้องตั้งใจรับสมัครผู้ช่วยเพิ่มอีกคนหรอกค่ะ ในเมื่อคุณได้รับสมัครพนักงานบัญชีและผู้จัดการมืออาชีพไว้แล้ว"
"หึๆ ฉลาดมาก! สมกับที่เป็นนักศึกษาเกียรตินิยมของมหาวิทยาลัยการเงินฯ จริงๆ!"หลี่เจ๋อยิ้ม
เมื่อเห็นเช่นนั้น เสิ่นเชี่ยนหรูก็ยิ้มบางๆ สีหน้าดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วพูดว่า "ส่วนคำพูดตามมารยาทน่ะเหรอคะ ก็คงหนีไม่พ้นคำพูดซ้ำๆ ซากๆ อย่างเช่นว่า มองเห็นอนาคตอันสดใสในการพัฒนาของบริษัทเถ้าแก่หลี่ อะไรเทือกนั้นแหละค่ะ"
"แต่ดิฉันคิดว่าเถ้าแก่หลี่คงไม่อยากฟังอะไรพวกนั้นหรอกใช่ไหมคะ"
หลี่เจ๋อหัวเราะอีกครั้ง แล้วพูดว่า "เอาล่ะ ผมรับคุณเข้าทำงานก็แล้วกัน ในเมื่อนักศึกษาเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยการเงิน อย่างคุณยอมลดตัวมาทำงานบริษัทร้านเน็ตเล็กๆ ของผม ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องผลักไสไล่ส่ง"
"แต่ก็นะ เหมือนที่คุณเพิ่งจะเดาไปนั่นแหละ ถึงแม้ผมจะรับคุณมาในตำแหน่งผู้ช่วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลังจากนี้คุณอาจจะต้องรับผิดชอบโปรเจกต์หนึ่งของผมด้วยตัวคนเดียวเลย"
"ถ้าคุณสามารถรับผิดชอบงานนี้ได้ และทำตามเป้าหมายของผมได้สำเร็จเป็นอย่างดี ไม่ต้องพูดถึงเงินเดือนสามสี่พันหรอกครับ ต่อให้เพิ่มเป็นสองเท่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้"
"อ้อเหรอคะ? ไม่ทราบว่าเถ้าแก่หลี่พอจะเปิดเผยได้ไหมคะว่าต้องการให้ดิฉันไปทำอะไร?"
เสิ่นเชี่ยนหรูรู้สึกสงสัยและแอบหวั่นไหวอยู่ลึกๆ
หลี่เจ๋อยิ้ม "เอาไว้เราเซ็นสัญญากันก่อนดีกว่าครับ รอให้พรุ่งนี้คุณเริ่มงานอย่างเป็นทางการ แล้วผมจะค่อยๆ คุยรายละเอียดให้ฟังนะ"
"ตกลงค่ะ!"