
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
spoilsoc.com
| *ตั้งค่าถาวร (คลิกตั้งค่าถาวร) |
บทที่ 49: เครื่องเล่น MP3 ออกตัวทะยาน
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปจนกระทั่งย่างเข้าสู่ช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 2001
หลินเยว่ได้ดำเนินการจัดหาตึกอาคารสำนักงานเสร็จสิ้นตั้งนานแล้ว มันเป็นตึกระฟ้าที่มีความสูงกว่าสี่สิบชั้น โดยหลี่เจ๋อได้สั่งการให้หลินเยว่ทำสัญญาเช่าพื้นที่ในชั้นที่ 33 และ 34 รวมทั้งหมดสองชั้น
พื้นที่ใช้สอยเฉพาะในแต่ละชั้นนั้นกว้างขวางถึงหนึ่งพันตารางเมตรเศษๆ ซึ่งหากมองในระยะสั้น พื้นที่ขนาดนี้ก็ถือว่าเพียงพอและรองรับการใช้งานของบริษัททั้งสามแห่งภายใต้ชื่อของหลี่เจ๋อได้อย่างสบายๆ
เพราะยังไงซะ สำหรับบริษัทร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แล้ว นอกจากพวกผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) และพนักงานบริการแล้ว ก็แทบจะไม่มีบุคลากรคนไหนที่มีความจำเป็นต้องเข้ามานั่งทำงานประจำในตึกออฟฟิศแห่งนี้เลย
จะมีก็แต่ฝั่งบริษัทเกม Legend เท่านั้นที่มีจำนวนบุคลากรค่อนข้างหนาแน่น
บวกกับหลังจากนี้ บริษัท ‘เจ๋อรัน เทคโนโลยี’ นอกจากทีมวิจัยและพัฒนาที่สวี่ไข่ต้องลงมือจัดตั้งขึ้นมาแล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปิดรับสมัครพนักงานในส่วนอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีก อาทิเช่น ฝ่ายบริหาร, ฝ่ายบัญชีและการเงิน, ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และรวมไปถึงแผนกที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างแผนกการตลาด... เป็นต้น
โครงสร้างองค์กรที่จำเป็นต่อบริษัทเหล่านี้ หลี่เจ๋อล้วนแต่วางแผนที่จะค่อยๆ ทยอยเติมเต็มและปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบหลังจากผ่านพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น พื้นที่สำนักงานที่ต้องใช้รองรับการทำงานย่อมต้องไม่น้อยอย่างแน่นอน
ทว่าเรื่องราวเหล่านี้ในปัจจุบันยังไม่ได้ถือว่าเร่งรีบจนเกินไปนัก สามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ เพราะยังไงซะการที่สวี่ไข่จะลงมือประดิษฐ์และผลิตเครื่องต้นแบบออกมาให้สำเร็จได้นั้นย่อมต้องอาศัยระยะเวลาอยู่พอสมควร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นตอนการสรุปและกำหนดรูปลักษณ์ตัวเครื่องที่จะใช้ผลิตจริงเลย
และเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนมกราคม บรรดามหาวิทยาลัย, โรงเรียนมัธยม และโรงเรียนประถมต่างก็ทยอยปิดภาคเรียนเข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวกันถ้วนหน้า
เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลประโยชน์และข้อดีครั้งใหญ่หลวงสำหรับเกม Legend อย่างไม่ต้องสงสัย มันช่วยกระตุ้นยอดขายบัตรเติมเวลา (บัตรเติมเงินเกม) ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
พวกเด็กประถมนั้นคงไม่ต้องหยิบยกมาพูดถึง แต่สำหรับกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายและกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยนั้น มีจำนวนคนที่เข้าร่วมเล่นเกม Legend อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
พอช่วงปิดเทอมฤดูหนาวมาเยือน จำนวนผู้เล่นที่ออนไลน์พร้อมกันในแต่ละวันของเกม Legend ก็พุ่งทะยานขึ้นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต่อให้เป็นช่วงเวลากลางวัน ก็ยังสามารถรักษาระดับยอดผู้เล่นเอาไว้ได้สูงถึงห้าแสนถึงหกแสนคนเลยทีเดียว
ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืน ยอดตัวเลขนั้นก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวเข้าไปใหญ่
เพราะมันสามารถคงระดับจำนวนผู้เล่นเอาไว้ได้สูงกว่าแปดแสนคนขึ้นไปเป็นประจำ!
ด้วยจำนวนผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันที่น่าอัศจรรย์ใจถึงเพียงนี้ คงจะจินตนาการออกได้ไม่ยากเลยว่าเกม Legend จะสามารถกอบโกยเงินทองและทำกำไรได้มากมายมหาศาลขนาดไหน จนทำให้บริษัทเกมรายอื่นๆ หรือแม้กระทั่งบริษัทในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตั้งมากมายต่างพากันอิจฉาตาร้อนจนตาแดงก่ำไปตามๆ กัน!
ถึงขนาดที่หลี่เจ๋อแอบได้ยินข่าววงในมาว่า หนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการเว็บของประเทศจีน ซึ่งประสบความสำเร็จในการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างบริษัท ‘เน็ตอีส’ ในเวลานี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุยกับต่างประเทศเพื่อขอเป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายเกมออนไลน์อยู่เช่นกัน เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาก็ต้องการที่จะกระโจนเข้าร่วมวงในตลาดเกมออนไลน์เพื่อขอแบ่งเค้กชิ้นปลามันนี้ด้วยคน!
ทว่าสำหรับเรื่องราวการแข่งขันเหล่านี้ หลี่เจ๋อกลับไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจหรือกังวลมากเกินไปนัก เพราะตัวเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามปรามใครได้ ในเมื่อเค้กการตลาดก้อนนี้มันใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ และเมื่อทุกคนมองเห็นผลประโยชน์และกำไรอันงดงาม การแข่งขันย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้ คือการกำชับให้ทีมงานของบริษัทเกม Legend คอยดูแลรักษาและซ่อมบำรุงระบบเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดให้แก่ผู้เล่น เพื่อผูกรั้งใจรักษาฐานกลุ่มคนเล่นเกมเอาไว้ พร้อมทั้งสั่งการให้ทีมงานส่งเสริมการตลาดภาคสนาม เดินหน้าประชาสัมพันธ์ตัวเกมต่อไป เพื่อดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ให้เข้ามาร่วมสนุกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้...
และในระหว่างช่วงเวลานี้ หลี่เจ๋อก็ดำเนินการโอนเงินหยวนที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐงวดที่เหลือเข้าสู่บัญชีของบริษัทเพนกวินเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการปฏิบัติตามพันธสัญญาในสัญญาการลงทุนร่วมหุ้นอย่างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ สัดส่วนหุ้นจำนวน 10% ของบริษัทเพนกวิน ถือว่าตกมาอยู่ในกระเป๋าของเขาอย่างเป็นทางการและมั่นคงแล้ว
วันที่ 13 มกราคม
สวี่ไข่ที่หลี่เจ๋อเฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็เดินทางมาถึงมหานครเซี่ยงไฮ้เสียที
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้พาทีมงานวิจัยและพัฒนาร่วมเดินทางมาด้วยอีกสิบกว่าคน บุคลากรเหล่านี้ล้วนแต่เป็นทีมงานที่เขาลงมือดึงตัวและสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งในจำนวนนั้นมีทั้งอดีตเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมชั้นสมัยก่อนของสวี่ไข่ รวมไปถึงเหล่านักศึกษาฝึกงานที่กำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเค่อต้าด้วย
เนื่องจากช่วงเวลานี้ประจวบเหมาะพอดีกับช่วงที่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จะต้องออกไปฝึกงานตามสถานประกอบการต่างๆ ประกอบกับตัวสวี่ไข่เองก็เคยมีสถานะเป็นถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเค่อต้ามาก่อน การที่เขาจะไปกวักมือเรียกหรือชักชวนนักศึกษาฝึกงานฝีมือดีให้มาร่วมงานด้วย จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
และแน่นอนว่า อัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนที่หลี่เจ๋อมอบให้แก่บุคลากรในทีมวิจัยและพัฒนาชุดนี้ก็ไม่ได้ต่ำเลยแม้แต่น้อย อย่างพวกพนักงานประจำที่ทำงานเต็มเวลา เขาก็ยินดีสู้ราคาจ่ายเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ทั่วไปอย่างน้อย 50% ต่อให้เป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงาน หลี่เจ๋อก็ยังใจป้ำมอบเงินค่าเบี้ยเลี้ยงสนับสนุนให้อยู่ที่เดือนละสองพันหยวนเลยทีเดียว
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในยุคปัจจุบันนี้ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของประชากรในมหานครเซี่ยงไฮ้จะตกอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันหยวนเศษๆ เท่านั้น แต่เงินค่าเบี้ยเลี้ยงที่หลี่เจ๋อมอบให้แก่เด็กฝึกงานเหล่านี้กลับสูงถึงสองพันหยวน ซึ่งมันแทบจะสูงล้ำกว่ารายได้เฉลี่ยทั่วไปถึงหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เด็กฝึกงานเหล่านี้ต่างก็เป็นยอดบัณฑิตระดับหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยเค่อต้า ดังนั้นพวกเขาจึงคุ้มค่าคู่ควรกับเงินจำนวนนี้อย่างแน่นอน
"ผู้อำนวยการสวี่ครับ พื้นที่ตรงนี้ก็คือสถานที่ทำงานของพวกคุณครับ ส่วนพวกเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณเคยเอ่ยถึงก่อนหน้านี้ ผมได้สั่งการให้คนดำเนินการจัดซื้อและนำเข้ามาติดตั้งให้เรียบร้อยแล้วครับ"
"ถ้าหากยังขาดเหลือหรือต้องการอะไรเพิ่มเติมอีก คุณสามารถเอ่ยปากบอกได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนไปจัดซื้อมาให้ทันที"
หลี่เจ๋อเดินทางมานำทางและพาพวกสวี่ไข่มาชมสถานที่ทำงานของบริษัท ‘เจ๋อรัน เทคโนโลยี’ ด้วยตัวเอง
ในปัจจุบัน ทั้งบริษัทเกม Legend และบริษัทร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ยังไม่ได้โยกย้ายเข้ามาอยู่ที่ตึกนี้ หลี่เจ๋อตั้งใจว่าจะรอให้ผ่านพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนไปก่อน แล้วค่อยสั่งให้ทั้งสองบริษัทพากันย้ายมานั่งทำงานที่นี่พร้อมๆ กัน
ส่วนสำหรับตัวของสวี่ไข่นั้น หลังจากทำสัญญาเข้าทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว เขาก็จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัทเจ๋อรัน เทคโนโลยี
สวี่ไข่รวมถึงทีมงานที่เขาพาร่วมเดินทางมาด้วย หลังจากพากันกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมในที่ทำงานแห่งใหม่แล้ว ทุกคนต่างก็เผยสีหน้าท่าทางพึงพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
หลังจากนั้น สวี่ไข่ก็หันไปมองหลี่เจ๋อพลางเอ่ยปากขึ้นว่า "ประธานหลี่ครับ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาผมได้ทำการสืบค้นและตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลง MP3 อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วครับ รวมถึงเครื่องเล่นเพลงรุ่น Rio PMP300 ที่คุณมอบให้ผมมาคราวก่อน ผมเองก็ลองแกะชิ้นส่วนภายในออกมาศึกษาวิจัยดูเรียบร้อยแล้วด้วยเหมือนกัน"
"ในปัจจุบันนี้ ผมมีความเข้าใจในสถานการณ์และโครงสร้างของเครื่องเล่นเพลง MP3 นี้อย่างถ่องแท้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ"
หลี่เจ๋อพยักหน้ารับด้วยความยินดี "ยอดเยี่ยมมากครับ"
ในตอนนั้นเอง สวี่ไข่ก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า "ทว่า ผมอยากจะขอเรียนถามประธานหลี่ก่อนสักหน่อยครับว่า คุณวางตำแหน่งทางการตลาด ของเครื่องเล่นเพลง MP3 ที่บริษัทของเรากำลังจะทำการวิจัยและพัฒนาขึ้นมานี้ไว้ในระดับไหนหรือครับ?"
"อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องที่คุณเคยเกริ่นกับผมเอาไว้คราวก่อน ว่าตัวคุณเองก็มีแนวคิดและไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงเครื่องนี้อยู่บ้าง ประจวบเหมาะพอดีเลยครับ พวกเราจะได้ร่วมกันรับฟังแนวคิดของคุณ เพื่อจะได้นำไปใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการออกแบบ วิจัย และพัฒนาให้ตรงตามความต้องการของคุณต่อไปครับ"
หลี่เจ๋อเตรียมตัวรับมือกับคำถามนี้มาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เขาเผยรอยยิ้มละมุนก่อนจะกล่าวว่า "ในเรื่องของเทคโนโลยีเชิงลึกน่ะผมไม่มีความรู้หรอกครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะขอพูดอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับแนวคิดและไอเดียส่วนตัวคร่าวๆ ของผมที่มีต่อเครื่องเล่นเพลง MP3 นี้ให้ฟังก็แล้วกันนะ"
"หลังจากนั้นคงต้องรบกวนให้ผู้อำนวยการสวี่และทีมงานช่วยลงมือเนรมิตมันให้กลายเป็นจริงขึ้นมาแล้วล่ะครับ"
"ยินดีครับประธานหลี่ เชิญคุณพูดมาได้เลยครับ" สวี่ไข่รับคำ
ทีมงานคนอื่นๆ เองต่างก็พากันตั้งอกตั้งใจรับฟังอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน
หลี่เจ๋อเริ่มเปิดฉากอธิบายว่า "เกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงที่บริษัทของเรากำลังจะวิจัยและพัฒนาขึ้นมานี้ ความตั้งใจของผมคือการลงมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นไฮเอนด์ควบคู่ไปกับรุ่นประหยัดราคาเข้าถึงง่ายไปพร้อมๆ กันเลยครับ"
"โดยผลิตภัณฑ์รุ่นไฮเอนด์ระดับหรูหราจะถูกกำหนดให้ใช้ชื่อซีรีส์ว่า ซีรีส์ ‘Z’ ซึ่งเครื่องรุ่นแรกสุดก็จะให้ชื่อว่า Z1 ครับ! ส่วนรุ่นประหยัดจะถูกกำหนดให้ใช้ชื่อซีรีส์ว่า ซีรีส์ ‘D’ ครับ"
"ส่วนในเรื่องของข้อกำหนดและคุณสมบัติที่เป็นรูปธรรมนั้น มันเรียบง่ายมากครับ จุดแรกคือตัวเครื่องจะต้องมีความเบาบางและกะทัดรัด การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกต้องมีความทันสมัย นำแฟชั่น และสอดคล้องกับรสนิยมความชื่นชอบของกลุ่มคนรุ่นใหม่"
"นอกจากนี้ ในส่วนของการออกแบบฟังก์ชันการใช้งาน ระบบจะต้องสามารถรองรับการกดสลับเปลี่ยนบทเพลงได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วที่สุด รวมถึงต้องมีระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาบทเพลงที่ตัวเองอยากจะฟังจากในบรรดาบทเพลงทั้งหมดหลายสิบหรือหลายร้อยเพลงได้อย่างรวดเร็วฉับไวด้วยครับ"
"และเกี่ยวกับประเด็นในข้อนี้ ความจริงแล้วผมเองก็มีไอเดียอยู่ข้อหนึ่งครับ นั่นก็คือ ปุ่มกดสั่งการบนตัวเครื่องเล่นเพลงนั้น พวกเราจะลองออกแบบให้เป็นลักษณะ 'ระบบปุ่มกดแบบวงล้อหมุน' ดูได้ไหมครับ?"
"แน่นอนครับว่านี่มันเป็นเพียงแค่หนึ่งในแนวคิดส่วนตัวของผมเท่านั้น ส่วนในความเป็นจริงมันจะสามารถทำออกมาได้จริงหรือไม่ และจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ รวมถึงระบบปุ่มกดแบบวงล้อหมุนนี้จะต้องกำหนดค่าฟังก์ชันอย่างไรที่เป็นรูปธรรม เรื่องเหล่านั้นคงต้องขอฝากให้ผู้อำนวยการสวี่และทีมงานร่วมมือกันไปทดลอง ค้นหา และวิจัยพัฒนากันต่อไปแล้วล่ะครับ..."